ผู้เล่นจะรับส่งผู้โดยสาร ทำภารกิจสุดท้าทาย และหา “เงินบ้า ๆ” ระหว่างติดตามกลุ่มโจรใน 5 เมืองทั่วโลก เกมพัฒนาโดย SEGA Sapporo Studio ภายใต้การดูแลของ Kenji Kanno ผู้สร้างซีรีส์ต้นฉบับที่กลับมารับหน้าที่คุมโปรเจกต์อีกครั้ง
แม้จะมีโครงเรื่องใหม่ แต่แกนหลักยังคงเป็นการขับรถด้วยความเร็วสูง รับผู้โดยสารไปส่งให้ทันเวลา และทำคะแนนจากการขับหวาดเสียว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Crazy Taxi
ตัวอย่างแรกของเกมใช้เพลง “All I Want” ของ The Offspring เพลงพังก์ร็อกเดียวกับที่เคยสร้างภาพจำให้ Crazy Taxi เวอร์ชันอาร์เคดในปี 1999
การเลือกเพลงเดิมกลับมาไม่ได้เป็นเพียงการใส่เพลงประกอบเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณว่า SEGA ต้องการปรับซีรีส์ให้ดูทันสมัยขึ้น โดยไม่ทิ้งบรรยากาศกวน ๆ และพลังงานแบบเกมตู้อาร์เคดที่แฟน ๆ คุ้นเคย
SEGA ยืนยันว่า Crazy Taxi: World Tour จะเปิดตัวในปี 2027 โดยลงให้กับแพลตฟอร์มดังต่อไปนี้
นอกจากแคมเปญผู้เล่นคนเดียวแล้ว เกมจะมีฟีเจอร์ออนไลน์ให้ผู้เล่นแข่งขันกับเพื่อนในโหมดต่าง ๆ รวมถึงอวดแท็กซี่ที่ปรับแต่งได้ นอกจากนี้ยังมี Classic Mode ที่นำความรู้สึกแบบเกมอาร์เคดกลับมาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์เหล่านี้เป็นส่วนเสริม ขณะที่ประสบการณ์หลักของเกมคือแคมเปญเนื้อเรื่อง World Tour ไม่ใช่โลกออนไลน์ที่ผู้เล่นจำนวนมากใช้ชีวิตร่วมกัน
จุดเปลี่ยนนี้น่าสนใจเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับข้อมูลที่ SEGA เคยเปิดเผยในช่วงปี 2023–2024
ในงาน The Game Awards 2023 บริษัทเคยประกาศโปรเจกต์นี้ในฐานะเกมขับรถโอเพนเวิลด์ขนาดใหญ่ที่รองรับผู้เล่นจำนวนมาก ต่อมา Kenji Kanno ระบุในการสัมภาษณ์ปี 2024 ว่าเกมจะมีผู้เล่นหลายคนอยู่ในโลกเดียวกันพร้อมกัน และจะเป็นประสบการณ์ “ใหม่ทั้งหมด” ที่พัฒนาด้วย Unreal Engine ขณะเดียวกัน ประกาศรับสมัครงานของทีมก็พูดถึงการสร้างแผนที่ขนาดใหญ่ ระบบเชื่อมต่อผู้เล่นหลายคน และ “เกมออนไลน์โปรเจกต์ใหญ่”
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้วงการเกมมองว่า SEGA กำลังมุ่งหน้าไปสู่ Crazy Taxi แบบเกมบริการออนไลน์หรือ MMO คล้ายเกมขับรถโอเพนเวิลด์ที่มีผู้เล่นร่วมอยู่ในโลกเดียวกัน
แต่ Crazy Taxi: World Tour ที่เปิดตัวในปี 2026 มีทิศทางต่างออกไปอย่างชัดเจน โดยวางแคมเปญเนื้อเรื่องสำหรับผู้เล่นคนเดียวและโหมดคลาสสิกแบบอาร์เคดไว้เป็นหัวใจหลัก SEGA ยังไม่ได้อธิบายต่อสาธารณะว่าทำไมจึงเปลี่ยนแนวทาง แต่ผลลัพธ์ที่เห็นคือการหันกลับมาเน้นรากฐานของซีรีส์แทนการเสี่ยงกับเกมออนไลน์ขนาดใหญ่
Crazy Taxi: World Tour เป็นเกมสำคัญลำดับที่สองที่เปิดเผยจากแผนของ SEGA ซึ่งประกาศในเดือนธันวาคม 2023 เพื่อคืนชีพแฟรนไชส์คลาสสิกที่หายไปจากตลาดจำนวน 5 ซีรีส์
แนวทางของ SEGA ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การนำเกมเก่ามารีมาสเตอร์ แต่เป็นการสร้างภาคใหม่ที่นำรูปแบบการเล่นดั้งเดิมมาปรับให้เข้ากับยุคปัจจุบัน และในกรณีของ Crazy Taxi ก็ได้ Kenji Kanno ผู้สร้างต้นฉบับกลับมาดูแลโปรเจกต์
การเปลี่ยนจากแนวคิด MMO มาเป็นเกมเนื้อเรื่องแบบอาร์เคดอาจทำให้ World Tour เข้าใกล้สิ่งที่แฟน ๆ จดจำจากซีรีส์มากกว่าเดิม และทำให้การกลับมาของแท็กซี่สายซิ่งครั้งนี้มีจุดยืนที่ชัดเจนขึ้น
