Ceres 2 Y3 ทะยานจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียน เวลา 07:37 น. ตามเวลาปักกิ่ง เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2026 และส่งดาวเทียม 4 ดวงเข้าสู่วงโคจรอาทิตย์สัมพันธ์ที่ระดับความสูง 535 กิโลเมตรได้สำเร็จ ดาวเทียมทั้งสี่ ได้แก่ Guanlan Shiyan, Yunyao 1 28, Zhongbei Daxue 1 และ Juntian 1 06A โดยมีภารกิจครอบคลุมการสำรวจมหาสมุทร อุตุนิยม...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the circumstances and results of Galactic Energy’s Ceres-2 Y3 launch on November 7, 2026—including its launch site and Beijing-tim. Article summary: Galactic Energy’s Ceres-2 Y3 successfully launched four satellites from Jiuquan at 07:37 Beijing time on November 7, 2026, marking a successful second flight for the larger solid-propellant Ceres vehicle. [8][6] The avai. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clic
Galactic Energy ประสบความสำเร็จในการส่งจรวด Ceres-2 Y3 พร้อมดาวเทียม 4 ดวงเข้าสู่วงโคจร เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2026 นับเป็นการกลับมาปฏิบัติภารกิจหลังเที่ยวบินแรกของจรวดรุ่นนี้ไปไม่ถึงวงโคจรเมื่อเกือบ 10 เดือนก่อน อย่างไรก็ตาม รายงานที่มีอยู่ยังไม่เปิดเผยว่ามีการปรับแก้ทางเทคนิคอะไรบ้างก่อนการปล่อยครั้งนี้ 3
29
Ceres-2 Y3 ทะยานขึ้นจากพื้นที่ปล่อยหมายเลข 95 ที่ศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียน เวลา 07:37 น. ตามเวลาปักกิ่งของวันที่ 7 พฤศจิกายน หรือ 23:37 น. UTC ของวันที่ 6 พฤศจิกายน รายงานของสำนักข่าวซินหัวระบุว่าจรวดนำดาวเทียมทั้ง 4 ดวงเข้าสู่วงโคจรอาทิตย์สัมพันธ์ที่ระดับความสูง 535 กิโลเมตรได้สำเร็จ 2
3
ดาวเทียมที่เดินทางไปกับเที่ยวบินนี้ ได้แก่ Guanlan Shiyan, Yunyao-1 28, Zhongbei Daxue-1 และ Juntian-1 06A 23 รายงานอธิบายภาพรวมของภารกิจว่าเกี่ยวข้องกับการสำรวจมหาสมุทรด้วยการสำรวจระยะไกล อุตุนิยมวิทยาเชิงพาณิชย์ งานวิจัยของมหาวิทยาลัย และการเฝ้าระวังวัตถุในอวกาศ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับเครื่องมือ มวลของดาวเทียมแต่ละดวง หรือมวลรวมที่จรวดบรรทุก
8
20
เที่ยวบินนี้เกิดขึ้นเกือบ 10 เดือนหลังภารกิจแรกของ Ceres-2 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2026 ไม่สามารถนำจรวดเข้าสู่วงโคจรได้ 29
37 รายงานระบุว่ามีการสอบสวนความผิดปกติและดำเนินการแก้ไข แต่ไม่ได้แจกแจงสาเหตุอย่างละเอียด การเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบ หรือการทดสอบที่ทำก่อน Ceres-2 Y3 ขึ้นบิน
29
ความสำเร็จครั้งนี้ยืนยันได้ว่าเที่ยวบิน Y3 ส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรเป้าหมายได้ แต่ยังไม่บอกว่าการแก้ไขข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภารกิจสำเร็จ และยังไม่ใช่หลักฐานว่าจรวดมีประวัติความน่าเชื่อถือระยะยาว
