เป้าหมายคือรัฐบาลที่มีขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีทั่วทั้งระบบ ไม่ใช่มีเพียงหน่วยงานเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง โดยผู้กำหนดนโยบายและนักเทคโนโลยีควรร่วมงานกันตั้งแต่ต้น แนวทางสำคัญประกอบด้วยการลดความซับซ้อนของนโยบายก่อนทำเป็นระบบดิจิทัล พัฒนาบริการเป็นระยะตามความเห็นผู้ใช้ ปรับปรุงระบบเก่า และขยายการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What vision did Prime Minister Lawrence Wong outline for Singapore’s next phase of public-sector digital transformation at GovTech’s 10th an. Article summary: Lawrence Wong’s vision was to make technology integral to how Singapore designs policy, runs government and serves citizens—not simply to digitise existing processes. The goal was a technologically strong government, rat. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
ในงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 10 ปีของ GovTech เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่องเสนอวิสัยทัศน์ที่ให้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานภาครัฐตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เครื่องมือที่ค่อยนำมาใช้หลังตัดสินใจเรื่องนโยบายแล้ว เป้าหมายของสิงคโปร์คือรัฐบาลที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง ไม่ใช่เพียงมีหน่วยงานเทคโนโลยีที่เข้มแข็งแยกอยู่แห่งเดียว 4
7
หว่องเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายและนักเทคโนโลยีทำงานร่วมกันให้เร็วและใกล้ชิดกว่าเดิม ผู้กำหนดนโยบาย รวมถึงรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี ควรเข้าใจเทคโนโลยีมากขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ GovTech ควรมีส่วนช่วยคิดทางแก้ปัญหานโยบาย ไม่ใช่รับหน้าที่เพียงลงมือทำตามคำสั่งที่กำหนดไว้แล้ว 4
6
อีกหลักคิดคือควรถามก่อนว่านโยบายทำให้ง่ายขึ้นได้หรือไม่ ก่อนแปลงเป็นซอฟต์แวร์ หว่องยกตัวอย่างหน่วยงานกำกับดูแลด้านบัญชีและธุรกิจของสิงคโปร์ (ACRA) ซึ่งลดรูปแบบค่าปรับสำหรับการยื่นเอกสารล่าช้าจาก 33 แบบเหลือ 4 แบบ ตัวอย่างนี้สะท้อนว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ควรเป็นโอกาสให้ทบทวนความซับซ้อน ไม่ใช่เพียงย้ายขั้นตอนเดิมไปอยู่บนระบบดิจิทัล 4
หว่องต้องการให้ภาครัฐลดการพึ่งพาโครงการขนาดใหญ่ที่พัฒนาตามแผนเป็นลำดับตายตัว แล้วหันมาส่งมอบงานเป็นช่วง ๆ รับฟังผู้ใช้ และปรับปรุงบริการระหว่างทาง การเปลี่ยนวิธีทำงานเช่นนี้ยังต้องปรับแนวทางกำหนดขอบเขตโครงการ จัดสรรงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง และประเมินความรับผิดชอบด้วย 4
เมื่อเปิดใช้บริการแล้ว งานยังไม่จบ ระบบภาครัฐต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นคงปลอดภัยและเชื่อถือได้ ส่วนแพลตฟอร์มที่ใช้ร่วมกันและองค์ประกอบที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ จะช่วยลดการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน 4
ระบบไอทีภาครัฐที่มีอายุเก่าจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง เพื่อให้ภาครัฐตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนไปได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน ความปลอดภัยและความยืดหยุ่นของระบบควรถูกคิดไว้ตั้งแต่ขั้นออกแบบ ไม่ใช่ค่อยเติมเข้าไปภายหลัง 4
18
หว่องสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐใช้ AI ในวงกว้างขึ้น โดยมองไกลกว่าการใช้แชตบอตหรือช่วยร่างเอกสาร ไปสู่เครื่องมือและตัวแทน AI ที่อาจเปลี่ยนวิธีทำงานได้จริง อย่างไรก็ตาม การขยายการใช้งานเช่นนี้ต้องมีข้อมูลพื้นฐานที่แข็งแรง ทักษะที่เหมาะสม และมาตรการคุ้มครองที่รัดกุม 4
6
วิสัยทัศน์นี้ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้ง และเข้าใจทั้งนโยบายกับการดำเนินงานภาครัฐ หว่องกล่าวว่า GovTech ควรเป็นพื้นที่ให้คนพัฒนาความเชี่ยวชาญ รับมือกับโจทย์ท้าทาย และทำงานที่มีเป้าหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ 4
