Sony เปิดตัว PSSR 2.0 ที่เปลี่ยนจาก Color Predicting Network แบบ Fully Neural ไปเป็น Kernel Predicting Network แบบ Hybrid AI+GPU แก้ปัญหา Instability ในใบไม้และแสง Ray Traced พร้อมลดเวลาเทรนนิ่งจาก 4 GPU เดือน เหลือไม... อัปเดตเฟิร์มแวร์เบต้า สิงหาคม 2026 เปิดใช้งาน 'Enhance PSSR Image Quality' เป็นค่าเริ่มต้นบน PS5...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What technical improvements does Sony's PSSR 2.0 bring to PS5 Pro upscaling, including its shift from a Color-Predicting Network to a Kernel. Article summary: Here is a summary of the key technical improvements in Sony's PSSR 2.0 for PS5 Pro, based on a SIGGRAPH 2026 talk by Sony principal software engineer Daniel Craig and subsequent firmware coverage.. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons,
Sony’s PlayStation Spectral Super Resolution (PSSR) 2.0 ถูกเปิดเผยรายละเอียดในการบรรยาย SIGGRAPH 2026 โดย Daniel Craig วิศวกรซอฟต์แวร์หลักของ Sony และถูกนำเสนอโดย Digital Foundry นับเป็นการเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมครั้งใหญ่ จากระบบที่ใช้ Neural Network เต็มรูปแบบ สู่ระบบไฮบริดที่ผสานการอนุมานผลด้วย AI เข้ากับการคำนวณ Shader แบบดั้งเดิมของ GPU ผลลัพธ์ที่ได้คือการสร้างภาพที่มีเสถียรภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลดโอเวอร์เฮดด้านประสิทธิภาพ และเวลาในการฝึกสอน (training time) ลดลงจาก 4 GPU-เดือน เหลือเพียงไม่ถึง 1 GPU-สัปดาห์ นี่คือรายละเอียดทุกการปรับปรุงทางเทคนิค
PSSR ดั้งเดิมใช้ Convolutional Neural Network (CNN) เพื่อสร้างภาพสุดท้ายทั้งหมด รวมถึงการผสมสี HDR ซึ่งเป็นงานที่ Neural Network ทำได้ไม่ดีนัก โมเดลต้อง 'เรียนรู้' ตรรกะการผสมสีที่ฮาร์ดแวร์ GPU ที่มีอยู่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ทำให้เกิดปัญหา 'vanishing gradient' ซึ่งส่งผลให้เกิดความไม่เสถียรในรายละเอียดของใบไม้และแสงที่มีความถี่ต่ำ เช่น Ray-Traced Global Illumination (RTGI)
PSSR 2.0 เปลี่ยนมาใช้ Kernel-Predicting Network (KPN) แทน ภารกิจของ Neural Network แคบลง: มันจะระบุขอบและแยกแยะรายละเอียดจากสัญญาณรบกวนเท่านั้น ส่วนการผสมสี HDR และการสร้างภาพสุดท้ายจะ交由 Shader ของ GPU แบบดั้งเดิมจัดการ การแบ่งหน้าที่การทำงานนี้ช่วยแก้ปัญหาความไม่เสถียร และทำให้ AI โฟกัสกับสิ่งที่มันทำได้ดีที่สุด
ซึ่งแตกต่างจากข่าวลือก่อนหน้านี้ สถาปัตยกรรม KPN ใน PSSR 2.0 ไม่มี องค์ประกอบ Transformer
PSSR ดั้งเดิมกำหนด Kernel การสร้างภาพขนาด 3×3 ที่ Output Resolution ที่อัตราส่วนการอัปสเกลสูง ส่งผลให้ภาพดูนุ่มนวลและเบลอเล็กน้อย PSSR 2.0 ปรับปรุงกลไกการย่อ/ขยายภาพครั้งใหญ่ โดยกำหนด Kernel ที่ Input Scale โดยใช้การกรองแบบ Elliptical Gaussian ซึ่งช่วยรักษารายละเอียดที่คมชัดเมื่ออัปสเกลจากความละเอียดภายในที่ต่ำ เช่น 720p หรือ 900p
ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นที่สำคัญอีกประการ: การประมวลผล Neural Network ส่วนใหญ่ใน PSSR 2.0 ตอนนี้ทำงานที่ความละเอียด 540p หรือต่ำกว่า โมเดลก่อนหน้านี้ใช้ขีดความสามารถในการคำนวณจำนวนมากกับการทำงานที่ความละเอียดสูง ซึ่งจำกัดขีดจำกัดด้านประสิทธิภาพ ด้วยการย้ายการอนุมานผลส่วนใหญ่ไปยังบัฟเฟอร์ภายในที่ความละเอียดต่ำลง PSSR 2.0 จึงเพิ่มเวลาว่างให้กับ GPU และแบนด์วิธหน่วยความจำ