ผู้เล่นจะรับส่งผู้โดยสาร ทำภารกิจสุดท้าทาย และหา “เงินบ้า ๆ” ระหว่างติดตามกลุ่มโจรใน 5 เมืองทั่วโลก เกมพัฒนาโดย SEGA Sapporo Studio ภายใต้การดูแลของ Kenji Kanno ผู้สร้างซีรีส์ต้นฉบับที่กลับมารับหน้าที่คุมโปรเจกต์อีกครั้ง
แม้จะมีโครงเรื่องใหม่ แต่แกนหลักยังคงเป็นการขับรถด้วยความเร็วสูง รับผู้โดยสารไปส่งให้ทันเวลา และทำคะแนนจากการขับหวาดเสียว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Crazy Taxi
ตัวอย่างแรกของเกมใช้เพลง “All I Want” ของ The Offspring เพลงพังก์ร็อกเดียวกับที่เคยสร้างภาพจำให้ Crazy Taxi เวอร์ชันอาร์เคดในปี 1999
การเลือกเพลงเดิมกลับมาไม่ได้เป็นเพียงการใส่เพลงประกอบเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณว่า SEGA ต้องการปรับซีรีส์ให้ดูทันสมัยขึ้น โดยไม่ทิ้งบรรยากาศกวน ๆ และพลังงานแบบเกมตู้อาร์เคดที่แฟน ๆ คุ้นเคย
SEGA ยืนยันว่า Crazy Taxi: World Tour จะเปิดตัวในปี 2027 โดยลงให้กับแพลตฟอร์มดังต่อไปนี้
นอกจากแคมเปญผู้เล่นคนเดียวแล้ว เกมจะมีฟีเจอร์ออนไลน์ให้ผู้เล่นแข่งขันกับเพื่อนในโหมดต่าง ๆ รวมถึงอวดแท็กซี่ที่ปรับแต่งได้ นอกจากนี้ยังมี Classic Mode ที่นำความรู้สึกแบบเกมอาร์เคดกลับมาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์เหล่านี้เป็นส่วนเสริม ขณะที่ประสบการณ์หลักของเกมคือแคมเปญเนื้อเรื่อง World Tour ไม่ใช่โลกออนไลน์ที่ผู้เล่นจำนวนมากใช้ชีวิตร่วมกัน
จุดเปลี่ยนนี้น่าสนใจเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับข้อมูลที่ SEGA เคยเปิดเผยในช่วงปี 2023–2024
ในงาน The Game Awards 2023 บริษัทเคยประกาศโปรเจกต์นี้ในฐานะเกมขับรถโอเพนเวิลด์ขนาดใหญ่ที่รองรับผู้เล่นจำนวนมาก ต่อมา Kenji Kanno ระบุในการสัมภาษณ์ปี 2024 ว่าเกมจะมีผู้เล่นหลายคนอยู่ในโลกเดียวกันพร้อมกัน และจะเป็นประสบการณ์ “ใหม่ทั้งหมด” ที่พัฒนาด้วย Unreal Engine ขณะเดียวกัน ประกาศรับสมัครงานของทีมก็พูดถึงการสร้างแผนที่ขนาดใหญ่ ระบบเชื่อมต่อผู้เล่นหลายคน และ “เกมออนไลน์โปรเจกต์ใหญ่”
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้วงการเกมมองว่า SEGA กำลังมุ่งหน้าไปสู่ Crazy Taxi แบบเกมบริการออนไลน์หรือ MMO คล้ายเกมขับรถโอเพนเวิลด์ที่มีผู้เล่นร่วมอยู่ในโลกเดียวกัน
แต่ Crazy Taxi: World Tour ที่เปิดตัวในปี 2026 มีทิศทางต่างออกไปอย่างชัดเจน โดยวางแคมเปญเนื้อเรื่องสำหรับผู้เล่นคนเดียวและโหมดคลาสสิกแบบอาร์เคดไว้เป็นหัวใจหลัก SEGA ยังไม่ได้อธิบายต่อสาธารณะว่าทำไมจึงเปลี่ยนแนวทาง แต่ผลลัพธ์ที่เห็นคือการหันกลับมาเน้นรากฐานของซีรีส์แทนการเสี่ยงกับเกมออนไลน์ขนาดใหญ่
Crazy Taxi: World Tour เป็นเกมสำคัญลำดับที่สองที่เปิดเผยจากแผนของ SEGA ซึ่งประกาศในเดือนธันวาคม 2023 เพื่อคืนชีพแฟรนไชส์คลาสสิกที่หายไปจากตลาดจำนวน 5 ซีรีส์
แนวทางของ SEGA ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การนำเกมเก่ามารีมาสเตอร์ แต่เป็นการสร้างภาคใหม่ที่นำรูปแบบการเล่นดั้งเดิมมาปรับให้เข้ากับยุคปัจจุบัน และในกรณีของ Crazy Taxi ก็ได้ Kenji Kanno ผู้สร้างต้นฉบับกลับมาดูแลโปรเจกต์
การเปลี่ยนจากแนวคิด MMO มาเป็นเกมเนื้อเรื่องแบบอาร์เคดอาจทำให้ World Tour เข้าใกล้สิ่งที่แฟน ๆ จดจำจากซีรีส์มากกว่าเดิม และทำให้การกลับมาของแท็กซี่สายซิ่งครั้งนี้มีจุดยืนที่ชัดเจนขึ้น