Adversa ระบุว่าได้ทดสอบเทคนิคนี้กับ Grok 4.5 Fast บน grok.com โดยรายงานอีกฉบับระบุว่าการโจมตีสำเร็จ 40% จากการทดสอบ 20 ครั้งระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2026 ตัวเลขนี้สะท้อนเฉพาะสภาพแวดล้อมการทดสอบของนักวิจัย ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งหรือทุกเซสชันของ Grok จะถูกโจมตีสำเร็จ
ลำดับการโจมตีที่มีการรายงานประกอบด้วยขั้นตอนหลักดังนี้
ซ่อนเพย์โหลดไว้บนหน้าเว็บ ผู้โจมตีวาง ciphertext คำสั่งถอดรหัส และข้อมูลกุญแจไว้บนหน้าเว็บที่อาจดูเหมือนเนื้อหาทั่วไป โครงสร้างที่รายงานใช้การสร้างกุญแจด้วย PBKDF2 และการเข้ารหัส AES-256-GCM
การสแกนรอบแรกมองไม่เห็นคำสั่งจริง ตัวกรองของ Grok อาจตรวจสอบข้อความที่มองเห็นบนหน้าเว็บได้ แต่คำสั่งอันตรายถูกซ่อนไว้ในข้อมูลเข้ารหัส ทำให้โมเดลไม่สามารถอ่านคำสั่งต้นฉบับได้โดยตรงในขั้นตอนแรก
เอเจนต์เป็นผู้ถอดรหัสเอง เมื่อผู้ใช้ขอให้ Grok สรุปหรือวิเคราะห์หน้าเว็บ เอเจนต์จะทำตามคำแนะนำบนหน้านั้นและรันกระบวนการถอดรหัสในสภาพแวดล้อมประมวลผลโค้ด
คำสั่งถูกนำกลับเข้าสู่บริบทของเอเจนต์ ข้อความที่ถอดรหัสแล้วถูกนำเสนอเป็นผลลัพธ์จากการเรียกใช้เครื่องมือ นี่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องแหล่งที่มาของข้อมูล เพราะเนื้อหาที่ผู้โจมตีควบคุมได้ถูกย้ายจากหน้าเว็บที่ไม่น่าเชื่อถือไปอยู่ในบริบทที่เอเจนต์อาจให้ความน่าเชื่อถือมากกว่า
Grok ดึงข้อมูลจากเซสชัน ในการสาธิตแบบ proof of concept คำสั่งที่ถอดรหัสแล้วสั่งให้ Grok รวบรวมข้อมูล เช่น ชื่อผู้ใช้ ตำแหน่งโดยประมาณ ระดับแพ็กเกจสมาชิก และพรอมต์จากบริบทบทสนทนาที่มีให้เอเจนต์เข้าถึง
ส่งข้อมูลออกผ่านคำขอเว็บ จากนั้น Grok เปิด URL ที่ผู้โจมตีควบคุม และใส่ข้อมูลที่รวบรวมได้ไว้ในพารามิเตอร์ของ URL การสาธิตที่รายงานเสร็จสิ้นโดยไม่มีหน้าต่างยืนยันเพิ่มเติมหรือคำเตือนที่ผู้ใช้มองเห็น
อย่างไรก็ตาม ขอบเขตของข้อมูลมีความสำคัญ รายงานที่มีอยู่สนับสนุนว่าเอเจนต์อาจเข้าถึงพรอมต์และบริบทที่เปิดให้ใช้งานในเซสชันปัจจุบัน ไม่ควรตีความคำว่า “ประวัติแชตทั้งหมด” ว่าหมายถึงบทสนทนาทุกรายการที่จัดเก็บอยู่ในบัญชีของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ
Adversa ระบุว่าแจ้งปัญหาต่อ xAI ผ่าน HackerOne เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 จากนั้นส่งข้อความติดตามเพื่อประสานงานในวันที่ 4 และ 10 สิงหาคม
ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 Adversa ระบุว่ายังไม่ได้รับคำตอบเชิงสาระจาก xAI และยังสามารถทำให้การโจมตีเกิดขึ้นซ้ำกับ Grok ได้ รายงานในช่วงเวลาดังกล่าวระบุว่ายังไม่มีแพตช์ที่เผยแพร่ ไม่มีหมายเลข CVE และไม่มีวิธีแก้ไขชั่วคราวสำหรับผู้ใช้
สถานะนี้เป็นข้อมูลจากนักวิจัยและรายงานข่าวเกี่ยวกับกระบวนการเปิดเผยช่องโหว่ ไม่ใช่ประกาศความปลอดภัยอย่างเป็นทางการจาก xAI อีกทั้งหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่ได้ยืนยันว่ามีการนำเทคนิคนี้ไปโจมตีผู้ใช้จริงนอกการสาธิตของนักวิจัย
ระบบป้องกัน prompt injection แบบเดิมมักมองหาภาษาหรือรูปแบบคำสั่งที่น่าสงสัยในเนื้อหาที่ AI ดึงมาอ่าน แต่ Cryptographic Context Injection ย้ายคำสั่งอันตรายไปอยู่ในขั้นตอนถัดไปของการประมวลผล
โมเดลไม่จำเป็นต้องเข้าใจคำสั่งร้ายตั้งแต่ตอนสแกนหน้าเว็บครั้งแรก เพียงทำตามคำแนะนำที่ดูมีประโยชน์ เช่น การรันกระบวนการถอดรหัสใน runtime ที่ถูกมองว่าเชื่อถือได้ คำสั่งจะกลายเป็นข้อความที่อ่านออกได้หลังจากขั้นตอนการประมวลผลนั้นเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นช่วงที่เอเจนต์อาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและมีสิทธิ์เรียกดูเว็บหรือส่งคำขอเครือข่ายแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ช่องโหว่จึงควรถูกมองว่าเป็น ปัญหาด้านสถาปัตยกรรมของเอเจนต์ มากกว่าความล้มเหลวของตัวกรองคำสำคัญเพียงอย่างเดียว เมื่อเอเจนต์สามารถอ่านเนื้อหาภายนอก รันโค้ด เข้าถึงข้อมูลในเซสชัน และเรียกใช้เครื่องมือเครือข่ายได้ คำสั่งอันตรายก็สามารถเปลี่ยนความสามารถเหล่านี้ให้กลายเป็นเส้นทางนำข้อมูลออกไปได้
กรณีของ Grok เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานหลายชุดที่แสดงให้เห็นว่าเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือสามารถชักจูงผู้ช่วย AI ซึ่งมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลสำคัญและเครื่องมือทรงพลังได้
จุดร่วมของกรณีเหล่านี้คือ ผู้โจมตีไม่จำเป็นต้องเจาะโมเดลหรือระบบปฏิบัติการโดยตรงเสมอไป แค่ส่งเนื้อหาที่เอเจนต์ถูกออกแบบมาให้อ่าน แล้วอาศัยสิทธิ์ของเอเจนต์ในการดึงข้อมูล เรียกใช้เครื่องมือ แก้ไขสถานะ หรือส่งคำขอไปยังเครือข่าย
การโจมตีที่รายงานชี้ว่า ความปลอดภัยของเอเจนต์ต้องมีมากกว่าตัวกรอง prompt injection ที่เข้มงวดขึ้น มาตรการสำคัญได้แก่
บทเรียนสำคัญคือ เอเจนต์ AI ไม่ควรถือว่าเนื้อหา “น่าเชื่อถือ” เพียงเพราะเนื้อหานั้นถูกส่งออกมาโดยเครื่องมือ ในกรณีของ Grok ที่ถูกรายงาน หน้าเว็บสามารถถูกเปลี่ยนให้เป็นกระบวนการถอดรหัสและรันคำสั่ง ก่อนใช้สิทธิ์ของเอเจนต์เองนำข้อมูลส่วนตัวออกไปนอกเซสชัน