Hacken ระบุว่า หากผู้โจมตีได้กุญแจลงนาม 2 จาก 3 ดอก อาจเข้าควบคุมสิทธิ์ผู้ดูแลคอนแทรกต์ USDT บน Tron ซึ่งดูแลโทเคนราว 9.13 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยไม่มีช่วงหน่วงเวลาหรือช่องทางย้อนการเปลี่ยนแปลงในตัว ความเสี่ยงอยู่ที่ระดับการบริหารคอนแทรกต์ของผู้ออกเหรียญ ไม่ใช่การเข้าถึงกระเป๋า USDT ของผู้ใช้โดยตรง และอาจเกี่ยวข้องกับส...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What vulnerability did Hacken identify in the multisignature administration of Tether’s USDT—particularly the roughly $91.3 billion circulat. Article summary: Hacken’s finding was a critical privileged-access risk, not evidence that USDT has already been hacked. Its concern was that compromise or collusion involving two of three administrators could give an attacker immediate,. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
รายงานประเมินของบริษัทความปลอดภัยบล็อกเชน Hacken ชี้ไปที่ความเสี่ยงระดับสูงใน สิทธิ์ผู้ดูแล (privileged access) ของ USDT บนเครือข่าย Tron ไม่ใช่ข้อสรุปว่า USDT ถูกแฮ็กแล้ว
สาระสำคัญคือ คอนแทรกต์ที่ดูแล USDT บน Tron มูลค่าราว 9.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ใช้ระบบลายเซ็นหลายฝ่ายแบบ 2 ใน 3 (2-of-3 multisig) สำหรับการดำเนินการด้านผู้ดูแล หากมีผู้ได้กุญแจที่ใช้ลงนาม 2 ดอกจากทั้งหมด 3 ดอก ก็อาจเข้ายึดอำนาจดูแลคอนแทรกต์ได้ โดยไม่มี timelock หรือช่วงเวลาบังคับให้รอก่อนดำเนินการ ไม่มีหน้าต่างให้ยกเลิก และไม่มีแนวทางย้อนกลับที่เชื่อถือได้ในตัวระบบ 18
24
ระบบ multisig แบบ 2-of-3 กำหนดให้ผู้มีสิทธิ์ลงนาม 2 รายเห็นชอบ จึงจะอนุมัติธุรกรรมหรือคำสั่งระดับผู้ดูแลได้ การออกแบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงหากกุญแจเพียงดอกเดียวสูญหายหรือรั่วไหล แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากกุญแจ 2 ดอกถูกขโมย หรือผู้ถือกุญแจ 2 รายร่วมมือกันโดยมิชอบ ก็เพียงพอที่จะผ่านเกณฑ์อนุมัติ
ตามการประเมินที่มีรายงาน คอนแทรกต์บน Tron ดังกล่าวดูแล USDT ราวครึ่งหนึ่งของปริมาณหมุนเวียนในขณะนั้น หรือประมาณ 9.13 หมื่นล้านดอลลาร์ การอนุมัติที่ถูกต้องจากผู้ลงนาม 2 รายอาจนำไปสู่การยึดสิทธิ์ผู้ดูแลได้ทันที โดยไม่ต้องรอเวลาให้ตรวจจับหรือคัดค้าน 18
22
อย่างไรก็ดี นี่เป็นปัญหาที่ระดับ control plane หรือการควบคุมคอนแทรกต์ ไม่ได้แปลว่าผู้โจมตีจะดูด USDT ออกจากกระเป๋าของผู้ถือเหรียญทุกคนได้โดยอัตโนมัติ 22
36
รายงานเกี่ยวกับผลการประเมินของ Hacken ระบุว่าสิทธิ์ระดับคอนแทรกต์อาจครอบคลุมความสามารถในการ:
ความรุนแรงจึงอยู่ที่การรวมกันของสิทธิ์ที่มีอำนาจสูงกับการไม่มี timelock ซึ่งเป็นช่วงหน่วงเวลาที่ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจพบคำสั่งผิดปกติและมีโอกาสรับมือได้ หากไม่มีช่วงเวลานี้ การยึดอำนาจผ่านกุญแจ 2 ดอกอาจมีผลก่อนที่ผู้ใช้ ตลาดซื้อขาย หรือทีมความปลอดภัยของผู้ออกเหรียญจะตอบสนองได้ทัน 18