ข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับจรวดระบุว่า Ceres-2 เป็นจรวด 4 ขั้น มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.35 เมตร มวลขณะปล่อย 98 ตัน และมีขีดความสามารถในการส่งน้ำหนักบรรทุกสู่วงโคจรอาทิตย์สัมพันธ์ที่ 1,300 กิโลกรัม ตัวเลขเหล่านี้เป็นสเปกที่แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุ ไม่ใช่การวัดน้ำหนักบรรทุกจริงของเที่ยวบิน Y3 30
32
35
ข้อมูลเปรียบเทียบกับ Ceres-1 ที่มีอยู่ยังไม่ครบถ้วน แหล่งอ้างอิงหนึ่งระบุว่า Ceres-1 รองรับน้ำหนักบรรทุก 300 กิโลกรัมสู่วงโคจรอาทิตย์สัมพันธ์ที่ระดับความสูง 500 กิโลเมตร เทียบกับตัวเลข 1,300 กิโลกรัมที่ระบุไว้สำหรับ Ceres-2 จึงควรมองตัวเลขนี้เป็นการเปรียบเทียบตามข้อมูลที่รายงาน ไม่ใช่การยืนยันมวลของดาวเทียมที่บรรทุกในเที่ยวบินล่าสุด 30
38
แหล่งข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันรูปแบบการจัดขั้น ขนาด มวลขณะปล่อยของ Ceres-1 หรือทางเลือกของแฟริ่งสำหรับจรวดทั้งสองรุ่น จึงยังเปรียบเทียบรายละเอียดแบบครบทุกด้านไม่ได้
หากจรวดรองรับน้ำหนักบรรทุกได้มากขึ้น ก็อาจเหมาะกับการส่งดาวเทียมขนาดใหญ่ขึ้น การปล่อยดาวเทียมหลายดวงร่วมเที่ยวบิน หรือการนำดาวเทียมไปติดตั้งเป็นกลุ่ม แต่ความสำเร็จในการส่งดาวเทียม 4 ดวงครั้งนี้ไม่ได้แปลว่า Ceres-2 บรรทุกน้ำหนักได้เต็มขีดความสามารถที่ระบุไว้ รายงานภารกิจไม่ได้เปิดเผยน้ำหนักรวมของดาวเทียมทั้งสี่ดวง 3
20
ผลการบินครั้งนี้เป็นผลงานของ Ceres-2 ซึ่งเป็นจรวดเชื้อเพลิงแข็ง ไม่ควรนำไปใช้เป็นหลักฐานยืนยันสถานะของโครงการจรวดเชื้อเพลิงเหลวอีกสายหนึ่งของ Galactic Energy เพราะรายงานการปล่อยที่อ้างถึงไม่ได้กล่าวถึงโครงการนั้น และการกลับมาบินสำเร็จเพียงครั้งเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าบริษัทมีอัตราการปล่อยต่อเนื่องหรือมีประวัติความน่าเชื่อถือที่พิสูจน์แล้ว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Ceres 2 Y3 ทะยานจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียน เวลา 07:37 น. ตามเวลาปักกิ่ง เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2026 และส่งดาวเทียม 4 ดวงเข้าสู่วงโคจรอาทิตย์สัมพันธ์ที่ระดับความสูง 535 กิโลเมตรได้สำเร็จ
Ceres 2 Y3 ทะยานจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียน เวลา 07:37 น. ตามเวลาปักกิ่ง เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2026 และส่งดาวเทียม 4 ดวงเข้าสู่วงโคจรอาทิตย์สัมพันธ์ที่ระดับความสูง 535 กิโลเมตรได้สำเร็จ ดาวเทียมทั้งสี่ ได้แก่ Guanlan Shiyan, Yunyao 1 28, Zhongbei Daxue 1 และ Juntian 1 06A โดยมีภารกิจครอบคลุมการสำรวจมหาสมุทร อุตุนิยมวิทยา งานวิจัยของมหาวิทยาลัย และการเฝ้าระวังวัตถุในอวกาศ
ภารกิจนี้เป็นการกลับมาบินหลังเที่ยวบินแรกเมื่อ 17 มกราคม 2026 ไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรได้ แต่รายงานที่มีไม่ได้แจกแจงสาเหตุทางเทคนิคหรือรายละเอียดการแก้ไขก่อนปล่อยครั้งนี้