การฝึกสอนโมเดล PSSR ดั้งเดิมใช้เวลาประมาณ 4 GPU-เดือน ส่วน PSSR 2.0 ใช้เวลาเทรนนิ่งเสร็จภายในไม่ถึง 1 GPU-สัปดาห์ ซึ่งลดลงประมาณ 94% โดยได้แรงหนุนหลักจากการเปลี่ยนแปลงใน Quantization ทำให้ Sony สามารถปรับปรุงโมเดลและผลักดันอัปเดตผ่านซอฟต์แวร์ระบบได้ง่ายกว่าเดิม (system software updates) แทนที่จะต้องออกแพตช์เฉพาะเกม
ตามที่ Mark Cerny กล่าวในบทสัมภาษณ์กับ Digital Foundry โมเดล PSSR 2.0 ใหม่นั้น เร็วขึ้นประมาณ 100 ไมโครวินาที ซึ่งอาจฟังดูเล็กน้อย แต่มันคือส่วนต่างที่สำคัญที่ทำให้การบังคับใช้ในระดับระบบ (system-wide override) เป็นไปได้ Sony สามารถอัปเกรดเกม PSSR ทั้งหมดเป็นเวอร์ชัน 2.0 โดยบังคับ โดยไม่ทำให้เกิดเฟรมดรอปใหม่ๆ
นอกจากนี้ Sony ยังระบุว่าทั้งเฟรม-ไทม์และหน่วยความจำดีขึ้นกว่า PSSR ดั้งเดิม แม้จะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเฉพาะในการบรรยาย SIGGRAPH
การตั้งค่า 'Enhance PSSR Image Quality' ถูกเพิ่มครั้งแรกในอัปเดตระบบเดือนมีนาคม 2026 โดยเป็นตัวเลือกที่เปิดเอง ซึ่งบังคับอัปเกรดเกม PSSR 1.0 เป็นตัวอัปสเกล 2.0 ใหม่ เฟิร์มแวร์เบต้าเดือนสิงหาคม 2026 ตอนนี้เปิดใช้งานการตั้งค่านี้ เป็นค่าเริ่มต้น สำหรับเจ้าของ PS5 Pro ทุกคนในโปรแกรมเบต้า
เมื่อติดตั้งอัปเดตเบต้าแล้ว เกมใดก็ตามที่รองรับ PSSR จะรันไพพ์ไลน์ PSSR 2.0 โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้แพตช์เฉพาะเกม Sony ระบุว่าการตั้งค่านี้จะถูกยกเลิกในที่สุดเมื่อเกมทั้งหมดถูกย้ายไปใช้ระบบใหม่แล้ว ผู้ทดสอบเบต้ายังคงสามารถปิดการตั้งค่านี้ได้ด้วยตนเองหากต้องการ แต่ Sony แนะนำให้เปิดไว้เพื่อ 'ประสบการณ์ภาพที่คมชัดและชัดเจนยิ่งขึ้น'
PSSR 2.0 ไม่ใช่การอัปเกรดเล็กน้อยแบบค่อยเป็นค่อยไป มันคือการคิดใหม่ตั้งแต่ต้นเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ AI Upscaling บนฮาร์ดแวร์คอนโซล ด้วยการส่งคืนงานผสมสีให้กับ GPU, รันการอนุมานผลที่ 540p, และใช้การกรองแบบ Elliptical Gaussian ที่ Input Scale Sony ได้ผลิตตัวอัปสเกลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเทรนนิ่งได้เร็วขึ้นอย่างมหาศาล และด้วยอัปเดตเบต้าเดือนสิงหาคม 2026 ที่ทำให้เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับทุกเกม PSSR จึงกลายเป็นมาตรฐานของประสบการณ์ PS5 Pro อย่างรวดเร็ว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Sony เปิดตัว PSSR 2.0 ที่เปลี่ยนจาก Color Predicting Network แบบ Fully Neural ไปเป็น Kernel Predicting Network แบบ Hybrid AI+GPU แก้ปัญหา Instability ในใบไม้และแสง Ray Traced พร้อมลดเวลาเทรนนิ่งจาก 4 GPU เดือน เหลือไม...
Sony เปิดตัว PSSR 2.0 ที่เปลี่ยนจาก Color Predicting Network แบบ Fully Neural ไปเป็น Kernel Predicting Network แบบ Hybrid AI+GPU แก้ปัญหา Instability ในใบไม้และแสง Ray Traced พร้อมลดเวลาเทรนนิ่งจาก 4 GPU เดือน เหลือไม... อัปเดตเฟิร์มแวร์เบต้า สิงหาคม 2026 เปิดใช้งาน 'Enhance PSSR Image Quality' เป็นค่าเริ่มต้นบน PS5 Pro โดยอัตโนมัติ สำหรับทุกเกมที่รองรับ PSSR โดยไม่ต้องแพตช์แยกเกม [1][2][3]