Baidu ประกาศ 3 ฟีเจอร์หลักในงาน AI Day วันที่ 20 สิงหาคม 2026 ได้แก่ หน้าค้นหาแบบโต้ตอบ GUI General Knowledge Cards, ERNIE Teacher ที่สอนด้วยภาพและเสียง และ Task Engine 2.0 ที่วางแผนและส่งมอบงานหลายขั้นตอนได้ฟรี จุดเปลี่ยนสำคัญของ Baidu App คือการขยับจากการแสดงลิงก์หรือคำตอบ ไปสู่การสร้างอินเทอร์เฟซที่ผู้ใช้โต้ตอบได...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What upgrades did Baidu announce for the Baidu App at its August 20, 2026 AI Day event—including the GUI-based interactive search experience. Article summary: At its August 20 AI Day, Baidu repositioned the Baidu App from a keyword-and-links search product toward an AI-agent platform: search can now generate operable interfaces, teaching can adapt visually and interactively, a. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clic
Baidu ใช้งาน AI Day เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 เพื่อวางตำแหน่ง Baidu App ใหม่ด้วยแนวคิดว่า AI ไม่ควรช่วยผู้ใช้แค่ค้นหาหรือทำความเข้าใจข้อมูล แต่ควรช่วยโต้ตอบกับข้อมูล เรียนรู้จากข้อมูล และเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นงานที่เสร็จสมบูรณ์ได้ด้วย
การประกาศครั้งนี้มาพร้อมการอัปเกรด 3 ด้าน ได้แก่ GUI General Knowledge Cards สำหรับการค้นหาแบบโต้ตอบ, ERNIE Teacher ที่เพิ่มการสอนด้วยภาพและเสียง และ ERNIE Assistant Task Engine 2.0 ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานตั้งแต่ต้นจนจบ 3
4
ทั้งสามฟีเจอร์ครอบคลุม 3 ช่วงสำคัญของการใช้งาน ตั้งแต่การสำรวจคำตอบ การทำความเข้าใจแนวคิด ไปจนถึงการทำงานให้เสร็จ
GUI General Knowledge Cards ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มกล่องคำตอบ AI ลงในหน้าค้นหา แต่เปลี่ยนรูปแบบของผลลัพธ์โดยตรง เมื่อผู้ใช้ค้นหาคำถามที่เป็นนามธรรมหรือมีความซับซ้อน ระบบสามารถรวมข้อมูลแบบมีโครงสร้าง คำอธิบายทีละขั้น และแอนิเมชันที่โต้ตอบได้ไว้ในหน้าเดียว ผู้ใช้จึงปรับรูปแบบหรือค่าต่าง ๆ แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ แทนที่จะอ่านคำอธิบายแบบคงที่เพียงอย่างเดียว 1
4
ตัวอย่างที่มีการรายงาน ได้แก่ การแสดงภาพทางคณิตศาสตร์ที่ผู้ใช้ลากปรับค่าพารามิเตอร์เพื่อดูกราฟเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ รวมถึงคำอธิบายกติกาฟุตบอลแบบโต้ตอบ เช่น การใช้สนามฟุตบอล 3 มิติเพื่อทำความเข้าใจเรื่องล้ำหน้า แท็กติก และพื้นที่ในสนาม 3
Baidu ระบุว่าในระยะแรกฟีเจอร์นี้ครอบคลุมหัวข้อคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และเคมีที่มีการค้นหาหรือใช้งานบ่อย ก่อนขยายไปยังประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ดาราศาสตร์ และความรู้ทั่วไป 3
ความเปลี่ยนแปลงนี้สำคัญเพราะผลการค้นหาแบบเดิมทำหน้าที่พาผู้ใช้ไปหาข้อมูล ขณะที่ผลการค้นหาแบบ GUI พยายามสร้าง “เครื่องมือขนาดย่อม” ที่ออกแบบมาเฉพาะกับคำถามนั้น ในเชิงผลิตภัณฑ์ หน้าค้นหาจึงกลายเป็นทั้งคำตอบ ภาพจำลอง และพื้นที่สำหรับทดลองไปพร้อมกัน
