สำหรับอีลอน มัสก์ ตัวเลขความมั่งคั่งนั้นน่าตะลึง: มูลค่าหุ้นที่เขาถืออยู่ใน SpaceX เพียงบริษัทเดียวนั้นสูงกว่า 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 25 ล้านล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินรวมของเขาพุ่งไปแตะที่ราว ๆ 970,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคนทั่วโลกกำลังจับตาดูว่าเขาจะกลายเป็นมนุษย์คนแรกในยุคปัจจุบันที่มีทรัพย์สินทะลุหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือไม่
การเข้าตลาดหุ้นของ SpaceX บดบังทุกข้อเสนอขายหุ้นที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้อย่างราบคาบ สถิติเดิมที่ Saudi Aramco เคยทำไว้ 29.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2019 ตอนนี้กลายเป็นเพียงตัวเลขเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับดีลนี้
นี่คือตัวเลขหลักจากประกาศอย่างเป็นทางการและเอกสารยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ:
ที่น่าสนใจคือ SpaceX ไม่ได้ทำกระบวนการสร้างสมุดความต้องการซื้อ (Book Building) จากนักลงทุนสถาบันเหมือน IPO ทั่วไป แต่ใช้วิธีเดินสายโรดโชว์แบบสั้น ๆ ในต้นเดือนมิถุนายน ด้วยราคาที่ตั้งไว้แล้วที่ 135 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสัญญาณความเชื่อมั่นอย่างสูงต่ออุปสงค์มหาศาลที่คาดว่าจะได้รับ และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพราะมีรายงานว่าความต้องการซื้อโดยรวมสูงถึงประมาณ สี่เท่า ของจำนวนหุ้นที่เสนอขาย
ก่อนการเปิดเผยราคา IPO นั้น Forbes ประเมินมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของมัสก์ไว้ที่ราว 788.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งก็มากกว่ามหาเศรษฐีอันดับสองของโลกหลายขุมอยู่แล้ว
ทว่าการเข้าตลาดหุ้นครั้งนี้เข้ามาเปลี่ยนโฉมสมการความมั่งคั่งอย่างมหาศาล
มัสก์ถือหุ้นใน SpaceX ในสัดส่วนที่เป็นเจ้าของผลประโยชน์ (Beneficially Owns) ประมาณ 41% เมื่อบริษัทมีมูลค่าตามราคา IPO หุ้นที่เขาถืออยู่ก็จะมีมูลค่าราว ๆ 725,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐทันที ดัชนีมหาเศรษฐีของ Bloomberg คำนวณว่า ดีลนี้ทำให้เขารวยขึ้นประมาณ 275,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในวันเดียว ดันความมั่งคั่งรวมขึ้นไปเป็นราว 970,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หลายสำนักข่าวมองว่า หากราคาหุ้นเปิดตลาดและปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย ตัวเลขของเขาก็จะทะลุหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ไม่เคยมีมนุษย์คนใดในประวัติศาสตร์ทำได้มาก่อน
ความมั่งคั่งที่อยู่บนกระดาษ:
ความมั่งคั่งของมัสก์คือเรื่องราวของความเป็นเจ้าของหุ้นแบบกระจุกตัวสูง โดยในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 ราวสองในสามของทรัพย์สินเขาอยู่ในรูปหุ้น SpaceX ส่วนที่เหลือเป็นหุ้น Tesla และธุรกิจอื่น ๆ เช่น Neuralink และ The Boring Company ในสัดส่วนที่น้อยกว่ามาก ที่น่าสนใจอีกประเด็นคือ เอกสาร S-1 Filing ที่ SpaceX ยื่นก่อน IPO ประมาณเดือนพฤษภาคม ได้เปิดเผยว่ามัสก์นำหุ้น SpaceX ไปค้ำประกันหนี้ส่วนตัวในสัดส่วนที่น้อยมาก (ไม่ถึง 0.3% ของหุ้นที่เขาถือ) ทำให้ Bloomberg ต้องยกเลิกหนี้สินที่เคยลงบัญชีไว้สำหรับมัสก์จำนวน 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐทิ้งไป ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้ตัวเลขทรัพย์สินของเขาพุ่งสูงขึ้นก่อนที่ IPO จะเกิดเสียอีก
ช่องว่างระหว่างมหาเศรษฐี:
