ไต้หวันพบ 5 ความเสี่ยงไซเบอร์หลักจาก 726 เหตุการณ์ในปี 2025 เน้นการบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาตสูงถึง 68.6% พร้อมสั่งการหน่วยงานรัฐป้องกันด่วน ความเสี่ยงครอบคลุมตั้งแต่การดาวน์โหลดแอปแชทปลอม, แรนซัมแวร์เทคนิค 'Bring Your Own Driver', ช่องโหว่ซัพพลายเชน, อุปกรณ์เครือข่ายผิดพลาด ไปจนถึงวิศวกรรมสังคมร่วมกับคลาวด์ แม้ตัวเลข...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the five major cybersecurity risks that Taiwan's Ministry of Digital Affairs identified from the 726 government agency incidents r. Article summary: In 2025, Taiwan's government agencies reported **726 cybersecurity incidents**, down from 755 in 2024. Unauthorized intrusion accounted for 68.6% of cases, followed by equipment problems (15.43%), denial-of-service (4.96. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "The Cyber Express cybersecurity roundup. Taiwan’s digital security authorities have identified five major areas of concern following hundreds of reported cybersecurity incidents in" source context "Taiwan Cyber Risk Rises After 726 Security Incidents" Reference image 2: visual subject "The Cyber Express cybersecurity roundup. Ta
ทางการไต้หวันได้วาดภาพภัยคุกคามที่ชัดเจนต่อเครือข่ายภาครัฐ เมื่อในปี 2025 หน่วยงานต่างๆ รายงานเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์รวม 726 ครั้ง ลดลงเล็กน้อยจาก 755 ครั้งในปีก่อนหน้า แต่ลักษณะของการโจมตีและช่องโหว่ที่ถูกเปิดเผย ทำให้สำนักงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Administration for Cyber Security: ACS) ต้องออกคำเตือนอย่างจริงจัง
เกือบ 69% ของเหตุการณ์ทั้งหมด เกี่ยวข้องกับการบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาด้วยอุปกรณ์ขัดข้อง 15.43%, การโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ (Denial-of-Service) 4.96% และการโจมตีหน้าเว็บ 2.48% จากข้อมูลดังกล่าวและข่าวกรองด้านภัยคุกคาม ACS ได้ระบุความเสี่ยงเฉพาะ 5 ประการ แต่ละประการสัมพันธ์กับเทคนิคที่แฮกเกอร์ใช้บ่อย และล้วนต้องการการลงมือแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมจากทุกหน่วยงาน
ความเสี่ยง: เจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะหลังจากได้รับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่หรือเครื่องทดแทน ถูกหลอกให้ดาวน์โหลดแอปสนทนายอดนิยมอย่าง LINE หรือ WhatsApp เวอร์ชันปลอมจากเว็บไซต์ที่ไม่เป็นทางการ ตัวติดตั้งปลอมเหล่านี้จะฝังโปรแกรม Backdoor หรือประตูลับที่เปิดทางให้แฮกเกอร์เข้าถึงระบบอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่หน่วยงานต้องทำ: ACS ต้องการกลไกการจัดการการเปลี่ยนแปลงและการควบคุมการดาวน์โหลดอย่างเข้มงวดสำหรับระบบ ICT ทั้งหมด ในทางปฏิบัติหมายความว่า ทุกการติดตั้งซอฟต์แวร์ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน, ไดรเวอร์ หรือส่วนประกอบฮาร์ดแวร์ ต้องผ่านการอนุมัติและตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อนจะเข้าสู่เครื่องของรัฐ