Baidu ยังอัปเกรดผลิตภัณฑ์ติวด้วย AI อย่าง ERNIE Teacher หรือที่รู้จักในภาษาจีนว่า Wenxin Teacher โดยประสบการณ์ใหม่นี้เน้นการอธิบายควบคู่กับการวาดกระดาน เพิ่มการเขียนแบบไดนามิก การอธิบายเป็นชั้น ๆ การโต้ตอบแบบหลายรูปแบบ และการถามต่อด้วยเสียงแบบเรียลไทม์ นักเรียนสามารถถามเฉพาะจุดที่ไม่เข้าใจได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มบทสนทนาใหม่ทั้งหมด 4
7
11
จุดเน้นจึงไม่ได้อยู่ที่คำตอบถูกหรือผิดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “กระบวนการ” ด้วย ข้อความหรือภาพเฉลยแบบคงที่อาจแสดงผลลัพธ์ได้ แต่การวาดแบบต่อเนื่องช่วยให้ผู้เรียนเห็นว่าแผนภาพ สมการ หรือแนวคิดในการแก้โจทย์ค่อย ๆ พัฒนาอย่างไร
Baidu ยังชูความสามารถด้านการวาดเรขาคณิตที่แม่นยำขึ้น โดยมีรายงานว่าฟีเจอร์เรขาคณิตขั้นสูงซึ่งครอบคลุมพิกัด เส้นช่วย และการสาธิตวิธีทำทีละขั้น มีกำหนดเปิดตัวในช่วงต้นเดือนกันยายน 5
ฟีเจอร์ด้านการศึกษานี้จึงเชื่อมโยงโดยตรงกับ GUI Search ทั้งสองอย่างมองคำตอบ AI ไม่ใช่ก้อนข้อความที่อ่านอย่างเดียว แต่เป็นสภาพแวดล้อมเชิงภาพที่ผู้ใช้เข้าไปสำรวจและโต้ตอบได้
การอัปเกรดที่อาจส่งผลต่อภาพรวมมากที่สุดคือ ERNIE Assistant Task Engine 2.0 Baidu อธิบายว่าเป็นเอเจนต์ที่เริ่มจากเป้าหมายของผู้ใช้ จากนั้นวางแผน เลือกโมเดล เครื่องมือ และทักษะที่เหมาะกับแต่ละช่วง ก่อนเดินหน้าตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การประมวลผล การสร้างผลงาน ไปจนถึงการส่งมอบ 3
4
ความแตกต่างอยู่ที่การขยับจากการตอบพรอมป์ต์ไปสู่การรับมอบหมายงาน ผู้ใช้สามารถบอกเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น ขณะที่ระบบจะจัดการขั้นตอนระหว่างทางแทนการให้ผู้ใช้ต้องสั่งทีละขั้น นอกจากนี้ยังรองรับการทำงานตามเวลาและการแจ้งเตือนเมื่อเงื่อนไขที่กำหนดเกิดขึ้น ซึ่ง Baidu เรียกว่าแนวคิด “มอบหมายครั้งเดียว ส่งมอบต่อเนื่อง” 2
4
ผลลัพธ์ที่ต้องการจึงไม่ใช่แค่ข้อความที่โมเดลสร้างขึ้น แต่เป็นชิ้นงานที่นำไปใช้ต่อได้ ตัวอย่างสถานการณ์ที่มีการรายงาน ได้แก่
อย่างไรก็ตาม รายงานที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันว่าทุกกระบวนการจะทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือโดยไม่ต้องมีมนุษย์ตรวจสอบ สิ่งที่ยืนยันได้คือทิศทางผลิตภัณฑ์ที่ Baidu ต้องการนำเสนอ นั่นคือการวาง ERNIE Assistant เป็นชั้นการทำงานที่พาผู้ใช้จากการค้นคว้าและจัดระเบียบข้อมูลไปสู่ผลงานที่ส่งมอบได้
Baidu ระบุว่า Task Engine รองรับสถานการณ์ที่ใช้งานบ่อยในภาคการเงิน การศึกษา และงานสำนักงาน ซึ่งเข้าถึงผู้ใช้มากกว่า 400 ล้านคน รายงานต่าง ๆ ยังระบุว่าระบบสามารถใช้หลายโมเดล เครื่องมือ และทักษะเฉพาะทางตามความต้องการของแต่ละงาน 3
8
Baidu รายงานว่าเอเจนต์ของตนได้อันดับ 1 ในการประเมิน PinchBench v2 ซึ่งเน้นงานด้านวิศวกรรมในเดือนกรกฎาคม ด้วยอัตราความสำเร็จรวม 94.6% ขณะที่อีกหนึ่งรายงานระบุคะแนนเฉลี่ย 94.4% ควบคู่กัน นอกจากนี้ บริษัทยังรายงานคะแนน 97.62 จากการประเมิน SuperCLUE ในเดือนสิงหาคม 3
5
10
ตัวเลขเหล่านี้ควรอ่านในฐานะผลการประเมินที่บริษัทเป็นผู้รายงาน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนข้ออ้างด้านประสิทธิภาพของ Baidu แต่ไม่ได้รับประกันอย่างอิสระว่าเอเจนต์จะทำงานสำนักงาน งานวิจัย งานเขียนโค้ด หรือการวางแผนทุกประเภทได้ถูกต้องในสถานการณ์จริง สำหรับงานสำคัญ ผู้ใช้ยังควรตรวจสอบแหล่งข้อมูล การคำนวณ สิทธิ์การเข้าถึง และไฟล์สุดท้ายด้วยตนเอง