7
เขายังยอมรับว่าการต่ออายุขีดความสามารถของหน่วยงานเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเจ้าหน้าที่บางส่วน และระบุว่าจะยังให้การสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบ 2
3 ในภาพรวม แนวทางที่วางไว้คือกระจายความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และวิศวกรรมให้ใกล้กับงานหน้างานของหน่วยงานต่าง ๆ มากขึ้น เพื่อให้ความสามารถด้านเทคโนโลยีฝังอยู่ทั่วทั้งรัฐบาล ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่ GovTech เพียงแห่งเดียว
4
7
ข้อเสนอของหว่องเชื่อมตั้งแต่การออกแบบนโยบาย การพัฒนาซอฟต์แวร์ การใช้ AI การปรับระบบเก่า ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร โดยมีคำถามสำคัญข้อเดียวเป็นเกณฑ์วัดผล นั่นคือเทคโนโลยีช่วยให้รัฐบาลบริการประชาชนสิงคโปร์ได้ดีขึ้นหรือไม่ ทิศทางจึงไม่ใช่การมองดิจิทัลเป็นเพียงโครงการหรือภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่คือการทำให้รัฐบาลทั้งระบบมีความสามารถด้านเทคโนโลยี 4
7
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เป้าหมายคือรัฐบาลที่มีขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีทั่วทั้งระบบ ไม่ใช่มีเพียงหน่วยงานเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง โดยผู้กำหนดนโยบายและนักเทคโนโลยีควรร่วมงานกันตั้งแต่ต้น
เป้าหมายคือรัฐบาลที่มีขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีทั่วทั้งระบบ ไม่ใช่มีเพียงหน่วยงานเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง โดยผู้กำหนดนโยบายและนักเทคโนโลยีควรร่วมงานกันตั้งแต่ต้น แนวทางสำคัญประกอบด้วยการลดความซับซ้อนของนโยบายก่อนทำเป็นระบบดิจิทัล พัฒนาบริการเป็นระยะตามความเห็นผู้ใช้ ปรับปรุงระบบเก่า และขยายการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ
หว่องกล่าวถึงการพัฒนาคนและการต่ออายุขีดความสามารถของ GovTech ควบคู่กับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้าง
เป้าหมายคือรัฐบาลที่มีขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีทั่วทั้งระบบ ไม่ใช่มีเพียงหน่วยงานเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง โดยผู้กำหนดนโยบายและนักเทคโนโลยีควรร่วมงานกันตั้งแต่ต้น แนวทางสำคัญประกอบด้วยการลดความซับซ้อนของนโยบายก่อนทำเป็นระบบดิจิทัล พัฒนาบริการเป็นระยะตามความเห็นผู้ใช้ ปรับปรุงระบบเก่า และขยายการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What vision did Prime Minister Lawrence Wong outline for Singapore’s next phase of public-sector digital transformation at GovTech’s 10th an. Article summary: Lawrence Wong’s vision was to make technology integral to how Singapore designs policy, runs government and serves citizens—not simply to digitise existing processes. The goal was a technologically strong government, rat. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
ในงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 10 ปีของ GovTech เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่องเสนอวิสัยทัศน์ที่ให้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานภาครัฐตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เครื่องมือที่ค่อยนำมาใช้หลังตัดสินใจเรื่องนโยบายแล้ว เป้าหมายของสิงคโปร์คือรัฐบาลที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง ไม่ใช่เพียงมีหน่วยงานเทคโนโลยีที่เข้มแข็งแยกอยู่แห่งเดียว 4
7
หว่องเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายและนักเทคโนโลยีทำงานร่วมกันให้เร็วและใกล้ชิดกว่าเดิม ผู้กำหนดนโยบาย รวมถึงรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี ควรเข้าใจเทคโนโลยีมากขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ GovTech ควรมีส่วนช่วยคิดทางแก้ปัญหานโยบาย ไม่ใช่รับหน้าที่เพียงลงมือทำตามคำสั่งที่กำหนดไว้แล้ว 4
6
