ความเหมือนที่ชัดเจนคือ ทั้งคู่ต้องการทำให้การนำ AI Agent ไปใช้ในองค์กรปลอดภัยขึ้น แต่จุดที่เลือกเข้าไปแก้ต่างกันโดยสิ้นเชิง—Capsule ทำหน้าที่คล้ายด่านตรวจระหว่างที่ Agent กำลังลงมือทำ ส่วน Offroad พยายามสร้าง “ทีมรักษาความปลอดภัยด้านตัวตน” ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อค้นหาและจัดการความเสี่ยงแบบอัตโนมัติ
| บริษัท | วันเปิดตัว | เงินทุน Seed | นักลงทุนหลัก | สำนักงานใหญ่ |
|---|---|---|---|---|
| Capsule Security | 15 เมษายน 2026 | 7 ล้านดอลลาร์ | Lama Partners และ Forgepoint Capital International | เทลอาวีฟ อิสราเอล |
| Offroad | 4 มิถุนายน 2026 | 7 ล้านดอลลาร์ | Ibex Investors และ Skywell Capital |
Capsule ก่อตั้งขึ้นในปี 2025 โดย Naor Paz และ Lidan Hazout ซึ่งมีประสบการณ์จาก F5 และหน่วยข่าวกรอง Unit 8200 ของอิสราเอลตามลำดับ ส่วนการรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับทีมผู้ก่อตั้งของ Offroad ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในระดับเดียวกัน แต่บริษัทระบุว่ากำลังสร้าง “ทีมรักษาความปลอดภัยด้านตัวตนที่ขับเคลื่อนด้วย Agent” สำหรับองค์กร
Capsule วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของตัวเองเป็น Runtime Trust Layer หรือชั้นความน่าเชื่อถือที่ทำงานระหว่างการประมวลผลจริงของ AI Agent
แนวคิดหลักคือ เครื่องมือรักษาความปลอดภัยแบบเดิมมักตรวจสอบอยู่ก่อนเริ่มทำงาน เช่น สแกน Prompt ตรวจการตั้งค่าโมเดล หรือควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง แต่ไม่ได้เฝ้าดูอย่างต่อเนื่องว่า Agent ทำอะไรหลังจากเริ่มปฏิบัติงานแล้ว บริษัทเรียกช่วงเวลาระหว่างการรับคำสั่งกับการดำเนินการเสร็จสิ้นนี้ว่า “Runtime Gap” ซึ่งอาจเปิดทางให้เกิด Prompt Injection การลักลอบนำข้อมูลออกจากระบบ หรือการเรียกใช้เครื่องมือที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยไม่มีใครตรวจพบ
แพลตฟอร์มของ Capsule เฝ้าติดตามกิจกรรมของ Agent แบบเรียลไทม์ วางกติกาควบคุมพฤติกรรมก่อนที่การกระทำจะเสร็จสมบูรณ์ และบังคับใช้นโยบายกำกับดูแลโดยไม่จำเป็นต้องติดตั้ง SDK ใช้ Proxy หรือเชื่อมต่อระบบที่ซับซ้อน
ในประกาศเปิดตัว บริษัทระบุว่าสามารถตรวจจับและป้องกันช่องทางขโมยข้อมูลจาก Prompt Injection เช่น ShareLeak และ PipeLeak ได้ พร้อมเปิดตัวโครงการโอเพนซอร์สชื่อ ClawGuard สำหรับติดตามพฤติกรรมของ Agent และช่วยให้องค์กรเริ่มใช้งานได้เร็วขึ้น
Capsule ยังเคยเข้ารอบสุดท้ายของโครงการ Startup Accelerator ของ CrowdStrike โดยมีคณะที่ปรึกษาซึ่งรวมถึง Chris Krebs ผู้อำนวยการคนแรกของ CISA, Omer Grossman อดีต Global CIO ของ CyberArk และ Jim Routh อดีตประธานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสารสนเทศ หรือ CISO ของบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 หลายแห่ง
