ผู้กำกับ Chuck Russell เปิดตัวภาพยนตร์ไซไฟสองเรื่อง “Hyperia” และ “b” ที่ Cannes Film Market โดยวางแผนใช้ generative AI ตลอดกระบวนการผลิตภาพยนตร์[4][6] โปรเจกต์นี้เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท Neumorphic AI ของ Russell และแพลตฟอร์มวิดีโอ AI อย่าง Higgsfield ซึ่งจะใช้ AI ตั้งแต่การสร้างโลก ตัวละคร ไปจนถึง VFX และโพสต์...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What was announced at Cannes about Chuck Russell’s new AI-driven sci-fi films, including what “Hyperia” and “b” are about, how Higgsfield’s. Article summary: Chuck Russell and Higgsfield announced two original AI-driven sci-fi feature films, “Hyperia” and “b,” at the Cannes Film Market, with Russell’s Neumorphic AI partnering with the generative video platform Higgsfield to b. Topic tags: general, general web, user generated, education. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "A futuristic cityscape illuminated by towering skyscrapers, with a humanoid robot standing at the center surrounded by holographic displays and flying vehicles, referencing Chuck R" Reference image 2: visual subject "A large crowd gathers on red-carpeted stairs at the Cannes Film Festival, with a giant
ตลาดภาพยนตร์ Cannes Film Market ปีนี้มีข่าวที่สะเทือนวงการภาพยนตร์ไม่น้อย เมื่อผู้กำกับฮอลลีวูด Chuck Russell—เจ้าของผลงานอย่าง The Mask และ Eraser—ประกาศโปรเจกต์ภาพยนตร์ไซไฟสองเรื่องใหม่ชื่อ “Hyperia” และ “b.” ซึ่งถูกออกแบบให้ใช้ generative AI เป็นหัวใจของกระบวนการสร้างหนังตั้งแต่ต้นจนจบ
โปรเจกต์นี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัทของ Russell ที่ชื่อ Neumorphic AI กับแพลตฟอร์มวิดีโอ AI อย่าง Higgsfield โดยตั้งเป้าทดลองรูปแบบการผลิตภาพยนตร์ที่ผสาน AI เข้ากับการถ่ายทำจริงในระดับฟีเจอร์ฟิล์มเต็มรูปแบบ
ในช่วงที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์กำลังถกเถียงอย่างจริงจังว่า AI ควรมีบทบาทมากแค่ไหน การประกาศนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากในงานคานส์
Russell และ Higgsfield เปิดเผยว่า ทั้งสองโปรเจกต์ถูกออกแบบให้ใช้ AI ตลอดสายการผลิต (production pipeline) ไม่ใช่เพียงเครื่องมือเสริมในบางขั้นตอนเหมือนที่หลายสตูดิโอกำลังทดลองใช้กันอยู่
แนวทางนี้หมายความว่า AI จะเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ช่วงพัฒนาไอเดีย ไปจนถึงขั้นตอนหลังการถ่ายทำ ซึ่งถือเป็นการทดลองรูปแบบการสร้างหนังที่ผสานเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้งกว่าปกติ
จากข้อมูลที่เปิดเผยในตอนนี้ “Hyperia” เป็นโปรเจกต์ที่มีรายละเอียดมากที่สุดในสองเรื่อง
เนื้อเรื่องเล่าถึง ผู้หลบหนีที่ถูกบังคับให้เข้าร่วมการแข่งขัน hover‑sled อันโหดร้ายบนดาวต่างดาว การแข่งขันนี้เกิดขึ้นในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตและภูมิประเทศแปลกประหลาด ทำให้เรื่องราวต้องพึ่งพาการสร้างโลก (worldbuilding) และเอฟเฟกต์ภาพจำนวนมาก
