แคมเปญนี้เรียกร้องการมีส่วนร่วมจากทุกระดับ ตั้งแต่ระบบการเมือง ภาคธุรกิจ ไปจนถึงประชาชนทั่วไป นายกรัฐมนตรีฮึงย้ำว่าการบรรลุเป้าหมายการเติบโตปีละ 10% ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยหรู แต่เป็น 'ความจำเป็นเพื่อความอยู่รอด' เพื่อนำประเทศไปสู่สถานะประเทศพัฒนาแล้วภายในกลางศตวรรษนี้
อย่าเพิ่งมองว่าเป็นแค่การปราศรัย เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลเวียดนามภายใต้การนำของท่านนายกฯ ฮึง ได้ออก 'Resolution No. 01' สำหรับปี 2026 ไปแล้ว โดยมติดังกล่าวสั่งการให้ทุกกระทรวงและท้องถิ่นปรับโครงสร้างการบริหารเศรษฐกิจขนานใหญ่ มุ่งหน้าไปกับเครื่องยนต์หลักอย่างวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และดิจิทัลอย่างเต็มสูบ การเปิดตัวแคมเปญครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำและสร้างบรรยากาศการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมในสนามจริง
เสือต้องมีเขี้ยวเล็บฉันใด แผนใหญ่ของประเทศก็ต้องมีหัวรถจักรที่แข็งแรง ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของโฮจิมินห์ซิตี้ตอบโจทย์นี้อย่างแทบไม่น่าเชื่อ ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2026 (ม.ค.-มี.ค.) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในภูมิภาค (GRDP) ของเมืองพุ่งขึ้นถึง 8.27% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี และยังสูงกว่าอัตราการเติบโตของ GDP เฉลี่ยทั่วประเทศที่ 7.83% ในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย
ทว่าสถิติที่น่าตื่นเต้นที่สุดคงหนีไม่พ้น การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพราะนครโฮจิมินห์สามารถดึงดูดเงินลงทุน FDI เข้ามาได้เกือบ 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 เพียงอย่างเดียว ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 219% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 ตัวเลขที่พุ่งกระฉูดนี้ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างท่วมท้น แม้จะเจอความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกก็ตาม
อีกหนึ่งตัวเลขเด่นคือ ยอดจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ ซึ่งมีมากกว่า 12,500 รายภายในไตรมาสเดียว กระโดดขึ้นประมาณ 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทางเมืองเองก็ได้กำหนดเป้าหมายขั้นต่ำให้ GRDP ทั้งปี 2026 โตอย่างน้อย 10%
เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนแสดงความมั่นใจว่าเป้าหมายนี้ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน
ในจังหวะที่เวียดนามกำลังเร่งเครื่องเต็มกำลัง ความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นที่เป็นพันธมิตรด้านการพัฒนาหลักก็เดินหน้าเสริมทัพพอดี ประธาน JICA อย่าง ทานากะ อากิฮิโกะ ได้เดินทางเยือนเวียดนามระหว่างวันที่ 8-12 มิถุนายน 2026 พร้อมเข้าพบนายกฯ เล มินห์ ฮึง และรัฐมนตรีคลังของเวียดนาม โดย JICA ได้ประกาศกรอบความร่วมมือการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance - ODA) รูปแบบใหม่ 4 เสาหลัก :
จะเห็นได้ว่า 4 เสาหลักของ JICA นั้นประสานสอดรับกับเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของแคมเปญชาติอย่างแนบแน่น สร้างกรอบให้ความช่วยเหลือ ODA ของญี่ปุ่นกลายเป็นตัวหนุนเสริมโดยตรงต่อลำดับความสำคัญภายในประเทศของเวียดนาม
ที่น่าสนใจคือ นอกจากกรอบความร่วมมือ 4 เสาแล้ว เวียดนามยังได้ยื่นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมผ่านนายกรัฐมนตรีฮึง โดยขอให้ JICA พิจารณาปล่อย 'เงินกู้ ODA ยุคใหม่' (New-Generation ODA Loans) ที่มีเงื่อนไขพิเศษกว่าเดิม ดอกเบี้ยต่ำกว่า และขั้นตอนที่ยืดหยุ่นขึ้น เพื่อสนับสนุนโครงการใน 7 ภาคส่วนยุทธศาสตร์ อันได้แก่:
ฝั่ง JICA ตอบรับเป็นอย่างดี แสดงเจตจำนงว่าจะศึกษาแนวทางการให้เงินกู้แบบสนับสนุนงบประมาณ (Budget-Support Loans) สำหรับโครงการด้าน AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลโดยเฉพาะ นี่จึงนับเป็นการเปลี่ยนผ่านรูปแบบความช่วยเหลือ จากเดิมที่เน้นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม สู่การจัดหาเงินทุนที่มีความคล่องตัวสูงขึ้น ทันต่อความเร็วของเทคโนโลยี
ในห้วงเวลาเดียวกัน ทั้งสองประเทศยังได้มีการแลกเปลี่ยน เอกสารความร่วมมือ 6 ฉบับ ระหว่างหน่วยงานและภาคธุรกิจของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเนื้อหาครอบคลุมเขตอุตสาหกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อีกด้วย
การเปิดตัวแคมเปญเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน จึงเปรียบเสมือนการตีฆ้องร้องป่าวเดินหน้ายุทธศาสตร์ ที่นายกรัฐมนตรี เล มินห์ ฮึง ได้วางแนวทางไว้ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนเมษายน 2026 โดยในสุนทรพจน์แรกของเขา ท่านได้กล่าวถึง 5 เสาหลักทางยุทธศาสตร์สำหรับวาระปี 2026-2031 โดยให้การเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงและยั่งยืนเป็นแกนกลาง
ตอนนี้ แผนดังกล่าวได้ถูกแปลงเป็นขบวนการระดับชาติ โดยมีเป้าหมายที่วัดผลได้ และความรับผิดชอบที่กว้างขวาง การเลือกนครโฮจิมินห์ — เมืองหลวงทางการค้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถไปถึงการเติบโตระดับเลขสองหลักได้ — เป็นเวทีเปิดตัว จึงเป็นการส่งสัญญาณจากรัฐบาลกลางว่า เป้าหมาย 10% นั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลการดำเนินงานที่พิสูจน์ได้จริง ไม่ใช่ความเพ้อฝัน
ด้วยตัวเลข FDI ที่พุ่งแรง การบริโภคภายในประเทศที่เข้มแข็งขึ้น และพันธมิตรรายสำคัญอย่าง JICA ที่ปรับกลยุทธ์ ODA ให้สอดคล้องกับเครื่องยนต์การเติบโตของเวียดนาม โครงสร้างของแคมเปญนี้จึงกำลังลงตัวอย่างงดงาม ความท้าทายในตอนนี้คือการรักษาแรงส่งนั้นให้คงอยู่และกระจายไปยัง 63 จังหวัดและนครทั่วประเทศไปตลอดทศวรรษที่เหลือ
Comments
0 comments