ก้าวที่เป็นรูปธรรมที่สุดของ OPPO คือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ BYD เพื่อพัฒนาให้สมาร์ตโฟน Android ปลดล็อกและควบคุมรถยนต์ไฟฟ้าได้ โดย Find X8 จะเชื่อมต่อกับ Denza หรือ Tengshi Z9 GT ผ่านการอัปเดต OTA [41][42] OPPO ยังมีรายงานว่าอยู่ระหว่างการเข้าซื้อสตาร์ตอัป AIWaves และตั้งเป้านำฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ไปสู...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were Oppo’s latest efforts to diversify beyond smartphones as of October 23, 2024—including its strategic technology partnership with C. Article summary: As of October 23, 2024, Oppo was seeking to turn its phones into a hub for AI and smart-car services—not merely sell more handsets. Its most concrete move was a BYD partnership linking Oppo Android phones with BYD’s inte. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clic
ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2024 OPPO กำลังพยายามทำให้สมาร์ตโฟนไม่ใช่สินค้าเดี่ยว ๆ อีกต่อไป แต่เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อรถยนต์ บริการ AI และอุปกรณ์อัจฉริยะอื่น ๆ กลยุทธ์ขยายธุรกิจของบริษัทมุ่งไปที่ 2 แกนหลัก ได้แก่ รถยนต์อัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI)
ความเคลื่อนไหวที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการประกาศความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่าง OPPO กับ BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน โดยทั้งสองบริษัทระบุว่าจะร่วมพัฒนาเทคโนโลยีให้สมาร์ตโฟน Android ของ OPPO ทำงานร่วมกับรถยนต์อัจฉริยะของ BYD ได้ดีขึ้น รวมถึงการปลดล็อกและควบคุมรถจากโทรศัพท์
ความร่วมมือระยะแรกจะเชื่อมสมาร์ตโฟน OPPO Find X8 series กับรถซีดานอัจฉริยะ Denza Z9 GT ของ BYD ซึ่งในบางแหล่งใช้ชื่อ Tengshi Z9 GT โดยระบบเชื่อมต่อระหว่างโทรศัพท์กับรถยนต์มีแผนเปิดใช้งานผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA หรือการอัปเดตจากระยะไกล
แนวคิดนี้จึงไม่ใช่เพียงการทำอุปกรณ์เสริมร่วมกัน แต่เป็นการขยับบทบาทของโทรศัพท์ให้กลายเป็นอินเทอร์เฟซสำหรับการเข้าถึงและควบคุมรถยนต์ ผู้ใช้ไม่ได้หยิบมือถือขึ้นมาแค่เพื่อโทร ถ่ายภาพ หรือเปิดแอปอีกต่อไป แต่อาจใช้เป็นกุญแจรถและรีโมตควบคุมฟังก์ชันบางอย่างในชีวิตประจำวันด้วย
นอกจากรถยนต์ OPPO ยังถูกระบุว่าอยู่ระหว่างการเข้าซื้อ AIWaves สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดต่อสาธารณะเกี่ยวกับธุรกรรมนี้ยังมีจำกัด จึงควรอธิบายว่าเป็นกระบวนการเข้าซื้อกิจการที่มีรายงานข่าว ไม่ใช่ดีลที่มีการเปิดเผยรายละเอียดครบถ้วนหรือยืนยันการเสร็จสิ้นอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน OPPO ตั้งเป้านำฟีเจอร์ Generative AI ไปให้ผู้ใช้สมาร์ตโฟน 50 ล้านคนภายในสิ้นปี 2024 เป้าหมายดังกล่าวสะท้อนว่า บริษัทมอง AI เป็นเครื่องมือเพิ่มมูลค่าให้ระบบนิเวศเดิมของตัวเอง โดยจะเติมบริการและความสามารถใหม่ ๆ ให้โทรศัพท์มีประโยชน์ต่อเนื่อง แทนที่จะพึ่งการอัปเกรดฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว
กล่าวอีกอย่างคือ OPPO ไม่ได้วาง AI เป็นธุรกิจที่แยกขาดจากโทรศัพท์ แต่ต้องการใช้ AI เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ในมือผู้ใช้ฉลาดและใช้งานได้หลากหลายขึ้นในระยะยาว