Offroad เลือกแก้ปัญหาอีกด้าน แทนที่จะควบคุมการกระทำของ Agent ระหว่างทำงาน บริษัทสร้าง AI Agent ที่ทำหน้าที่จัดการความเสี่ยงด้านตัวตนภายในระบบองค์กรแบบอัตโนมัติ
แพลตฟอร์มของ Offroad ส่ง Agent ที่ออกแบบเฉพาะทางเข้าไปเก็บบริบทจากระบบที่กระจัดกระจายหลายสิบประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการจัดการตัวตน คอนโซลคลาวด์ หรือเครื่องมือ SaaS จากนั้นจึงค้นหาภัยคุกคามด้านตัวตนและความเสี่ยงด้านสถานะความปลอดภัยที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ Agent เหล่านี้สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยตรง หรือแจ้งเตือนผู้รับผิดชอบพร้อมข้อมูลประกอบที่ช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น
แนวทางนี้ตอบโจทย์ปัญหาด้าน “ขนาด” ของงานรักษาความปลอดภัยตัวตน องค์กรยุคใหม่ไม่ได้มีเพียงผู้ใช้งานที่เป็นมนุษย์ แต่ยังมีตัวตนของเครื่องจักรและ AI Agent จำนวนมาก ซึ่งแต่ละประเภทต้องใช้การควบคุมที่แตกต่างกัน ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมแบบเดิมจึงเริ่มรับมือได้ยากเมื่อ Agent ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงด้วยความเร็วที่นักวิเคราะห์มนุษย์ไม่สามารถติดตามได้
Offroad เชื่อว่า หากระบบที่ต้องปกป้องประกอบด้วย Agent อัตโนมัติจำนวนมาก ผู้ปกป้องก็ควรมีความเป็นอัตโนมัติเช่นกัน
การเกิดขึ้นของสองบริษัทนี้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดอย่างน้อย 3 ด้าน
องค์กรกำลังใช้งานตัวตนดิจิทัลของเครื่องจักรและ AI Agent มากขึ้นเรื่อย ๆ นอกเหนือจากบัญชีผู้ใช้ที่เป็นมนุษย์ ตัวตนแต่ละประเภทต้องมีสถานะและมาตรการรักษาความปลอดภัยของตัวเอง แต่กรอบการจัดการตัวตนและสิทธิ์การเข้าถึง หรือ IAM แบบดั้งเดิม ถูกออกแบบมาโดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง จึงไม่สามารถนำไปใช้กับเวิร์กโฟลว์แบบ Agent ได้อย่างลงตัว
AI Agent สามารถทำงานต่อเนื่องและเรียกใช้ระบบต่าง ๆ ได้ในระดับที่มนุษย์ไม่อาจเฝ้าติดตามทุกขั้นตอน การรักษาความปลอดภัยที่พึ่งพาการตรวจสอบด้วยมือหรือกฎตายตัวจึงเสี่ยงตามสถานการณ์ไม่ทัน
เครื่องมือจำนวนมากตรวจสอบ Prompt และการตั้งค่าระบบ แต่ไม่ได้ติดตามพฤติกรรมของ Agent ขณะทำงานจริง จุดนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับ Agent ที่สามารถเรียกใช้เครื่องมือ อ่านฐานข้อมูล ส่งอีเมล หรือเรียก API ได้ เพราะพื้นผิวการโจมตีส่วนใหญ่ยังไม่ถูกตรวจสอบอย่างทั่วถึงในสภาพแวดล้อมใช้งานจริง
การรวบรวมข้อมูลโดยนักวิเคราะห์รายหนึ่งประเมินว่า สตาร์ตอัปด้านความปลอดภัย Agentic AI ชั้นนำ 10 รายระดมทุนรวมกัน 3.6 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทั้งความเร่งด่วนของปัญหาและความสนใจของนักลงทุนร่วมทุนต่อผู้ก่อตั้งที่มีประสบการณ์จากหน่วยงานข่าวกรองและวงการความปลอดภัยองค์กร
Capsule และ Offroad เป็นส่วนหนึ่งของคลื่นการเปิดตัวและระดมทุนด้านความปลอดภัยสำหรับ AI Agent ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ได้แก่