22
Hacken ยังพบรายงานว่ามีการใช้กุญแจลงนาม 6 ดอกชุดเดียวกันซ้ำบน Ethereum, Avalanche และ Celo การใช้กุญแจชุดร่วมกันไม่ได้พิสูจน์ว่าแต่ละเชนมีเกณฑ์ multisig เหมือนกับ Tron หรือเหตุบน Tron จะลุกลามไปทุกเชนโดยอัตโนมัติ
แต่สิ่งนี้สร้าง ความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกัน (correlated risk) กล่าวคือ หากข้อมูลรับรองหรือกุญแจที่ใช้ร่วมกันถูกโจมตี ผลกระทบอาจไม่จำกัดอยู่เพียงเครือข่ายเดียว 41
กล่าวอีกแบบคือ แม้คอนแทรกต์จะแยกกันคนละบล็อกเชน แต่หากพึ่งพากุญแจ ผู้ถือกุญแจ อุปกรณ์ และกระบวนการรักษาความปลอดภัยชุดเดียวกัน ความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการก็ถูกกระจุกตัวไว้ที่จุดเดียว
ยังไม่มี รายงานที่ยืนยันว่ากุญแจลงนามใดถูกเจาะ หรือเกิดเหตุละเมิดความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมนี้ การค้นพบของ Hacken เป็นการระบุเส้นทางโจมตีที่เป็นไปได้และจุดอ่อนในการออกแบบการควบคุม ไม่ใช่หลักฐานของการขโมยกุญแจ การมินต์โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการยึดคอนแทรกต์ที่เกิดขึ้นแล้ว 24
ดังนั้น การเรียกเรื่องนี้ว่า “การแฮ็ก USDT มูลค่า 9.13 หมื่นล้านดอลลาร์” จึงไม่ถูกต้อง ตัวเลขดังกล่าวคือมูลค่าโดยประมาณของ USDT บน Tron ที่คอนแทรกต์นี้ดูแลอยู่ ไม่ใช่มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
คะแนน 3.3 เต็ม 10 สะท้อนผลกระทบที่อาจสูงมากและความรวดเร็วที่เหตุอาจเกิดขึ้นได้: กุญแจเพียง 2 ดอกอาจอนุมัติการควบคุมระบบที่เกี่ยวข้องกับ USDT มูลค่ามหาศาล โดยไม่มีช่วงหน่วงเวลา กลไกยกเลิก หรือทางย้อนกลับที่เชื่อถือได้ 18
34
คะแนนนี้ประเมินความมั่นคงของการนำระบบไปใช้และการควบคุมด้านปฏิบัติการ ไม่ใช่คำตัดสินว่าเงินสำรองของ USDT หายไป หรือเหรียญหลุดการตรึงมูลค่ากับดอลลาร์แล้ว
Bluechip ปรับอันดับบริษัทของ Tether จาก D เป็น C ขณะที่การประเมินด้านเทคนิคของ Hacken ยังต่ำอยู่ ทั้งสองผลไม่ได้ขัดแย้งกันโดยจำเป็น เพราะพิจารณาคนละชั้นของความเสี่ยง
รายงานระบุว่า Bluechip ใช้วิธีประเมินที่รวมปัจจัยการเงิน ธรรมาภิบาล และไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ขณะที่ KPMG US ตรวจสอบงบการเงินปี 2025 ของ Tether International 18
24
KPMG US ออกความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข (unqualified opinion) ต่องบดังกล่าว และ Tether ระบุว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 เงินสำรองสูงกว่าหนี้สินประมาณ 6.814 พันล้านดอลลาร์ Reuters รายงานด้วยว่าไม่ได้มีการเผยแพร่รายงานตรวจสอบฉบับเต็มต่อสาธารณะ 1
ความต่างโดยสรุปคือ:
การมีฐานะการเงินที่รายงานว่าแข็งแรงไม่ได้ลบความเสี่ยงจากการควบคุมกุญแจผู้ดูแลที่ไม่รัดกุม และในทางกลับกัน จุดอ่อนด้านการจัดการกุญแจก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าเงินสำรองไม่มีอยู่จริง
คะแนนของ Hacken ไม่ควรถูกตีความเป็นการจัดอันดับความปลอดภัยทางเทคนิคระหว่าง USDT กับ USDC ของ Circle แบบเทียบกันตรง ๆ เพราะข้อมูลที่รองรับรายงานนี้ไม่ได้ระบุว่า Hacken ประเมิน USDC ด้วยวิธีเดียวกัน
