หลังถูกตัดขาดจากโลกภายนอกนาน 87 วัน ซึ่งนับเป็นการตัดเน็ตทั่วประเทศที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ ประธานาธิบดีอิหร่านสั่งฟื้นฟูสัญญาณ สัญญาณเริ่มกลับมาในวันที่ 88 แต่ศาลก็สั่งระงับคำสั่งดังกล่าวทันที [30] การตัดสัญญาณครั้งนี้ทำให้การเชื่อมต่อภายในประเทศลดลงเหลือเพียง 1 2% ภาคธุรกิจที่พึ่งพาบริการออนไลน์หยุดชะงัก แล...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the events leading up to the partial restoration of Iran's internet on the 88th day of a nationwide blackout, what was the economi. Article summary: The user is asking about a restoration on the "88th day" of a nationwide blackout. The 2019 blackout was only 7 days. But the 2026 blackout started January 8, 2026 — 88 days later would be around April 5, 2026. However, . Topic tags: general, education, general web, government, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "*Officials promise a gradual return of internet connectivity after weeks of deadly protests.*. The country has been gripped by a wave of anti-government protests and the ensuing cr" source context "Iran restores SMS as phased rollback of internet blackout begins | Internet News | Al Jazeera
วันที่ 25 พฤษภาคม 2026 หลังจาก 87 วันแห่งการตัดขาดจากโลกดิจิทัลเกือบทั้งหมด ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ได้ออกพระราชกฤษฎีกาอย่างเป็นทางการเพื่อเปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศอีกครั้ง ชั่วขณะหนึ่ง สัญญาณเชื่อมต่อเริ่มกลับมาอีกครั้ง แต่พอถึงวันที่ 88 ศาลอิหร่านก็เคลื่อนไหวเพื่อระงับคำสั่งดังกล่าวก่อนที่จะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ประชาชนหลายล้านคนตกอยู่ในสภาวะคลุมเครือทั้งทางกฎหมายและดิจิทัล
การตัดสัญญาณครั้งนี้ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2026 ได้กลายเป็นการตัดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมาในประเทศใดๆ มันได้เปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวัน ทำลายธุรกิจ และก่อให้เกิดคำถามเร่งด่วนว่าการเชื่อมต่อจะกลับมาอย่างแท้จริงได้อย่างไรหรือไม่
การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศในอิหร่านถูกตัดขาดเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2026 ซึ่งเป็นวันที่สิบสองของการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่แผ่ขยายไปทั่วประเทศ ทางการได้บังคับใช้มาตรการตัดสัญญาณเกือบทั้งหมด ตัดประชาชนออกจากเว็บไซต์ทั่วโลก ขณะที่คงการทำงานของอินทราเน็ตภายในประเทศที่ถูกตรวจสอบโดยรัฐบาลไว้บางส่วน
นี่ไม่ใช่การตัดสัญญาณครั้งแรกของอิหร่าน แต่นับว่ารุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา การวิเคราะห์เปรียบเทียบโดยโครงการตรวจจับและวิเคราะห์การล่มของอินเทอร์เน็ต (IODA) จาก Georgia Tech ระบุว่าระหว่างการประท้วง "พฤศจิกายนเลือด" ปี 2019 อิหร่านใช้วิธีแบบไม่ซับซ้อนด้วยการถอนการประกาศเส้นทาง (Routing) ทำให้อินเทอร์เน็ตดับสนิทประมาณ 5 วัน การตัดสัญญาณครั้งนั้นจบลงหลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ โดยระดับการเชื่อมต่อฟื้นกลับมาที่ 64% ภายในวันที่ 23 พฤศจิกายน
แต่สำหรับการตัดสัญญาณในปี 2026 นั้นรุนแรงและยืดเยื้อกว่ามาก เมื่อถึงวันที่ 21 เมษายน 2026 มันได้ก้าวเข้าสู่วันที่ 53 ติดต่อกัน รวมแล้วกว่า 1,248 ชั่วโมง ทุบสถิติเดิมทั้งหมด
ตลอดหลายเดือนนั้น การเชื่อมต่อลดลงต่ำสุดเหลือเพียงประมาณ 1-2% ของระดับปกติ มีเพียงผู้ใช้ที่มีทรัพยากรจำนวนน้อยเท่านั้นที่สามารถเลี่ยงข้อจำกัดได้โดยใช้บริการ VPN ที่มีราคาแพงและซับซ้อนทางเทคนิค
ผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้นเกิดขึ้นทันทีและรุนแรง เศรษฐกิจของอิหร่านซึ่งตึงเครียดอยู่แล้วจากเงินเฟ้อและการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ถูกซ้ำเติมอีกครั้งจากการถูกตัดขาดจากเครือข่ายการเงินโลกและการค้าดิจิทัล
ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาธุรกรรมระหว่างประเทศ, บริการคลาวด์, โฆษณาออนไลน์, และการทำงานทางไกลต้องหยุดชะงักอย่างสิ้นเชิง แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ, ฟรีแลนซ์, และสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีพบว่าตัวเองถูกตัดขาดจากลูกค้าและช่องทางการชำระเงิน ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินเรียลอิหร่านนอกระบบ ซึ่งมักพึ่งพาข้อมูลดิจิทัลแบบเรียลไทม์ ก็ตกอยู่ในความระส่ำระสาย ข้อมูลจาก Internet Society Pulse เกี่ยวกับการตัดสัญญาณปี 2019 แสดงให้เห็นรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน: การตัดสัญญาณ "ทำให้ชีวิตประจำวันหยุดชะงัก และส่งผลให้บริการออนไลน์หยุดชะงักเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนหลายล้านคนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพและการศึกษาออนไลน์"
เหตุการณ์ปี 2026 กินเวลานานกว่า 12 เท่า ความเสียหายจึงทวีคูณขึ้นหลายเท่าตัว
ในขณะที่ภาวะอัมพาตทางเศรษฐกิจนั้นรุนแรง ต้นทุนต่อชีวิตมนุษย์จากการปิดกั้นข้อมูลครั้งนี้ยิ่งเลวร้ายลงด้วยบริบททางภูมิรัฐศาสตร์ การตัดสัญญาณเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการโจมตีทางทหารอย่างหนักหน่วงต่ออิหร่านโดยอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา เมื่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศถูกตัดขาด ประชาชนทั่วไปไม่มีช่องทางเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการโจมตีที่กำลังเกิดขึ้น พื้นที่ปลอดภัย หรือบริการฉุกเฉิน กลุ่มตรวจสอบอินเทอร์เน็ต NetBlocks ระบุว่าการหยุดชะงักนี้ "ทำให้ประชาชนต้องดิ้นรนเพื่อเข้าถึงข้อมูลระหว่างการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน"
การสอบสวนของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเกี่ยวกับการตัดสัญญาณปี 2019 ของอิหร่านได้บันทึกว่ารัฐบาลจงใจตัดอินเทอร์เน็ตเพื่อปกปิดขนาดที่แท้จริงของการสังหารที่ผิดกฎหมายโดยกองกำลังความมั่นคงระหว่างการประท้วง ในครั้งนั้น มีผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กอย่างน้อย 323 คนถูกสังหารภายในห้าวัน
การตัดสัญญาณปี 2026 แม้จะถูกจุดชนวนด้วยการประท้วงและสงครามครั้งใหม่ แต่ก็ใช้ตรรกะเดียวกันในการควบคุมข้อมูลในระดับที่ใหญ่กว่ามาก
ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2026 สื่อในเครือรัฐ รวมถึงสำนักข่าว Mehr News Agency รายงานว่าประธานาธิบดีเปเซชเคียนได้มีคำสั่งอย่างเป็นทางการถึงกระทรวงการสื่อสารให้ฟื้นฟูการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศกลับสู่ระดับก่อนเดือนมกราคม 2026 การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการลงคะแนนของคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อการกำกับดูแลและธรรมาภิบาลไซเบอร์สเปซ
ตัวชี้วัดเครือข่ายแบบสดในวันต่อมายืนยันว่าการเชื่อมต่อระหว่างประเทศบางส่วนได้เริ่มกลับมาแล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสามเดือนที่มีการตรวจจับสัญญาณจากโลกภายนอก อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูเป็นเพียงบางส่วนและเปราะบาง Euronews รายงานเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมว่าศาลอิหร่านเคลื่อนไหวเพื่อระงับคำสั่งของประธานาธิบดีก่อนที่มันจะถูกนำไปใช้อย่างสมบูรณ์ โดยหยุดมาตรการนี้ไว้จนกว่าจะมีคำตัดสินของตุลาการขั้นสุดท้าย