ด้วยฉากแข่งความเร็วบนดาวต่างดาวและองค์ประกอบไซไฟขนาดใหญ่ โปรเจกต์นี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทดลองใช้ AI ในการออกแบบสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบภาพขนาดมหึมา
สำหรับภาพยนตร์เรื่องที่สอง “b” ยังแทบไม่มีรายละเอียดเนื้อเรื่องถูกเปิดเผยในสื่อ ณ ตอนนี้
ข้อมูลที่ยืนยันได้มีเพียงว่าเป็น ภาพยนตร์ไซไฟต้นฉบับอีกเรื่องหนึ่ง ที่จะใช้แนวทางการผลิตแบบเดียวกับ Hyperia โดยฝัง generative AI เข้าไปในกระบวนการสร้างหนังตั้งแต่ต้นจนจบ
ตามข้อมูลจากการประกาศ โปรเจกต์นี้วางแผนใช้เครื่องมือ AI ของ Higgsfield ในหลายขั้นตอนสำคัญ เช่น
ทีมงานยังวางแผนใช้วิธี ถ่ายทำดาราจริงบนเวที LED (LED volume) แล้วให้ AI สร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลรอบตัวนักแสดง ซึ่งเป็นแนวทางที่คล้ายกับเทคโนโลยี virtual production ที่เริ่มใช้ในฮอลลีวูดช่วงหลัง
แพลตฟอร์มของ Higgsfield ถูกออกแบบให้เป็นสตูดิโอ AI แบบครบวงจร ที่รวมการสร้างวิดีโอ การจัดการทรัพย์สินดิจิทัล และเครื่องมือทำงานร่วมกันไว้ในระบบเดียว ทำให้ผู้สร้างสามารถทดลองและปรับภาพหรือฉากได้อย่างรวดเร็ว
ผู้เกี่ยวข้องหลักที่ประกาศในตอนนี้ ได้แก่
ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยนักแสดง ผู้จัดจำหน่าย หรือกำหนดวันฉายของทั้งสองเรื่อง
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI กลายเป็นประเด็นใหญ่ในวงการภาพยนตร์ โดยเฉพาะในงานเทศกาลภาพยนตร์อย่างคานส์
ผู้กำกับและสตูดิโอหลายแห่งเริ่มทดลองใช้ AI เพื่อช่วยลดงานที่ใช้เวลานาน เช่น การตัดต่อหรือการทำเอฟเฟกต์ภาพ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้จัดงานคานส์ก็ยังคงระมัดระวัง โดยกำหนดว่า ภาพยนตร์ที่ขับเคลื่อนด้วย generative AI เป็นหลักจะไม่สามารถเข้าชิงรางวัล Palme d’Or ได้
ดังนั้นการเปิดตัว Hyperia และ b จึงถือว่าน่าสนใจ เพราะโปรเจกต์เหล่านี้ ไม่ได้ซ่อนการใช้ AI ไว้เบื้องหลัง แต่ประกาศชัดว่า AI คือโครงสร้างหลักของการสร้างหนัง
คำถามสำคัญต่อจากนี้คือ แนวทางแบบนี้จะกลายเป็นโมเดลใหม่ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ หรือจะยังเป็นเพียงการทดลองทางเทคโนโลยีเท่านั้น ซึ่งคงต้องรอดูว่าผลงานจริงจะออกมาอย่างไร
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ผู้กำกับ Chuck Russell เปิดตัวภาพยนตร์ไซไฟสองเรื่อง “Hyperia” และ “b” ที่ Cannes Film Market โดยวางแผนใช้ generative AI ตลอดกระบวนการผลิตภาพยนตร์[4][6]
ผู้กำกับ Chuck Russell เปิดตัวภาพยนตร์ไซไฟสองเรื่อง “Hyperia” และ “b” ที่ Cannes Film Market โดยวางแผนใช้ generative AI ตลอดกระบวนการผลิตภาพยนตร์[4][6] โปรเจกต์นี้เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท Neumorphic AI ของ Russell และแพลตฟอร์มวิดีโอ AI อย่าง Higgsfield ซึ่งจะใช้ AI ตั้งแต่การสร้างโลก ตัวละคร ไปจนถึง VFX และโพสต์โปรดักชัน[4][6]
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงในเทศกาลคานส์เกี่ยวกับบทบาทของ AI ในวงการภาพยนตร์ โดยผลงานที่พึ่งพา generative AI เป็นหลักยังไม่สามารถเข้าชิง Palme d’Or ได้[2][5]