ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้ขับเคลื่อนโดยความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่พุ่งสูงขึ้น อุปทานหน่วยความจำที่ตึงตัว และราคา DRAM และ NAND ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของ DRAM เพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ขณะที่ราคา NAND เพิ่มขึ้นประมาณกลางๆ 50% ส่วน
แม้จะมีตัวเลขที่ทำลายสถิติ แต่ทั้งรายได้และกำไรจากการดำเนินงานกลับต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้:
| ตัวชี้วัด | ตัวเลขจริง | LSEG SmartEstimate (ประมาณการ) | ต่ำกว่าคาด |
|---|---|---|---|
| รายได้ | 79.32 ล้านล้านวอน | ~84 ล้านล้านวอน | ต่ำกว่า ~5.6% |
| กำไรจากการดำเนินงาน | 60.54 ล้านล้านวอน | ~62.7 ล้านล้านวอน | ต่ำกว่า ~3.5% |
ที่มา:
สาเหตุไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอของบริษัท แต่เป็นเพราะความคาดหวังของนักลงทุนที่สูงลิบ กระแส AI ฮาร์ดแวร์ที่ร้อนแรงได้ผลักดันให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ตัวเลขสูงเกินจริง SK Hynix ทำผลงานได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ตลาดกลับตั้งราคาหุ้นไว้สูงกว่านั้นอีก หุ้นของ SK Hynix ร่วงลงถึง 9.6% ในวันนั้น (ตกสูงสุดถึง 15% ในระหว่างวัน) และยังลากหุ้นของบริษัทคู่แข่งในสหรัฐฯ อย่าง Micron และ SanDisk ร่วงตามไปด้วย
"ผลประกอบการต่ำกว่าที่โบรกเกอร์คาดการณ์ไว้ ซึ่งคาดการณ์รายได้ที่ 83.94 ล้านล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงานที่ 63.99 ล้านล้านวอน" รายงานจาก The Korea Times
กลยุทธ์หลักของ SK Hynix คือการโฟกัสที่ High-Bandwidth Memory (HBM) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญสำหรับการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ และการปักหลักรับประกันความต้องการล่วงหน้าผ่านสัญญาระยะยาว:
ผลประกอบการนี้ชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมหน่วยความจำที่มากกว่าแค่ SK Hynix:
การเน้นชิป AI ระดับพรีเมียม (HBM และ DRAM สำหรับ AI Server):
หน่วยความจำทั่วไป (DRAM/NAND สำหรับ PC, มือถือ, เซิร์ฟเวอร์ทั่วไป):
สรุปได้ว่า SK Hynix กำลังทำเงินมหาศาลจาก HBM และปักหลักความต้องการมาล่วงหน้าหลายปี แต่ตลาดกำลังถามว่าธุรกิจหน่วยความจำทั่วไปจะตามทันหรือไม่ — และการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI จะสามารถเติบโตในอัตราที่ได้ถูกราคาหุ้นสะท้อนไว้แล้วต่อไปได้หรือไม่