ยังไม่มีการเปิดเผยกรอบเวลาสาธารณะว่าคำตัดสินนั้นจะมาเมื่อใด
แม้ว่าคำสั่งศาลจะถูกยกเลิก แต่ก็ยังมีอุปสรรคทางการเมืองและเทคนิคหลายประการที่ขวางกั้นชาวอิหร่านจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเต็มรูปแบบอย่างไม่จำกัด
ประการแรก ข้อความของรัฐบาลเองก็ไม่สอดคล้องกัน ก่อนหน้านี้ในช่วงที่มีการตัดสัญญาณ ฟาเตเมห์ โมฮาเจรานี (Fatemeh Mohajerani) โฆษกหญิงของรัฐบาลให้สัมภาษณ์นักข่าวว่าการเข้าถึงเว็บระหว่างประเทศจะไม่สามารถใช้ได้จนกว่าจะถึงปีใหม่เปอร์เซียอย่างน้อยในเดือนมีนาคม 2026 พระราชกฤษฎีกาของประธานาธิบดีล้มล้างการคาดการณ์นั้น แต่การแทรกแซงอย่างรวดเร็วของศาลส่งสัญญาณว่ากลุ่มอำนาจสำคัญในโครงสร้างอำนาจของอิหร่านยังคงต่อต้านการเปิดเว็บโลกอีกครั้ง
ประการที่สอง การควบคุมแพลตฟอร์มต่างชาติมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ต่อไป ระหว่างการฟื้นฟูในปี 2019 NetBlocks สังเกตว่า "โซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ยังคงถูกบล็อกตามนโยบายของรัฐที่มีมายาวนาน" แม้ว่าการเชื่อมต่อจะกลับมาแล้วก็ตาม มีการคาดการณ์ถึงผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกันในวงกว้าง: การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตพื้นฐานอาจกลับมาเปิดอีกครั้ง ในขณะที่แพลตฟอร์มอย่าง Instagram, WhatsApp, YouTube และ X ยังคงถูกบล็อกหรือควบคุมความเร็วอย่างหนัก รายงานยืนยันว่าการควบคุมคาดว่าจะยังคงอยู่สำหรับบริการที่มาจากต่างชาติ
ประการที่สาม กลไกในการฟื้นฟูยังคงคลุมเครือ พระราชกฤษฎีกาถูกส่งไปยังกระทรวงการสื่อสาร แต่รายงานระหว่างประเทศระบุว่า "ยังไม่ได้รับการยืนยันว่ากระบวนการปลดบล็อกจะดำเนินการอย่างไร หรือบริการระหว่างประเทศเช่น Instagram และ WhatsApp จะสามารถเข้าถึงได้อีกครั้งหรือไม่"
การตัดสัญญาณ 87 วันได้สร้างมาตรฐานระดับโลกที่น่าหดหู่แล้ว ไม่เคยมีประเทศใดบังคับใช้การตัดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศเป็นระยะเวลานานเช่นนี้ แม้ว่าการเชื่อมต่อจะถูกฟื้นฟู ผลกระทบที่ทำให้เศรษฐกิจดิจิทัล ภาคประชาสังคม และสถานะระหว่างประเทศของอิหร่านต้องหยุดชะงักก็จะยังคงอยู่ต่อไปอีกหลายปี
อนาคตอันใกล้ขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาของศาล ความเต็มใจของหน่วยงานความมั่นคงของอิหร่านที่จะปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกา และการที่ประชาคมนานาชาติจะใช้แรงกดดันที่มีความหมายเพื่อป้องกันการตัดสัญญาณในอนาคตหรือไม่ ในตอนนี้ ชาวอิหร่านหลายล้านคนยังคงถูกตัดขาด รอคอยสัญญาณที่โลกภายนอกมองเห็น แต่พวกเขายังไม่สามารถเข้าถึงได้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
หลังถูกตัดขาดจากโลกภายนอกนาน 87 วัน ซึ่งนับเป็นการตัดเน็ตทั่วประเทศที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ ประธานาธิบดีอิหร่านสั่งฟื้นฟูสัญญาณ สัญญาณเริ่มกลับมาในวันที่ 88 แต่ศาลก็สั่งระงับคำสั่งดังกล่าวทันที [30]
หลังถูกตัดขาดจากโลกภายนอกนาน 87 วัน ซึ่งนับเป็นการตัดเน็ตทั่วประเทศที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ ประธานาธิบดีอิหร่านสั่งฟื้นฟูสัญญาณ สัญญาณเริ่มกลับมาในวันที่ 88 แต่ศาลก็สั่งระงับคำสั่งดังกล่าวทันที [30] การตัดสัญญาณครั้งนี้ทำให้การเชื่อมต่อภายในประเทศลดลงเหลือเพียง 1 2% ภาคธุรกิจที่พึ่งพาบริการออนไลน์หยุดชะงัก และประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญระหว่างที่อิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตีทางทหาร [35][24]
การฟื้นฟูเต็มรูปแบบยังคงคลุมเครือ: คำสั่งศาลทำให้คำสั่งของประธานาธิบดีถูกระงับไว้ และการควบคุมแพลตฟอร์มต่างชาติกับโซเชียลมีเดียถูกคาดการณ์ว่าจะยังคงอยู่ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด [28]