ทรัพย์สินของมัสก์หลัง IPO เป็นอะไรที่คนรวยรอง ๆ ลงไปเทียบไม่ติด ลาร์รี เอลลิสัน ผู้ก่อตั้ง Oracle ซึ่งเป็นคนรวยอันดับสองของโลก ณ เดือนเมษายน 2026 มีทรัพย์สินประมาณ 279,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ ลาร์รี เพจ ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ก็มีทรัพย์สินไม่ถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แปลง่าย ๆ ก็คือ ความมั่งคั่งของมัสก์คนเดียวตอนนี้ มากกว่าทรัพย์สินของมหาเศรษฐีหลาย ๆ คนในท็อปเท็นของโลกรวมกันอย่างสบาย ๆ
การมีมูลค่ากิจการ 1.77 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่วันแรก ส่งให้ SpaceX กลายเป็น บริษัทมหาชนสหรัฐฯ ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับสาม รองเพียง Apple และ Nvidia เท่านั้น มันเริ่มต้นการเป็นหุ้นสาธารณะด้วยอันดับที่เหนือกว่า Microsoft, Amazon, Alphabet และ Meta ทันที ซึ่งบริษัทเหล่านี้ใช้เวลาหลายปีหรือหลายทศวรรษในการสร้างมูลค่าตลาดของตัวเอง
นี่คือช่วงเวลาที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูจากข้อมูลที่บริษัทยื่นไว้ในเอกสาร S-1 ที่เผยว่า SpaceX ขาดทุนสุทธิ 4.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสแรกของปี 2026 เพียงไตรมาสเดียว และมียอดขาดทุนสะสมสูงถึง 41.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ นักลงทุนกำลังมองข้ามตัวเลขผลประกอบการในปัจจุบัน และตีมูลค่าล่วงหน้าถึงการเติบโตในอนาคตของธุรกิจจรวด, อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink, และความทะเยอทะยานด้าน AI ของมัสก์ไปแล้วทั้งหมด เปลี่ยนบริษัทที่ยังไม่มีกำไร ให้กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกได้ในชั่วข้ามคืน
ข้อสังเกตเรื่องความมั่งคั่งและความเสี่ยงของมัสก์:
ฐานะการเงินของมัสก์นั้นยิ่งใหญ่ แต่มันไม่ใช่เงินสด ความมั่งคั่งส่วนใหญ่ของเขาผูกติดกับราคาหุ้นของ SpaceX และ Tesla ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น การกำกับดูแลจากภาครัฐ หรืออุปสรรคในการดำเนินงานของทั้งสองบริษัท สามารถทำให้ตัวเลขบนหน้ากระดาษนี้แกว่งตัวขึ้นลงได้อย่างรุนแรง การทำ IPO ครั้งนี้ยังจุดประเด็นให้เกิดการถกเถียงกันอีกครั้งเรื่องการกระจุกตัวของความมั่งคั่ง และความหมายของการที่คนคนหนึ่งมีทรัพย์สินถึงหนึ่งล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่ธุรกิจของเขาพึ่งพาสัญญาภาครัฐ ตลาดผู้บริโภค และความเชื่อมั่นที่ผันผวนในภาคเทคโนโลยี
บทต่อไปของเรื่องนี้:
หุ้น SPCX จะเริ่มต้นการซื้อขายในตลาด Nasdaq ในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน นี้ เนื่องจากการตั้งราคา IPO แบบคงที่ ไม่ใช่แบบช่วงราคา นักลงทุนและนักวิเคราะห์ทั่วโลกจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าราคาหุ้นจะเปิดที่เท่าไหร่ และราคา 135 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นจะยังคงอยู่หรือไม่เมื่อคำสั่งซื้อและคำสั่งขายมาเจอกันในตลาดเปิด การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นไม่ว่าจะขึ้นหรือลงเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้ความมั่งคั่งของมัสก์แกว่งข้ามผ่านเส้นหนึ่งล้านล้านดอลลาร์สหรัฐได้ทันที
สำหรับผู้เฝ้าติดตามอุตสาหกรรมอวกาศ การเข้าตลาดหุ้นครั้งนี้หมายถึงครั้งแรกที่สาธารณชนสามารถซื้อหุ้นและมีส่วนร่วมในการเดิมพันอนาคตของระบบนิเวศน์ จรวด ดาวเทียม และ AI ของมัสก์ได้อย่างเสรี — เป็นการเดิมพันที่จนถึงตอนนี้สงวนไว้สำหรับนายทุนร่วมลงทุนและนักลงทุนสถาบันกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น
Comments
0 comments