จากจุดต่ำสุดดังกล่าว Bitcoin เพิ่มขึ้นประมาณ 4.1–4.3 เท่า หรือคิดเป็นผลตอบแทนราว 318% ขณะที่ Nasdaq 100 ซึ่งมีน้ำหนักสูงในหุ้นเทคโนโลยีและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้นประมาณ 2.9 เท่า หรือราว 187% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ข้อสรุปของ Pal คือ ข้อมูลผลตอบแทนไม่สนับสนุนทฤษฎี “great rotation” ที่บอกว่าเงินกำลังย้ายจากคริปโตไปยังหุ้น AI และเทคโนโลยี หากเงินกำลังหนีจาก Bitcoin จริง ผลตอบแทนของทั้งสองตลาดก็ควรสะท้อนภาพนั้นมากกว่านี้
สำหรับผู้ถือ Bitcoin การเห็นราคาจากจุดสูงสุดใกล้ 126,000 ดอลลาร์ ร่วงลงสู่ช่วง 60,000 ดอลลาร์ย่อมเป็นการปรับฐานที่รุนแรง แต่ Pal ไม่เห็นด้วยกับการเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นตลาดหมี
“มันคือการปรับฐานรุนแรงในตลาดกระทิง”
Pal กล่าวถึงการเคลื่อนไหวดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์ ความแตกต่างระหว่าง “ตลาดหมี” กับ “การปรับฐานในตลาดกระทิง” อยู่ที่แนวโน้มระยะยาว โดยตลาดหมีหมายถึงขาลงเชิงโครงสร้างที่ยืดเยื้อ ขณะที่การปรับฐานอาจเป็นช่วงพักตัวที่รุนแรงแต่ยังไม่ทำลายแนวโน้มขาขึ้นในภาพใหญ่
เขามองว่าสาเหตุของแรงขายครั้งนี้ไม่ได้มาจากความล้มเหลวของคริปโต แต่เป็นปัญหาด้านกลไกสภาพคล่องของเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะ “ช่องว่างสภาพคล่อง” ของดอลลาร์สหรัฐ ที่เกิดจากการบริหารเงินสดของกระทรวงการคลังสหรัฐและพลวัตของหนี้รัฐบาล ภาวะดังกล่าวกระทบสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่าง Bitcoin ก่อนและรุนแรงกว่า
ก่อนหน้านี้ Pal ยังระบุว่าการปรับตัวขึ้นของทองคำได้ “ดูดสภาพคล่องส่วนเพิ่มทั้งหมด” ออกจากระบบ ทำให้เงินทุนที่อาจไหลเข้าสู่ Bitcoin ลดลงชั่วคราว
กรอบวิเคราะห์ของ Pal ให้ความสำคัญกับ สภาพคล่องโลก มากกว่าความรู้สึกของนักลงทุน กระแสเงินจากรายย่อย หรือแม้แต่วัฏจักร Bitcoin ที่มักถูกอธิบายด้วยเหตุการณ์ Halving ทุก 4 ปี
ตัวชี้วัดสำคัญในมุมมองนี้ ได้แก่
Pal เชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้เป็นเครื่องยนต์สำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของ Bitcoin เขาอธิบายว่าการชะลอตัวและการปรับฐานในช่วงปี 2025–2026 สอดคล้องกับภาวะสภาพคล่องที่หดตัว โดยย้อนกลับไปถึงเดือนกรกฎาคม 2025 เมื่อกระทรวงการคลังสหรัฐเริ่มเพิ่มเงินคงเหลือในบัญชี Treasury General Account ส่งผลให้มีเงินราว 700,000 ล้านดอลลาร์ ถูกดึงออกจากระบบ
จากกรอบแบบจำลองด้านสภาพคล่อง Pal มองว่า Bitcoin กำลังซื้อขายในระดับที่เป็น “ส่วนลดอย่างมาก” เมื่อเทียบกับมูลค่าพื้นฐาน โดยประเมินว่าภายใต้ภาวะสภาพคล่องปกติ Bitcoin ควรอยู่ใกล้ 160,000 ดอลลาร์
Pal ไม่ได้เพียงโต้แย้งมุมมองเชิงลบต่อ Bitcoin แต่ยังวางภาพอนาคตที่เป็นบวกอย่างมาก เขาใช้คำว่า “banana zone” เพื่ออธิบายช่วงที่ราคาอาจพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและมีลักษณะคล้ายพาราโบลา เมื่อแรงกดดันด้านสภาพคล่องเริ่มคลี่คลาย
ตามมุมมองของเขา เมื่อสภาพคล่องดอลลาร์กลับมา ส่วนต่างระหว่างราคาปัจจุบันกับมูลค่ายุติธรรมที่คำนวณจากแบบจำลองสภาพคล่องจะเริ่มปิดลง Pal ไม่ได้คาดหวังการปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เชื่อว่าตลาดอาจเกิดการประเมินราคาใหม่อย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายมูลค่ายุติธรรมเบื้องต้นราว 160,000 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเป้าหมายแบบมีเงื่อนไข ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสภาพคล่องโลกกลับมาขยายตัว ไม่ใช่การรับประกันว่าราคาจะไปถึงระดับนั้น
ในช่วงที่ Pal เผยแพร่บทวิเคราะห์ Bitcoin ซื้อขายอยู่ในช่วง ต้น 62,000 ดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ตลาดมีปัจจัยลบหลายด้านที่ช่วยขยายกระแส “คริปโตตายแล้ว” ได้แก่
แม้ภาพระยะสั้นจะยังเต็มไปด้วยแรงกดดัน Pal ยังคงมีมุมมองเชิงบวก เขาเชื่อว่าการดูดสภาพคล่องเป็นภาวะชั่วคราว และเมื่อวัฏจักรสภาพคล่องกลับทิศ ตลาดคริปโตอาจมีเงื่อนไขพร้อมสำหรับการฟื้นตัวและการปรับขึ้นครั้งใหญ่
สำหรับนักลงทุน ประเด็นสำคัญจากมุมมองของ Pal ไม่ใช่เพียงการคาดเดาราคาปลายทาง แต่คือการจับตาว่าสภาพคล่องโลกกำลังไหลเข้า หรือกำลังถูกดึงออกจากระบบ เพราะปัจจัยดังกล่าวอาจเป็นตัวชี้ทิศทางของ Bitcoin ได้มากกว่ากระแสข่าวลบในแต่ละวัน