ในการประชุม Electronic Components Technology Conference หรือ ECTC 2026 Intel ระบุว่าได้ยืนยัน EMIB-T ที่ระยะห่างจุดเชื่อมต่อ หรือ bump pitch 36/35 ไมโครเมตร บนแพ็กเกจขนาด 2 เท่าของ reticle ซึ่งเป็นขนาดพื้นที่สูงสุดที่เครื่องมือผลิตชิปสามารถถ่ายลวดลายได้ในหนึ่งครั้ง การลด pitch จาก 45 ไมโครเมตรที่ใช้ใน Granite Rapids ทำให้ความหนาแน่นของจุดเชื่อมต่อเพิ่มขึ้น 65%
Intel ยังอยู่ระหว่างขยายการตรวจสอบเทคโนโลยี pitch ระดับเดียวกันไปยังแพ็กเกจขนาด 4.5 เท่าของ reticle และกำลังทดสอบ pitch 25 ไมโครเมตรในยานทดสอบอีกชุดหนึ่ง
หลังนำชิปและชิ้นส่วนต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน ผู้ผลิตต้องเติมวัสดุเรซินที่เรียกว่า underfill เข้าไปใต้ชิปและรอบจุดเชื่อมต่อ เพื่อช่วยยึดโครงสร้างและลดแรงเค้นจากการขยายตัวเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
ปัญหาคือ เมื่อแพ็กเกจมีขนาดใหญ่ขึ้น วัสดุ underfill ต้องไหลครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น หากกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดโพรงอากาศ รอยแตกร้าว หรือการแยกชั้นระหว่างวัสดุได้ ความเสี่ยงเหล่านี้กระทบทั้งความน่าเชื่อถือ อายุการใช้งาน และอัตราผลิตสำเร็จ
Intel จึงพัฒนา distributed mold underfill หรือ DMU ซึ่งแบ่งการจ่ายวัสดุออกเป็นหลายโซน แทนการเติมจากจุดเดียว วิธีนี้ช่วยควบคุมการไหลของ underfill ให้สม่ำเสมอขึ้น และลดโอกาสเกิดรอยร้าว การแยกชั้น และโพรงอากาศบนแพ็กเกจที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าขอบเขตของ reticle เดียว
เรื่องนี้มีความสำคัญต่อแผนงานของ Intel โดยตรง บริษัทระบุว่าปัจจุบันสามารถผลิตแพ็กเกจขนาด 8 เท่าของ reticle จากโรงงานริโอแรนโช และตั้งเป้าให้รองรับขนาดมากกว่า 12 เท่าภายในปี 2028 ขณะที่ขนาดสูงสุด 24 เท่าของ reticle ยังเป็นเป้าหมายเชิงแนวคิดสำหรับชิป AI ขนาดใหญ่มากในอนาคต ไม่ใช่การประกาศว่าแพ็กเกจระดับนี้กำลังผลิตจำนวนมากแล้ว
เส้นทางการพัฒนาที่ Intel เปิดเผยมีจุดสำคัญดังนี้
| สถานะ | รายละเอียด |
|---|---|
| การผลิตปัจจุบัน | แพ็กเกจขนาด 8 เท่าของ reticle จากริโอแรนโช |
| การยืนยันที่ ECTC 2026 | แพ็กเกจขนาด 2 เท่าของ reticle พร้อม EMIB-T ที่ bump pitch 36/35 ไมโครเมตร |
| แผนเริ่มผลิตในโรงงาน | EMIB-T เตรียมเข้าสู่การผลิตในปี 2026 |
| เป้าหมายปี 2028 | แพ็กเกจใหญ่กว่า 12 เท่าของ reticle หรือมีพื้นที่แพ็กเกจมากกว่า 10,000 ตารางมิลลิเมตร |
| เป้าหมายระยะถัดไป | แพ็กเกจสูงสุดประมาณ 24 เท่าของ reticle สำหรับระบบ AI ระดับสุดขั้ว |
นอกจากบริดจ์ซิลิคอน Intel ยังสาธิต substrate แกนแก้วแบบหนาโครงสร้าง 10-2-10 ที่งาน NEPCON Japan 2026 โดยบริษัทต้องการผลักดันการผลิต substrate แก้วสำหรับแพ็กเกจชิป AI ที่ริโอแรนโช
แพ็กเกจที่รวมชิปประมวลผลและหน่วยความจำจำนวนมากไม่ได้มีปัญหาเฉพาะด้านการเชื่อมต่อเท่านั้น แต่ยังต้องรับมือกับการใช้พลังงานระดับ 15–25 กิโลวัตต์ ซึ่งเป็นระดับที่เดิมอาจนึกถึงทั้งระบบเซิร์ฟเวอร์มากกว่าชิปเพียงแพ็กเกจเดียว
Intel กำลังพัฒนาองค์ประกอบหลายส่วนให้ทำงานร่วมกัน ได้แก่
กล่าวได้ว่า EMIB-T ไม่ใช่ชิ้นส่วนเดี่ยวที่แก้ปัญหาทุกอย่าง แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบแพ็กเกจที่ต้องทำให้การเชื่อมต่อ การจ่ายไฟ โครงสร้างทางกล และการระบายความร้อนสมดุลกัน
Intel ไม่ได้พัฒนาเทคโนโลยีนี้เพียงลำพัง แต่กำลังสร้างระบบนิเวศให้ลูกค้าและบริษัทออกแบบชิปสามารถใช้งานแพ็กเกจแบบหลายชิปเล็ตได้ง่ายขึ้น
ช่วงวันที่ 27–28 กรกฎาคม 2026 Tessolve ประกาศความร่วมมือกับ Intel Foundry เพื่อสนับสนุนการออกแบบแพ็กเกจที่ใช้ EMIB บริษัทจะช่วยลูกค้าของ Intel Foundry พัฒนาระบบหลายชิปเล็ตแบบ heterogeneous ตั้งแต่การออกแบบและจำลองระบบไปจนถึงงานแพ็กเกจจิงแบบครบวงจร