Ceres 2 Y3 ทะยานจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียน เวลา 07:37 น. ตามเวลาปักกิ่ง เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2026 และส่งดาวเทียม 4 ดวงเข้าสู่วงโคจรอาทิตย์สัมพันธ์ที่ระดับความสูง 535 กิโลเมตรได้สำเร็จ ดาวเทียมทั้งสี่ ได้แก่ Guanlan Shiyan, Yunyao 1 28, Zhongbei Daxue 1 และ Juntian 1 06A โดยมีภารกิจครอบคลุมการสำรวจมหาสมุทร อุตุนิยม...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the circumstances and results of Galactic Energy’s Ceres-2 Y3 launch on November 7, 2026—including its launch site and Beijing-tim. Article summary: Galactic Energy’s Ceres-2 Y3 successfully launched four satellites from Jiuquan at 07:37 Beijing time on November 7, 2026, marking a successful second flight for the larger solid-propellant Ceres vehicle. [8][6] The avai. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clic
Galactic Energy ประสบความสำเร็จในการส่งจรวด Ceres-2 Y3 พร้อมดาวเทียม 4 ดวงเข้าสู่วงโคจร เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2026 นับเป็นการกลับมาปฏิบัติภารกิจหลังเที่ยวบินแรกของจรวดรุ่นนี้ไปไม่ถึงวงโคจรเมื่อเกือบ 10 เดือนก่อน อย่างไรก็ตาม รายงานที่มีอยู่ยังไม่เปิดเผยว่ามีการปรับแก้ทางเทคนิคอะไรบ้างก่อนการปล่อยครั้งนี้ 3
29
Ceres-2 Y3 ทะยานขึ้นจากพื้นที่ปล่อยหมายเลข 95 ที่ศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียน เวลา 07:37 น. ตามเวลาปักกิ่งของวันที่ 7 พฤศจิกายน หรือ 23:37 น. UTC ของวันที่ 6 พฤศจิกายน รายงานของสำนักข่าวซินหัวระบุว่าจรวดนำดาวเทียมทั้ง 4 ดวงเข้าสู่วงโคจรอาทิตย์สัมพันธ์ที่ระดับความสูง 535 กิโลเมตรได้สำเร็จ 2
3
ดาวเทียมที่เดินทางไปกับเที่ยวบินนี้ ได้แก่ Guanlan Shiyan, Yunyao-1 28, Zhongbei Daxue-1 และ Juntian-1 06A 23 รายงานอธิบายภาพรวมของภารกิจว่าเกี่ยวข้องกับการสำรวจมหาสมุทรด้วยการสำรวจระยะไกล อุตุนิยมวิทยาเชิงพาณิชย์ งานวิจัยของมหาวิทยาลัย และการเฝ้าระวังวัตถุในอวกาศ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับเครื่องมือ มวลของดาวเทียมแต่ละดวง หรือมวลรวมที่จรวดบรรทุก
8
20
เที่ยวบินนี้เกิดขึ้นเกือบ 10 เดือนหลังภารกิจแรกของ Ceres-2 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2026 ไม่สามารถนำจรวดเข้าสู่วงโคจรได้ 29
37 รายงานระบุว่ามีการสอบสวนความผิดปกติและดำเนินการแก้ไข แต่ไม่ได้แจกแจงสาเหตุอย่างละเอียด การเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบ หรือการทดสอบที่ทำก่อน Ceres-2 Y3 ขึ้นบิน
29
ความสำเร็จครั้งนี้ยืนยันได้ว่าเที่ยวบิน Y3 ส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรเป้าหมายได้ แต่ยังไม่บอกว่าการแก้ไขข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภารกิจสำเร็จ และยังไม่ใช่หลักฐานว่าจรวดมีประวัติความน่าเชื่อถือระยะยาว