อีกหลักคิดคือควรถามก่อนว่านโยบายทำให้ง่ายขึ้นได้หรือไม่ ก่อนแปลงเป็นซอฟต์แวร์ หว่องยกตัวอย่างหน่วยงานกำกับดูแลด้านบัญชีและธุรกิจของสิงคโปร์ (ACRA) ซึ่งลดรูปแบบค่าปรับสำหรับการยื่นเอกสารล่าช้าจาก 33 แบบเหลือ 4 แบบ ตัวอย่างนี้สะท้อนว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ควรเป็นโอกาสให้ทบทวนความซับซ้อน ไม่ใช่เพียงย้ายขั้นตอนเดิมไปอยู่บนระบบดิจิทัล 4
หว่องต้องการให้ภาครัฐลดการพึ่งพาโครงการขนาดใหญ่ที่พัฒนาตามแผนเป็นลำดับตายตัว แล้วหันมาส่งมอบงานเป็นช่วง ๆ รับฟังผู้ใช้ และปรับปรุงบริการระหว่างทาง การเปลี่ยนวิธีทำงานเช่นนี้ยังต้องปรับแนวทางกำหนดขอบเขตโครงการ จัดสรรงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง และประเมินความรับผิดชอบด้วย 4
เมื่อเปิดใช้บริการแล้ว งานยังไม่จบ ระบบภาครัฐต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นคงปลอดภัยและเชื่อถือได้ ส่วนแพลตฟอร์มที่ใช้ร่วมกันและองค์ประกอบที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ จะช่วยลดการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน 4
ระบบไอทีภาครัฐที่มีอายุเก่าจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง เพื่อให้ภาครัฐตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนไปได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน ความปลอดภัยและความยืดหยุ่นของระบบควรถูกคิดไว้ตั้งแต่ขั้นออกแบบ ไม่ใช่ค่อยเติมเข้าไปภายหลัง 4
18
หว่องสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐใช้ AI ในวงกว้างขึ้น โดยมองไกลกว่าการใช้แชตบอตหรือช่วยร่างเอกสาร ไปสู่เครื่องมือและตัวแทน AI ที่อาจเปลี่ยนวิธีทำงานได้จริง อย่างไรก็ตาม การขยายการใช้งานเช่นนี้ต้องมีข้อมูลพื้นฐานที่แข็งแรง ทักษะที่เหมาะสม และมาตรการคุ้มครองที่รัดกุม 4
6
วิสัยทัศน์นี้ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้ง และเข้าใจทั้งนโยบายกับการดำเนินงานภาครัฐ หว่องกล่าวว่า GovTech ควรเป็นพื้นที่ให้คนพัฒนาความเชี่ยวชาญ รับมือกับโจทย์ท้าทาย และทำงานที่มีเป้าหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ 4
7
เขายังยอมรับว่าการต่ออายุขีดความสามารถของหน่วยงานเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเจ้าหน้าที่บางส่วน และระบุว่าจะยังให้การสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบ 2
3 ในภาพรวม แนวทางที่วางไว้คือกระจายความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และวิศวกรรมให้ใกล้กับงานหน้างานของหน่วยงานต่าง ๆ มากขึ้น เพื่อให้ความสามารถด้านเทคโนโลยีฝังอยู่ทั่วทั้งรัฐบาล ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่ GovTech เพียงแห่งเดียว
4
7
ข้อเสนอของหว่องเชื่อมตั้งแต่การออกแบบนโยบาย การพัฒนาซอฟต์แวร์ การใช้ AI การปรับระบบเก่า ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร โดยมีคำถามสำคัญข้อเดียวเป็นเกณฑ์วัดผล นั่นคือเทคโนโลยีช่วยให้รัฐบาลบริการประชาชนสิงคโปร์ได้ดีขึ้นหรือไม่ ทิศทางจึงไม่ใช่การมองดิจิทัลเป็นเพียงโครงการหรือภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่คือการทำให้รัฐบาลทั้งระบบมีความสามารถด้านเทคโนโลยี 4
7
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เป้าหมายคือรัฐบาลที่มีขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีทั่วทั้งระบบ ไม่ใช่มีเพียงหน่วยงานเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง โดยผู้กำหนดนโยบายและนักเทคโนโลยีควรร่วมงานกันตั้งแต่ต้น
เป้าหมายคือรัฐบาลที่มีขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีทั่วทั้งระบบ ไม่ใช่มีเพียงหน่วยงานเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง โดยผู้กำหนดนโยบายและนักเทคโนโลยีควรร่วมงานกันตั้งแต่ต้น แนวทางสำคัญประกอบด้วยการลดความซับซ้อนของนโยบายก่อนทำเป็นระบบดิจิทัล พัฒนาบริการเป็นระยะตามความเห็นผู้ใช้ ปรับปรุงระบบเก่า และขยายการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ
หว่องกล่าวถึงการพัฒนาคนและการต่ออายุขีดความสามารถของ GovTech ควบคู่กับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้าง