ทิศทางของ OPPO สอดคล้องกับการแข่งขันที่กว้างขึ้นในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีจีน ซึ่งพยายามเชื่อมสมาร์ตโฟนเข้ากับฮาร์ดแวร์หลายประเภท
ตัวอย่างเช่น Huawei ใช้แนวคิด “1+8+N” โดยให้ “1” หมายถึงสมาร์ตโฟน “8” หมายถึงอุปกรณ์หลักอย่างหน้าจอขนาดใหญ่ แท็บเล็ต พีซี อุปกรณ์สวมใส่ และระบบในรถยนต์ ส่วน “N” ครอบคลุมอุปกรณ์ Internet of Things หรือ IoT ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อีกจำนวนมาก
การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้เห็นความหมายของข้อตกลงระหว่าง OPPO กับ BYD ชัดขึ้น เพราะการเชื่อมมือถือกับรถยนต์ไม่ใช่ฟีเจอร์โดด ๆ แต่เป็นความพยายามทำให้สมาร์ตโฟนกลายเป็นประตูสู่บริการและอุปกรณ์ในระบบนิเวศที่ใหญ่กว่า Huawei เดินหน้าสร้างระบบเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และเทคโนโลยียานยนต์ในวงกว้าง ขณะที่ OPPO เลือกเริ่มต้นอย่างโดดเด่นผ่านพันธมิตรรถยนต์และการขยายฟีเจอร์ AI
แม้จะพยายามขยายไปสู่รถยนต์และ AI แต่สมาร์ตโฟนยังคงเป็นธุรกิจหลักที่สร้างขนาดและฐานผู้ใช้ให้ OPPO
ข้อมูลประเมินเบื้องต้นของ IDC ระบุว่า การจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกในไตรมาส 3 ปี 2024 อยู่ที่ 316.1 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดย OPPO อยู่ในอันดับ 4 ตามหลัง Samsung, Apple และ Xiaomi ด้วยยอดจัดส่ง 28.8 ล้านเครื่อง และส่วนแบ่งตลาด 9.1%
อันดับดังกล่าวอธิบายเหตุผลของกลยุทธ์นี้ได้เป็นอย่างดี OPPO มีฐานผู้ใช้สมาร์ตโฟนขนาดใหญ่ซึ่งสามารถใช้เป็นช่องทางกระจายฟีเจอร์ AI และบริการเชื่อมต่อรถยนต์ได้ ดังนั้น บริษัทไม่ได้กำลังเลิกพึ่งพาสมาร์ตโฟน แต่กำลังพยายามทำให้การมีโทรศัพท์ OPPO มีคุณค่ามากขึ้น เมื่ออยู่ภายในระบบนิเวศของรถยนต์และบริการดิจิทัลอื่น ๆ
ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2024 แผนกระจายธุรกิจของ OPPO มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน
แก่นของกลยุทธ์คือการรักษาสมาร์ตโฟนไว้เป็นธุรกิจที่สร้างฐานผู้ใช้จำนวนมาก พร้อมยกระดับให้โทรศัพท์ทำหน้าที่เป็นจุดควบคุมรถยนต์ บริการ AI และประสบการณ์เชื่อมต่อรูปแบบใหม่ ๆ ในอนาคต
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ก้าวที่เป็นรูปธรรมที่สุดของ OPPO คือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ BYD เพื่อพัฒนาให้สมาร์ตโฟน Android ปลดล็อกและควบคุมรถยนต์ไฟฟ้าได้ โดย Find X8 จะเชื่อมต่อกับ Denza หรือ Tengshi Z9 GT ผ่านการอัปเดต OTA [41][42]
ก้าวที่เป็นรูปธรรมที่สุดของ OPPO คือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ BYD เพื่อพัฒนาให้สมาร์ตโฟน Android ปลดล็อกและควบคุมรถยนต์ไฟฟ้าได้ โดย Find X8 จะเชื่อมต่อกับ Denza หรือ Tengshi Z9 GT ผ่านการอัปเดต OTA [41][42] OPPO ยังมีรายงานว่าอยู่ระหว่างการเข้าซื้อสตาร์ตอัป AIWaves และตั้งเป้านำฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ไปสู่ผู้ใช้สมาร์ตโฟน 50 ล้านคนภายในสิ้นปี 2024 [39][42]
แม้จะเดินหน้ากระจายธุรกิจ แต่สมาร์ตโฟนยังเป็นฐานสำคัญของ OPPO โดย IDC จัดให้บริษัทอยู่ในอันดับ 4 ของโลกในไตรมาส 3 ปี 2024 มียอดจัดส่ง 28.8 ล้านเครื่อง และส่วนแบ่งตลาด 9.1% [15]