ความเสี่ยง: แฮกเกอร์ใช้เทคนิคที่เรียกว่า "Bring Your Own Driver" (BYOVD) มากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากไดรเวอร์ที่ได้รับการลงนามอย่างถูกต้องแต่มีช่องโหว่ เพื่อเล็ดลอดเครื่องมือตรวจจับปลายทาง เมื่อพวกเขาได้รับการเข้าถึงระดับแกนกลางระบบ (kernel-level access) ก็สามารถปิดการทำงานของผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยและปล่อยแรนซัมแวร์ได้โดยไม่ส่งสัญญาณเตือน
สิ่งที่หน่วยงานต้องทำ: ACS เรียกร้องให้มีการป้องกันหลายชั้น หน่วยงานต้องสแกนหาช่องโหว่ของเว็บไซต์เป็นประจำและแก้ไขทันทีที่พบ ควรติดตั้ง Web Application Firewalls (WAFs) เพื่อกรองคำขอที่เป็นอันตรายก่อนที่จะเข้าถึงแอปพลิเคชัน ที่สำคัญคือการป้องกันปลายทางต้องเป็นปฏิบัติการต่อเนื่อง: ผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยต้องอัปเดตอยู่เสมอ และกฎการตรวจจับภัยคุกคามต้องพัฒนาไปตามกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น
ความเสี่ยง: ผู้รับจ้างบำรุงรักษาระบบ ซึ่งมักมีสิทธิ์เข้าถึงเว็บเซิร์ฟเวอร์ของรัฐโดยถูกต้อง ได้ติดตั้งซอฟต์แวร์รีโมตเดสก์ท็อปที่หน่วยงานไม่เคยอนุญาต จากนั้นแฮกเกอร์จะใช้วิธี Brute-Force เพื่อเดารหัสผ่านที่อ่อนแอบนเครื่องมือเหล่านั้น เพื่อเข้าสู่ระบบและเคลื่อนย้ายไปยังระบบที่อ่อนไหวอื่นๆ ในวงกว้าง
สิ่งที่หน่วยงานต้องทำ: วิธีแก้ไขในที่นี้คือการจัดการระดับองค์กร ไม่ใช่แค่ด้านเทคนิค ACS กำหนดให้มีมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยผู้ขายที่เข้มงวด ซึ่งระบุการควบคุมการเข้าถึง, กฎการปกป้องข้อมูล, ขั้นตอนการจัดการช่องโหว่ และการรายงานเหตุการณ์ที่จำเป็น ต้องมีการตรวจสอบความปลอดภัยและการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างสม่ำเสมอเพื่อยืนยันว่าซัพพลายเออร์ปฏิบัติตามกฎ—ไม่ใช่แค่บนหน้ากระดาษ
ความเสี่ยง: เราเตอร์, ไฟร์วอลล์, อุปกรณ์ VPN และอุปกรณ์ขอบเครือข่ายอื่นๆ ถูกทิ้งไว้โดยไม่อัปเดตเฟิร์มแวร์หรือมีข้อผิดพลาดในการตั้งค่าที่เป็นอันตราย เปิดโอกาสให้แฮกเกอร์เข้าสู่ระบบได้ง่ายที่ขอบเขตของเครือข่ายรัฐ
สิ่งที่หน่วยงานต้องทำ: ACS แนะนำการเปลี่ยนแปลงที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง: ใช้กลยุทธ์ Whitelist หรือบัญชีขาวสำหรับการเชื่อมต่อขาออกทั้งหมด โดยบล็อกพอร์ตการสื่อสารที่ไม่จำเป็นไว้เป็นค่าเริ่มต้น หน่วยงานยังต้องจัดทำบัญชีอุปกรณ์ขอบเครือข่ายทุกรายการ—หมายเลขรุ่น, เวอร์ชันเฟิร์มแวร์—และสร้างกระบวนการอัปเดตและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าแพตช์ไม่เพียงแค่ถูกนำไปใช้ แต่ยังถูกยืนยันแล้วว่าสำเร็จ
ความเสี่ยง: แฮกเกอร์ผสมผสานฟิชชิ่ง (Phishing), การอ้างตัวเป็นผู้อื่น (Pretexting) และเทคนิควิศวกรรมสังคมอื่นๆ เข้ากับบริการคลาวด์ที่ถูกบุกรุกหรือตั้งค่าผิดพลาด เพื่อขโมยข้อมูลที่อ่อนไหว ทันทีที่พนักงานคลิกลิงก์หรือไฟล์แนบที่เป็นอันตราย ข้อมูลก็อาจถูกส่งออกไปผ่านที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่ดูเหมือนถูกต้องตามกฎหมาย