Baidu ระบุว่า Task Engine 2.0 จะเปิดให้ใช้งานฟรีทั้งหมดใน Baidu App ตั้งแต่การทำความเข้าใจคำขอไปจนถึงการส่งมอบผลงาน 2
4
8
การตั้งราคาเช่นนี้ช่วยลดกำแพงสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการลองมอบหมายงานจริงให้ AI และเปิดโอกาสให้ Baidu แสดงคุณค่าผ่านผลงานที่เสร็จแล้ว เช่น งานนำเสนอหรือรายงาน แทนที่จะให้ผู้ใช้ประเมินระบบเพียงในฐานะแชตบอตที่ตอบโต้ได้
เดิมพันเชิงกลยุทธ์คือ หากผู้ใช้กลับมาใช้เวิร์กโฟลว์แบบมอบหมายงานซ้ำ ๆ Baidu App อาจกลายเป็นพื้นที่ทำงานประจำวัน ไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นของการค้นหา
จังหวะการประกาศทำให้ Baidu เปิดตัวใกล้เคียงกับการอัปเดต Search ด้านการศึกษาของ Google เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม โดย Google เปิดตัวภาพโต้ตอบและการจำลองสถานการณ์สำหรับแนวคิดที่เข้าใจยาก แบบทดสอบฝึกทำที่ปรับตามผู้ใช้ และเครื่องมือช่วยเรียนรู้ทีละขั้นผ่าน Search และ AI Mode 18
19
24
ทั้งสองบริษัทมีแนวทางที่ทับซ้อนกันอย่างชัดเจน คือผลักดันให้การค้นหาสร้างประสบการณ์เชิงภาพ และทำให้การเรียนรู้ด้วย AI มีความโต้ตอบมากขึ้น GUI Cards และ ERNIE Teacher ของ Baidu สะท้อนการเปลี่ยนจากผลลัพธ์และคำอธิบายแบบคงที่ ไปสู่หน้าจอที่ผู้ใช้สำรวจได้และการสอนที่ตอบคำถามต่อเนื่องได้ 4
7
จุดที่ทำให้การประกาศของ Baidu มีมุม “การลงมือทำ” กว้างกว่า คือ Task Engine 2.0 ซึ่งถูกวางไว้คู่กับชั้นการค้นหาและการศึกษา เพื่อรองรับงานสำนักงาน การวิจัย การสร้างสรรค์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ การตั้งเวลา และเป้าหมายหลายขั้นตอนอื่น ๆ ขณะที่ประกาศของ Google ที่อ้างถึงในที่นี้เน้นเครื่องมือการเรียนรู้เป็นหลัก Baidu จึงพยายามชูความสามารถในการก้าวต่อจากการอธิบายไปสู่การผลิตและส่งมอบงาน 3
4
18
ประกาศในงาน AI Day สะท้อนว่าเครื่องมือค้นหาอาจถูกคาดหวังให้ทำงานได้มากขึ้นใน 5 ทิศทาง
บททดสอบจริงจึงไม่ใช่จำนวนฟีเจอร์ แต่คือความน่าเชื่อถือ หาก Baidu ทำให้การวางแผน การเรียกใช้เครื่องมือ การตรวจสอบ และการส่งมอบทำงานได้ตามที่อ้าง Baidu App ก็จะดูไม่เหมือนช่องค้นหาแบบเดิมที่เพียงเติม AI เข้าไปอีกต่อไป แต่จะใกล้เคียงแพลตฟอร์ม AI Agent ที่มี Search เป็นประตูทางเข้า
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Baidu ประกาศ 3 ฟีเจอร์หลักในงาน AI Day วันที่ 20 สิงหาคม 2026 ได้แก่ หน้าค้นหาแบบโต้ตอบ GUI General Knowledge Cards, ERNIE Teacher ที่สอนด้วยภาพและเสียง และ Task Engine 2.0 ที่วางแผนและส่งมอบงานหลายขั้นตอนได้ฟรี
Baidu ประกาศ 3 ฟีเจอร์หลักในงาน AI Day วันที่ 20 สิงหาคม 2026 ได้แก่ หน้าค้นหาแบบโต้ตอบ GUI General Knowledge Cards, ERNIE Teacher ที่สอนด้วยภาพและเสียง และ Task Engine 2.0 ที่วางแผนและส่งมอบงานหลายขั้นตอนได้ฟรี จุดเปลี่ยนสำคัญของ Baidu App คือการขยับจากการแสดงลิงก์หรือคำตอบ ไปสู่การสร้างอินเทอร์เฟซที่ผู้ใช้โต้ตอบได้ การอธิบายที่ปรับตามผู้เรียน และผลงานสำเร็จรูปอย่างรายงานหรือไฟล์นำเสนอ
Baidu ระบุว่า Task Engine 2.0 รองรับสถานการณ์ด้านการเงิน การศึกษา และงานสำนักงานที่เข้าถึงผู้ใช้มากกว่า 400 ล้านคน พร้อมอ้างผลประเมิน PinchBench v2 ที่มีอัตราความสำเร็จรวม 94.6%