ผู้บุกเบิกก่อนหน้านี้ยังรวมถึง 7AI ซึ่งเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 พร้อมเงินทุน Seed 36 ล้านดอลลาร์ และ Straiker ซึ่งเปิดตัวพร้อมเงินทุน 21 ล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2025 เพื่อช่วยองค์กรรักษาความปลอดภัยให้กับแอปพลิเคชันและ AI Agent ส่วน Raven ระดมทุนรวม 20 ล้านดอลลาร์จากรอบ Seed และ Post-Seed ในเดือนมีนาคม 2026 สำหรับการปกป้องแอปพลิเคชันคลาวด์เนทีฟขณะทำงาน โดยครอบคลุมการติดตามพฤติกรรมของ AI Agent ด้วย
การมีบริษัทอย่างน้อย 7 รายประกาศระดมทุนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยมีมูลค่ารอบตั้งแต่ 7 ล้านถึง 38 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยของ AI Agent ไม่ใช่ตลาดหมวดเดียวอีกต่อไป แต่กำลังแตกแขนงเป็นการป้องกันขณะรันไทม์ การกำกับดูแลตัวตน การทำงานอัตโนมัติด้านความปลอดภัยคลาวด์ และบริการป้องกันแบบ Managed Defense ซึ่งอาจมีความสามารถทับซ้อนกัน แต่เริ่มต้นจากคนละจุดของปัญหา
สำหรับ CISO และทีมแพลตฟอร์ม คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “องค์กรควรรักษาความปลอดภัยให้ AI Agent หรือไม่” แต่คือควรเริ่มจากชั้นใดก่อน—สถาปัตยกรรมที่ให้ตัวตนเป็นศูนย์กลางแบบ Offroad หรือแนวทางที่ให้การควบคุมขณะรันไทม์เป็นศูนย์กลางแบบ Capsule
ความเหมือนที่ชัดเจนคือ ทั้งคู่ต้องการทำให้การนำ AI Agent ไปใช้ในองค์กรปลอดภัยขึ้น แต่จุดที่เลือกเข้าไปแก้ต่างกันโดยสิ้นเชิง—Capsule ทำหน้าที่คล้ายด่านตรวจระหว่างที่ Agent กำลังลงมือทำ ส่วน Offroad พยายามสร้าง “ทีมรักษาความปลอดภัยด้านตัวตน” ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อค้นหาและจัดการความเสี่ยงแบบอัตโนมัติ
| บริษัท | วันเปิดตัว | เงินทุน Seed | นักลงทุนหลัก | สำนักงานใหญ่ |
|---|---|---|---|---|
| Capsule Security | 15 เมษายน 2026 | 7 ล้านดอลลาร์ | Lama Partners และ Forgepoint Capital International | เทลอาวีฟ อิสราเอล |
| Offroad | 4 มิถุนายน 2026 | 7 ล้านดอลลาร์ | Ibex Investors และ Skywell Capital |
Capsule ก่อตั้งขึ้นในปี 2025 โดย Naor Paz และ Lidan Hazout ซึ่งมีประสบการณ์จาก F5 และหน่วยข่าวกรอง Unit 8200 ของอิสราเอลตามลำดับ ส่วนการรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับทีมผู้ก่อตั้งของ Offroad ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในระดับเดียวกัน แต่บริษัทระบุว่ากำลังสร้าง “ทีมรักษาความปลอดภัยด้านตัวตนที่ขับเคลื่อนด้วย Agent” สำหรับองค์กร
Capsule วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของตัวเองเป็น Runtime Trust Layer หรือชั้นความน่าเชื่อถือที่ทำงานระหว่างการประมวลผลจริงของ AI Agent