ความร่วมมือนี้ช่วยลดอุปสรรคสำหรับบริษัทที่ต้องการใช้ EMIB แต่ยังไม่มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแพ็กเกจขั้นสูงภายในองค์กร
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 Intel และ Lens Technology ผู้ผลิตกระจกความแม่นยำสูงจากจีน ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อสำรวจเทคโนโลยี Through-Glass Via หรือ TGV สำหรับแพ็กเกจที่ใช้ substrate แก้ว
Lens Technology มีแผนสร้างโรงงาน substrate แก้วโดยเฉพาะ ขนาด 30,000 ตารางเมตรสำหรับความร่วมมือนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงปัจจุบันเป็น MoU ที่ไม่มีผลผูกพัน มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการและการตรวจสอบความเป็นไปได้ ยังไม่ใช่สัญญาผลิตเชิงพาณิชย์หรือคำมั่นด้านปริมาณการผลิต
ด้านซอฟต์แวร์ออกแบบ Intel ยังทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ EDA รายใหญ่ ได้แก่ Cadence, Synopsys และ Siemens EDA เพื่อพัฒนาเวิร์กโฟลว์สำหรับการออกแบบ EMIB-T
TSMC ยังคงมีข้อได้เปรียบด้านการผลิตจำนวนมาก โดยแพลตฟอร์ม CoWoS เป็นโซลูชันหลักสำหรับชิปเร่งความเร็ว AI ของ NVIDIA และ AMD TSMC สาธิตระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบสัมผัสซิลิคอนโดยตรงบน CoWoS ที่ ECTC 2025 และรายงานค่าความต้านทานความร้อน 0.055 องศาเซลเซียสต่อวัตต์ ที่ระดับ TDP มากกว่า 2.6 กิโลวัตต์ บน interposer ขนาด 3,300 ตารางมิลลิเมตร นอกจากนี้ TSMC ยังพัฒนา glass core substrate แต่ตั้งเป้าการผลิตในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษนี้
Samsung มีแพลตฟอร์ม I-Cube สำหรับแพ็กเกจ 2.5D และ X-Cube สำหรับการซ้อนชิป 3D พร้อมเดินหน้าการเชื่อมต่อแบบ hybrid copper bonding และโครงการ substrate แก้วของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะเกี่ยวกับแพ็กเกจระดับ reticle-scale ที่ใหญ่กว่า 4–6 เท่ายังมีจำกัด
AMD ใช้ CoWoS ของ TSMC เป็นหลักสำหรับชิปเร่งความเร็ว AI ตระกูล MI300/MI400 และใช้ Infinity Architecture สำหรับการเชื่อมต่อชิปเล็ต แต่ AMD ไม่ได้ดำเนินโรงงานแพ็กเกจของตัวเอง จึงอยู่ในบทบาทลูกค้าของผู้ผลิตแพ็กเกจมากกว่าจะเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Intel ในด้านเทคโนโลยีการผลิตแพ็กเกจ
| ตัวชี้วัด | Intel ริโอแรนโช | TSMC CoWoS |
|---|---|---|
| ขนาดแพ็กเกจสูงสุดในปัจจุบัน | 8 เท่าของ reticle หรือราว 7,000 ตร.มม. | ราว 3.3 เท่าของ reticle หรือ interposer ราว 3,300 ตร.มม. |
| แผนขยายขนาด | มากกว่า 12 เท่าในปี 2028 และเป้าหมายสูงสุด 24 เท่า | ขยายขนาดแบบค่อยเป็นค่อยไป |
| bump pitch ที่ยืนยันแล้ว | 36/35 ไมโครเมตรด้วย EMIB-T | ราว 40–45 ไมโครเมตรบน CoWoS-L |
| ความสามารถด้านความร้อน | ตั้งเป้า 15–25 กิโลวัตต์สำหรับระบบหลายชิป | สาธิตมากกว่า 2.6 กิโลวัตต์แล้ว |
| substrate แก้ว | สาธิตโครงสร้างแกนหนา 10-2-10 และตั้งเป้าการผลิตในช่วง 2026–2027 | ตั้งเป้าการผลิตในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ |
จุดขายของ Intel คือการมุ่งเป็นผู้นำด้านขนาดแพ็กเกจ พร้อมการควบคุมห่วงโซ่ตั้งแต่การออกแบบ โรงงานผลิต ไปจนถึงการประกอบแพ็กเกจ ส่วนจุดแข็งของ TSMC คือประสบการณ์ผลิตจำนวนมาก ระบบลูกค้าที่กว้าง และประสิทธิภาพการระบายความร้อนต่อพื้นที่ที่พิสูจน์แล้วในปัจจุบัน
ท้ายที่สุด EMIB-T ยังเป็นการเดิมพันระยะยาวมากกว่าคำตอบสำเร็จรูปสำหรับตลาด AI ทันที ความท้าทายจะอยู่ที่การเปลี่ยนการสาธิตและแผนงานให้กลายเป็นการผลิตจำนวนมากที่ได้ผลผลิตสูง เชื่อถือได้ และควบคุมต้นทุนได้ หากทำสำเร็จ Intel อาจมีทางเลือกสำหรับระบบ AI ที่ต้องการแพ็กเกจใหญ่เกินกว่าขนาดที่แพลตฟอร์ม CoWoS ในปัจจุบันรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