เวอร์ชันแรกที่เปิดตัวคือ Gemini Omni Flash ซึ่งกำลังเริ่มปล่อยให้ใช้งานผ่านแอป Gemini และเครื่องมือสร้างสรรค์ของ Google หลายตัว
การเปิดตัวนี้ทำให้ Google ก้าวเข้าสู่การแข่งขัน AI สร้างวิดีโอ (generative video) อย่างจริงจัง ซึ่งกำลังเป็นสนามแข่งขันใหม่ของบริษัท AI ชั้นนำ
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการทำให้แพลตฟอร์มข้อมูลของ Google กลายเป็นระบบสนทนา (conversational AI)
ตัวอย่างชัดเจนคือ Ask YouTube ฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้ถามคำถามเกี่ยวกับวิดีโอ แล้ว AI จะสรุปคำตอบพร้อมพาไปยังช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องในคลิปทันที
แทนที่จะต้องเลื่อนดูวิดีโอทั้งคลิป ระบบสามารถ
แนวทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยน Search, Maps และ YouTube ให้กลายเป็นประสบการณ์แบบผู้ช่วย AI ที่เข้าใจภาษาธรรมชาติ มากกว่าการค้นหาแบบเดิม
Google ยังเปิดตัว Docs Live ฟีเจอร์ใหม่ใน Google Workspace
ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถ
ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของการฝัง Gemini เข้าไปในเครื่องมือทำงานอย่าง Docs, Gmail และ Drive เพื่อช่วยร่างข้อความ สรุปข้อมูล และจัดการงานต่าง ๆ
Google ยังประกาศ Gemini Intelligence ชุดความสามารถ AI ที่ทำให้สมาร์ตโฟน Android ทำงานเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวมากขึ้น
ความสามารถหลัก ได้แก่
ฟีเจอร์เหล่านี้จะเริ่มเปิดใช้ก่อนบน สมาร์ตโฟน Samsung Galaxy และ Google Pixel บางรุ่น ก่อนจะขยายไปยังอุปกรณ์ Android อื่น ๆ เช่น นาฬิกา รถยนต์ และแล็ปท็อปในภายหลัง
แนวคิดหลักคือเปลี่ยนสมาร์ตโฟนจากเครื่องมือที่รอคำสั่ง ให้กลายเป็นระบบที่ คาดการณ์ความต้องการของผู้ใช้และจัดการงานให้ล่วงหน้า
การอัปเดตใหญ่ของ Android ปีนี้คือ Android 17 ซึ่งผสาน Gemini เข้าไปลึกในระดับแพลตฟอร์ม
Google เริ่มอธิบาย Android ไม่ใช่แค่ระบบปฏิบัติการอีกต่อไป แต่เป็น “Intelligence System” ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
การเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น
หลายฟีเจอร์อาศัย AI ที่ทำงานบนอุปกรณ์ (on‑device AI) ทำให้ความสามารถขั้นสูงอาจเปิดใช้งานก่อนบนฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ เช่น Pixel และ Samsung รุ่นล่าสุด
Google ยังเปิดตัว Gemini 3.5 Flash โมเดล AI ที่ออกแบบมาให้มีทั้งความฉลาดสูงและความเร็วสูง เพื่อรองรับงานจริง เช่น การเขียนโค้ดหรือระบบอัตโนมัติ
ฝั่งนักพัฒนา Google เน้นแนวคิด “จาก prompt ไปสู่ action” โดยเปิดเครื่องมือที่ช่วยให้นักพัฒนาสร้าง AI agent ที่สามารถ
ภาพรวมของประกาศทั้งหมดสะท้อนกลยุทธ์ที่ชัดเจน: Google ต้องการให้ Gemini เป็นแกนกลางของระบบนิเวศทั้งหมด
ตั้งแต่
Google เชื่อว่าความได้เปรียบสำคัญคือ ฐานผู้ใช้และโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก เพราะ AI ของบริษัทสามารถเข้าถึงผู้ใช้หลายพันล้านคนผ่านบริการที่มีอยู่แล้ว
Google I/O 2026 แสดงให้เห็นว่า AI ของบริษัทไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงผลิตภัณฑ์อีกตัวหนึ่ง แต่เป็น แพลตฟอร์มที่แทรกอยู่ในทุกบริการ
ทั้งหมดนี้ทำให้ Gemini กลายเป็นทั้งโมเดล AI หลักของ Google และโครงสร้างเชื่อมต่อของทั้งระบบนิเวศ ซึ่งเป็นสนามแข่งขันระยะยาวกับแพลตฟอร์ม AI รายใหญ่อื่น ๆ ที่ต้องการเป็นผู้ช่วยดิจิทัลหลักของผู้ใช้ทั่วโลก
Comments
0 comments