สิ่งที่หน่วยงานต้องทำ: ACS ระบุการป้องกันสองส่วน ส่วนแรกคือการติดตั้งระบบกรองอีเมลและการตรวจจับแบบ Sandbox (ระบบแยกส่วนสำหรับตรวจสอบไฟล์) เพื่อดักจับไฟล์แนบและลิงก์ที่น่าสงสัยก่อนจะถึงมือผู้ใช้ ส่วนที่สองคือการล็อกสภาพแวดล้อมคลาวด์: จำกัดสิทธิ์การแชร์ไดรฟ์, เปิดใช้งานการสแกนไฟล์อัปโหลด และรันการตรวจสอบความปลอดภัยบนลิงก์คลาวด์เพื่อหยุดการแพร่กระจายของไฟล์อันตราย
ข้อมูลปี 2025 บอกเล่าเรื่องราวที่ใหญ่กว่านั้น แม้ว่าจำนวนเหตุการณ์ทั้งหมดจะลดลง 29 ครั้งเมื่อเทียบกับปี 2024 แต่การละเมิดส่วนใหญ่อย่างท่วมท้น—มากกว่าสองในสาม—มีต้นตอมาจาก การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่ครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่การขโมยข้อมูลรับรองไปจนถึงการฝังประตูลับ สเปกตรัมของความรุนแรงสะท้อนถึงภูมิทัศน์ของการคุกคามระดับต่ำที่เกิดขึ้นตลอดเวลา: 87.33% ของเหตุการณ์ถูกจัดเป็นระดับ 1 (รุนแรงน้อยที่สุด), 9.78% เป็นระดับ 2, และ 2.89% เป็นระดับ 3 โดยไม่มีรายงานเหตุการณ์ระดับ 4 เลย
หมวดหมู่ความเสี่ยงทั้ง 5 ของ ACS ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางอย่างเป็นทางการ คำเตือนก่อนหน้านี้ เช่นในช่วงต้นปี 2025 เน้นไปที่การเข้ารหัสที่อ่อนแอ, การคัดกรองการโจมตีแบบ Injection Attack ที่ไม่ดี และการควบคุมการเข้าถึงที่เสียหาย แต่รายการใหม่นี้มุ่งเป้าไปที่ชั้นของมนุษย์และซัพพลายเชน ซึ่งระบบป้องกันขอบเขตแบบเดิมมักมองข้าม
สำหรับหน่วยงานรัฐแล้ว ข้อความนี้ชัดเจนและไม่คลุมเครือ ACS ได้ผูกทุกความเสี่ยงเข้ากับปฏิบัติการที่เฉพาะเจาะจงและตรวจสอบได้: อนุมัติทุกการดาวน์โหลด, แพตช์อุปกรณ์ขอบเครือข่ายทุกตัว, ตรวจสอบผู้ขายทุกราย และปฏิบัติกับทุกอีเมลเสมือนว่าเป็นภัยคุกคาม ในสภาพแวดล้อมที่ 68.6% ของเหตุการณ์คือการบุกรุก การป้องกันไม่ได้เป็นเพียงแค่การบล็อกที่ขอบเขตอีกต่อไป—แต่มันคือการควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นภายในนั้น
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ไต้หวันพบ 5 ความเสี่ยงไซเบอร์หลักจาก 726 เหตุการณ์ในปี 2025 เน้นการบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาตสูงถึง 68.6% พร้อมสั่งการหน่วยงานรัฐป้องกันด่วน
ไต้หวันพบ 5 ความเสี่ยงไซเบอร์หลักจาก 726 เหตุการณ์ในปี 2025 เน้นการบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาตสูงถึง 68.6% พร้อมสั่งการหน่วยงานรัฐป้องกันด่วน ความเสี่ยงครอบคลุมตั้งแต่การดาวน์โหลดแอปแชทปลอม, แรนซัมแวร์เทคนิค 'Bring Your Own Driver', ช่องโหว่ซัพพลายเชน, อุปกรณ์เครือข่ายผิดพลาด ไปจนถึงวิศวกรรมสังคมร่วมกับคลาวด์
แม้ตัวเลขรวมจะลดลงเล็กน้อยจาก 755 เหลือ 726 ครั้งเมื่อเทียบกับปี 2024 แต่วิธีการโจมตีที่พัฒนาขึ้นชี้ว่าแฮกเกอร์พุ่งเป้าไปที่ความผิดพลาดของคนและช่องทางจากบุคคลที่สามมากขึ้น