แนวคิดหลักคือ เครื่องมือรักษาความปลอดภัยแบบเดิมมักตรวจสอบอยู่ก่อนเริ่มทำงาน เช่น สแกน Prompt ตรวจการตั้งค่าโมเดล หรือควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง แต่ไม่ได้เฝ้าดูอย่างต่อเนื่องว่า Agent ทำอะไรหลังจากเริ่มปฏิบัติงานแล้ว บริษัทเรียกช่วงเวลาระหว่างการรับคำสั่งกับการดำเนินการเสร็จสิ้นนี้ว่า “Runtime Gap” ซึ่งอาจเปิดทางให้เกิด Prompt Injection การลักลอบนำข้อมูลออกจากระบบ หรือการเรียกใช้เครื่องมือที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยไม่มีใครตรวจพบ
แพลตฟอร์มของ Capsule เฝ้าติดตามกิจกรรมของ Agent แบบเรียลไทม์ วางกติกาควบคุมพฤติกรรมก่อนที่การกระทำจะเสร็จสมบูรณ์ และบังคับใช้นโยบายกำกับดูแลโดยไม่จำเป็นต้องติดตั้ง SDK ใช้ Proxy หรือเชื่อมต่อระบบที่ซับซ้อน
ในประกาศเปิดตัว บริษัทระบุว่าสามารถตรวจจับและป้องกันช่องทางขโมยข้อมูลจาก Prompt Injection เช่น ShareLeak และ PipeLeak ได้ พร้อมเปิดตัวโครงการโอเพนซอร์สชื่อ ClawGuard สำหรับติดตามพฤติกรรมของ Agent และช่วยให้องค์กรเริ่มใช้งานได้เร็วขึ้น
Capsule ยังเคยเข้ารอบสุดท้ายของโครงการ Startup Accelerator ของ CrowdStrike โดยมีคณะที่ปรึกษาซึ่งรวมถึง Chris Krebs ผู้อำนวยการคนแรกของ CISA, Omer Grossman อดีต Global CIO ของ CyberArk และ Jim Routh อดีตประธานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสารสนเทศ หรือ CISO ของบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 หลายแห่ง
Offroad เลือกแก้ปัญหาอีกด้าน แทนที่จะควบคุมการกระทำของ Agent ระหว่างทำงาน บริษัทสร้าง AI Agent ที่ทำหน้าที่จัดการความเสี่ยงด้านตัวตนภายในระบบองค์กรแบบอัตโนมัติ
แพลตฟอร์มของ Offroad ส่ง Agent ที่ออกแบบเฉพาะทางเข้าไปเก็บบริบทจากระบบที่กระจัดกระจายหลายสิบประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการจัดการตัวตน คอนโซลคลาวด์ หรือเครื่องมือ SaaS จากนั้นจึงค้นหาภัยคุกคามด้านตัวตนและความเสี่ยงด้านสถานะความปลอดภัยที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ Agent เหล่านี้สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยตรง หรือแจ้งเตือนผู้รับผิดชอบพร้อมข้อมูลประกอบที่ช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น
แนวทางนี้ตอบโจทย์ปัญหาด้าน “ขนาด” ของงานรักษาความปลอดภัยตัวตน องค์กรยุคใหม่ไม่ได้มีเพียงผู้ใช้งานที่เป็นมนุษย์ แต่ยังมีตัวตนของเครื่องจักรและ AI Agent จำนวนมาก ซึ่งแต่ละประเภทต้องใช้การควบคุมที่แตกต่างกัน ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมแบบเดิมจึงเริ่มรับมือได้ยากเมื่อ Agent ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงด้วยความเร็วที่นักวิเคราะห์มนุษย์ไม่สามารถติดตามได้
Offroad เชื่อว่า หากระบบที่ต้องปกป้องประกอบด้วย Agent อัตโนมัติจำนวนมาก ผู้ปกป้องก็ควรมีความเป็นอัตโนมัติเช่นกัน
การเกิดขึ้นของสองบริษัทนี้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดอย่างน้อย 3 ด้าน