หากไม่มีการประเมินภายใต้เกณฑ์เดียวกัน คะแนนดังกล่าวก็ไม่อาจใช้ชี้ขาดว่าเหรียญใดปลอดภัยกว่าได้ การจัดอันดับ stablecoin แต่ละแห่งอาจมองคนละเรื่อง ตั้งแต่คุณภาพเงินสำรอง โครงสร้างกฎหมาย การไถ่ถอน ธรรมาภิบาล สิทธิ์ในคอนแทรกต์ ไปจนถึงการควบคุมไซเบอร์
USDT ตั้งอยู่บนคำมั่นว่ามีเงินสำรองรองรับโทเคนที่ออก หากผู้ควบคุมที่ไม่หวังดีมินต์เหรียญจำนวนมากโดยไม่มีสินทรัพย์ใหม่เข้ามารองรับ จำนวนสิทธิเรียกร้องเพื่อไถ่ถอนอาจสูงกว่าเงินสำรอง ซึ่งอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อการตรึงมูลค่าไว้ที่ 1 ดอลลาร์
ขนาดของความเสี่ยงยิ่งสำคัญขึ้นเมื่อ KPMG ตรวจสอบผู้ออกเหรียญที่มีหนี้สินจาก USDT ราว 1.8 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่คอนแทรกต์ Tron เพียงส่วนเดียวดูแล USDT ราว 9.13 หมื่นล้านดอลลาร์ 1
18
ในสถานการณ์ตึงเครียด โทเคนที่มินต์เพิ่มโดยไม่มีสินทรัพย์รองรับอาจถูกขายเข้าสู่ตลาด กดดันราคา และทำให้ผู้ใช้กับแพลตฟอร์มซื้อขายต้องประเมินความเสี่ยงต่อ USDT ใหม่ ผลลัพธ์จริงจะขึ้นกับขนาดของเหตุการณ์ สภาพคล่อง การตอบสนองของผู้ออกเหรียญ และความเร็วในการนำการควบคุมกลับคืนมาอย่างน่าเชื่อถือ
คำเตือนของ Hacken ควรถูกมองว่าเป็นสัญญาณเรื่อง การกระจุกตัวของอำนาจผู้ดูแล ระบบ 2-of-3 multisig เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ใช้ได้ แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นมากเมื่อระบบนั้นกำกับโทเคนมูลค่าสูง ไม่มี timelock หรือช่องทางกู้คืน และใช้กุญแจซ้ำข้ามเครือข่าย
แม้ยังไม่มีหลักฐานของการเจาะระบบ แต่กรณีนี้สะท้อนว่าการประเมิน stablecoin ไม่ควรดูเฉพาะการเปิดเผยเงินสำรอง ผู้ใช้และสถาบันควรพิจารณาด้วยว่าใครมีสิทธิ์อัปเกรดหรือมินต์เหรียญ กุญแจถูกปกป้องอย่างไร การกระทำสำคัญมีช่วงหน่วงเวลาหรือไม่ และระบบจะจำกัดความเสียหายได้เร็วเพียงใดหากสิทธิ์ผู้ดูแลถูกบุกรุก 18
24
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Hacken ระบุว่า หากผู้โจมตีได้กุญแจลงนาม 2 จาก 3 ดอก อาจเข้าควบคุมสิทธิ์ผู้ดูแลคอนแทรกต์ USDT บน Tron ซึ่งดูแลโทเคนราว 9.13 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยไม่มีช่วงหน่วงเวลาหรือช่องทางย้อนการเปลี่ยนแปลงในตัว
Hacken ระบุว่า หากผู้โจมตีได้กุญแจลงนาม 2 จาก 3 ดอก อาจเข้าควบคุมสิทธิ์ผู้ดูแลคอนแทรกต์ USDT บน Tron ซึ่งดูแลโทเคนราว 9.13 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยไม่มีช่วงหน่วงเวลาหรือช่องทางย้อนการเปลี่ยนแปลงในตัว ความเสี่ยงอยู่ที่ระดับการบริหารคอนแทรกต์ของผู้ออกเหรียญ ไม่ใช่การเข้าถึงกระเป๋า USDT ของผู้ใช้โดยตรง และอาจเกี่ยวข้องกับสิทธิ์เปลี่ยนเจ้าของ มินต์เหรียญ อายัดที่อยู่ หรือปรับค่าธรรมเนียมโอน
ยังไม่มีรายงานว่ากุญแจถูกเจาะหรือเกิดเหตุละเมิดความปลอดภัย ขณะที่ผลสอบบัญชี KPMG US และส่วนเกินทุนสำรองของ Tether เป็นคนละมิติความเสี่ยงกับการจัดการกุญแจ