ข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับจรวดระบุว่า Ceres-2 เป็นจรวด 4 ขั้น มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.35 เมตร มวลขณะปล่อย 98 ตัน และมีขีดความสามารถในการส่งน้ำหนักบรรทุกสู่วงโคจรอาทิตย์สัมพันธ์ที่ 1,300 กิโลกรัม ตัวเลขเหล่านี้เป็นสเปกที่แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุ ไม่ใช่การวัดน้ำหนักบรรทุกจริงของเที่ยวบิน Y3 30
32
35
ข้อมูลเปรียบเทียบกับ Ceres-1 ที่มีอยู่ยังไม่ครบถ้วน แหล่งอ้างอิงหนึ่งระบุว่า Ceres-1 รองรับน้ำหนักบรรทุก 300 กิโลกรัมสู่วงโคจรอาทิตย์สัมพันธ์ที่ระดับความสูง 500 กิโลเมตร เทียบกับตัวเลข 1,300 กิโลกรัมที่ระบุไว้สำหรับ Ceres-2 จึงควรมองตัวเลขนี้เป็นการเปรียบเทียบตามข้อมูลที่รายงาน ไม่ใช่การยืนยันมวลของดาวเทียมที่บรรทุกในเที่ยวบินล่าสุด 30
38
แหล่งข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันรูปแบบการจัดขั้น ขนาด มวลขณะปล่อยของ Ceres-1 หรือทางเลือกของแฟริ่งสำหรับจรวดทั้งสองรุ่น จึงยังเปรียบเทียบรายละเอียดแบบครบทุกด้านไม่ได้
หากจรวดรองรับน้ำหนักบรรทุกได้มากขึ้น ก็อาจเหมาะกับการส่งดาวเทียมขนาดใหญ่ขึ้น การปล่อยดาวเทียมหลายดวงร่วมเที่ยวบิน หรือการนำดาวเทียมไปติดตั้งเป็นกลุ่ม แต่ความสำเร็จในการส่งดาวเทียม 4 ดวงครั้งนี้ไม่ได้แปลว่า Ceres-2 บรรทุกน้ำหนักได้เต็มขีดความสามารถที่ระบุไว้ รายงานภารกิจไม่ได้เปิดเผยน้ำหนักรวมของดาวเทียมทั้งสี่ดวง 3
20
ผลการบินครั้งนี้เป็นผลงานของ Ceres-2 ซึ่งเป็นจรวดเชื้อเพลิงแข็ง ไม่ควรนำไปใช้เป็นหลักฐานยืนยันสถานะของโครงการจรวดเชื้อเพลิงเหลวอีกสายหนึ่งของ Galactic Energy เพราะรายงานการปล่อยที่อ้างถึงไม่ได้กล่าวถึงโครงการนั้น และการกลับมาบินสำเร็จเพียงครั้งเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าบริษัทมีอัตราการปล่อยต่อเนื่องหรือมีประวัติความน่าเชื่อถือที่พิสูจน์แล้ว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Ceres 2 Y3 ทะยานจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียน เวลา 07:37 น. ตามเวลาปักกิ่ง เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2026 และส่งดาวเทียม 4 ดวงเข้าสู่วงโคจรอาทิตย์สัมพันธ์ที่ระดับความสูง 535 กิโลเมตรได้สำเร็จ
Ceres 2 Y3 ทะยานจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียน เวลา 07:37 น. ตามเวลาปักกิ่ง เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2026 และส่งดาวเทียม 4 ดวงเข้าสู่วงโคจรอาทิตย์สัมพันธ์ที่ระดับความสูง 535 กิโลเมตรได้สำเร็จ ดาวเทียมทั้งสี่ ได้แก่ Guanlan Shiyan, Yunyao 1 28, Zhongbei Daxue 1 และ Juntian 1 06A โดยมีภารกิจครอบคลุมการสำรวจมหาสมุทร อุตุนิยมวิทยา งานวิจัยของมหาวิทยาลัย และการเฝ้าระวังวัตถุในอวกาศ
ภารกิจนี้เป็นการกลับมาบินหลังเที่ยวบินแรกเมื่อ 17 มกราคม 2026 ไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรได้ แต่รายงานที่มีไม่ได้แจกแจงสาเหตุทางเทคนิคหรือรายละเอียดการแก้ไขก่อนปล่อยครั้งนี้