องค์กรกำลังใช้งานตัวตนดิจิทัลของเครื่องจักรและ AI Agent มากขึ้นเรื่อย ๆ นอกเหนือจากบัญชีผู้ใช้ที่เป็นมนุษย์ ตัวตนแต่ละประเภทต้องมีสถานะและมาตรการรักษาความปลอดภัยของตัวเอง แต่กรอบการจัดการตัวตนและสิทธิ์การเข้าถึง หรือ IAM แบบดั้งเดิม ถูกออกแบบมาโดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง จึงไม่สามารถนำไปใช้กับเวิร์กโฟลว์แบบ Agent ได้อย่างลงตัว
AI Agent สามารถทำงานต่อเนื่องและเรียกใช้ระบบต่าง ๆ ได้ในระดับที่มนุษย์ไม่อาจเฝ้าติดตามทุกขั้นตอน การรักษาความปลอดภัยที่พึ่งพาการตรวจสอบด้วยมือหรือกฎตายตัวจึงเสี่ยงตามสถานการณ์ไม่ทัน
เครื่องมือจำนวนมากตรวจสอบ Prompt และการตั้งค่าระบบ แต่ไม่ได้ติดตามพฤติกรรมของ Agent ขณะทำงานจริง จุดนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับ Agent ที่สามารถเรียกใช้เครื่องมือ อ่านฐานข้อมูล ส่งอีเมล หรือเรียก API ได้ เพราะพื้นผิวการโจมตีส่วนใหญ่ยังไม่ถูกตรวจสอบอย่างทั่วถึงในสภาพแวดล้อมใช้งานจริง
การรวบรวมข้อมูลโดยนักวิเคราะห์รายหนึ่งประเมินว่า สตาร์ตอัปด้านความปลอดภัย Agentic AI ชั้นนำ 10 รายระดมทุนรวมกัน 3.6 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทั้งความเร่งด่วนของปัญหาและความสนใจของนักลงทุนร่วมทุนต่อผู้ก่อตั้งที่มีประสบการณ์จากหน่วยงานข่าวกรองและวงการความปลอดภัยองค์กร
Capsule และ Offroad เป็นส่วนหนึ่งของคลื่นการเปิดตัวและระดมทุนด้านความปลอดภัยสำหรับ AI Agent ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ได้แก่
ผู้บุกเบิกก่อนหน้านี้ยังรวมถึง 7AI ซึ่งเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 พร้อมเงินทุน Seed 36 ล้านดอลลาร์ และ Straiker ซึ่งเปิดตัวพร้อมเงินทุน 21 ล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2025 เพื่อช่วยองค์กรรักษาความปลอดภัยให้กับแอปพลิเคชันและ AI Agent ส่วน Raven ระดมทุนรวม 20 ล้านดอลลาร์จากรอบ Seed และ Post-Seed ในเดือนมีนาคม 2026 สำหรับการปกป้องแอปพลิเคชันคลาวด์เนทีฟขณะทำงาน โดยครอบคลุมการติดตามพฤติกรรมของ AI Agent ด้วย
การมีบริษัทอย่างน้อย 7 รายประกาศระดมทุนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยมีมูลค่ารอบตั้งแต่ 7 ล้านถึง 38 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยของ AI Agent ไม่ใช่ตลาดหมวดเดียวอีกต่อไป แต่กำลังแตกแขนงเป็นการป้องกันขณะรันไทม์ การกำกับดูแลตัวตน การทำงานอัตโนมัติด้านความปลอดภัยคลาวด์ และบริการป้องกันแบบ Managed Defense ซึ่งอาจมีความสามารถทับซ้อนกัน แต่เริ่มต้นจากคนละจุดของปัญหา
สำหรับ CISO และทีมแพลตฟอร์ม คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “องค์กรควรรักษาความปลอดภัยให้ AI Agent หรือไม่” แต่คือควรเริ่มจากชั้นใดก่อน—สถาปัตยกรรมที่ให้ตัวตนเป็นศูนย์กลางแบบ Offroad หรือแนวทางที่ให้การควบคุมขณะรันไทม์เป็นศูนย์กลางแบบ Capsule
| นิวยอร์กและเทลอาวีฟ |
| นิวยอร์กและเทลอาวีฟ |