การทำให้ “AI สำหรับทุกคน” เป็นจริงในฮ่องกงต้องมอง AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ พร้อมขยายการเข้าถึงคอมพิวต์ การศึกษา และเครื่องมือ AI สำหรับประชาชนและธุรกิจขนาดเล็ก โครงการอย่าง AI+, InnoHK, HKGAI และแชตบอต HKChat เป็นรากฐานสำคัญ แต่ยังต้องเสริมการเข้าถึงซูเปอร์คอมพิวเตอร์ การฝึกทักษะแรงงาน และบริการ AI ภาครัฐ ตัวช...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What should Hong Kong do to make “AI for all” a reality so that no resident or sector is left behind, including expanding access beyond tech. Article summary: Hong Kong should treat “AI for all” as public infrastructure, not just an innovation policy. That means combining compute, data, applied research, regulation, education, SME support, and citizen access into one measurabl. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Quote of the Day by Legendary Irish playwright Oscar Wilde: “Never love anyone who treats you like… – Inspiring lessons on relationships, respect, appreciation and why love should" source context "Digit News: Digit Latest News and Recent Digit Updates | The Economic Times" Reference image 2: visual subject "An illustrated map of
ปัญญาประดิษฐ์กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจทั่วโลก และฮ่องกงก็ประกาศชัดเจนแล้วว่า AI จะเป็นหนึ่งในเสาหลักของยุทธศาสตร์นวัตกรรมของเมือง พร้อมเดินหน้ามาตรการใหม่เพื่อเร่งการนำ AI ไปใช้ในภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ
แต่คำว่า “AI สำหรับทุกคน (AI for all)” จะเกิดขึ้นจริงได้ ก็ต่อเมื่อการเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ไม่จำกัดอยู่แค่ในห้องวิจัย มหาวิทยาลัย หรือบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เท่านั้น หากต้องไปถึงประชาชนทั่วไป ธุรกิจขนาดเล็ก และบริการสาธารณะด้วย
นั่นหมายความว่า ฮ่องกงต้องมอง AI ในฐานะ โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ คล้ายกับอินเทอร์เน็ตหรือไฟฟ้า ที่ต้องมีทั้งกำลังประมวลผล สถาบันวิจัย ระบบการศึกษา และโครงการที่ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงได้
รัฐบาลฮ่องกงเริ่มขับเคลื่อนการพัฒนา AI ผ่าน คณะกรรมการยุทธศาสตร์ AI+ และการพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งประกาศในงบประมาณปี 2026–27 เพื่อเร่งการนำ AI ไปใช้ในเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม
ขั้นต่อไปคือการกำหนด เป้าหมายที่วัดผลได้จริง เช่น การนำ AI ไปใช้ในภาคการเงิน โลจิสติกส์ การแพทย์ การท่องเที่ยว การศึกษา และการก่อสร้าง พร้อมตัวชี้วัดว่ามี SME เข้าร่วมมากแค่ไหน มีการฝึกทักษะแรงงานเท่าใด และบริการภาครัฐใช้ AI มากเพียงใด
อีกประเด็นสำคัญคือ ตัวชี้วัดด้านการเข้าถึง เช่น
หากไม่มีตัวชี้วัดเหล่านี้ การใช้ AI อาจกระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่อุตสาหกรรมเท่านั้น
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ สถาบันวิจัยและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ฮ่องกง (AIRDI) ซึ่งรัฐบาลเตรียมจัดสรรงบประมาณประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อสนับสนุนงานวิจัยและการนำ AI ไปใช้จริง
หากต้องการให้ “AI สำหรับทุกคน” เกิดขึ้นจริง AIRDI ควรมีบทบาทมากกว่าการให้ทุนวิจัย เช่น
การเน้น การนำไปใช้จริง จะช่วยให้เทคโนโลยี AI ออกจากห้องทดลองและเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้คน
การพัฒนา AI ในปัจจุบันต้องใช้ทรัพยากรคอมพิวต์มหาศาล หากมีเพียงบริษัทใหญ่หรือห้องแล็บระดับแนวหน้าเท่านั้นที่เข้าถึงได้ นวัตกรรมจากสตาร์ตอัปหรือโครงการเพื่อสังคมก็จะเกิดได้ยาก
ฮ่องกงได้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI แล้ว เช่น คลัสเตอร์วิจัยและศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศนวัตกรรมของเมือง
การขยายการเข้าถึง เช่น
จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายเล็กสามารถทดลองและสร้างนวัตกรรมได้
ฮ่องกงมีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิจัย AI อยู่แล้วผ่านโครงการอย่าง InnoHK และ ศูนย์วิจัยและพัฒนา AI เชิงกำเนิดของฮ่องกง (HKGAI) ซึ่งเป็นความร่วมมือของหลายมหาวิทยาลัยในการพัฒนาเทคโนโลยี generative AI และโมเดลภาษา
หนึ่งในตัวอย่างคือ HKChat แชตบอตที่พัฒนาจากโมเดลภาษาใหญ่ของฮ่องกง เพื่อรองรับบริบทภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น
การนำเครื่องมือเหล่านี้ไปใช้ใน
จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึง AI ได้ง่ายขึ้น แม้จะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีก็ตาม
โมเดล AI สำหรับฮ่องกงยังต้องรองรับลักษณะการใช้ภาษาที่เฉพาะ เช่น
หากไม่มีการปรับให้เข้ากับบริบทเหล่านี้ เครื่องมือ AI จะใช้งานจริงได้ยากสำหรับประชาชนจำนวนมาก
อีกแนวทางสำคัญคือการฝัง AI เข้าไปในบริการสาธารณะ เช่น
การให้บริการผ่านห้องสมุด ศูนย์ชุมชน หรือแอปมือถือ จะช่วยให้คนที่ไม่มีทักษะเทคโนโลยีสูง หรือไม่มีอุปกรณ์ส่วนตัว ก็ยังสามารถใช้ AI ได้
ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นหัวใจของเศรษฐกิจฮ่องกง แต่หลายบริษัทไม่มีทั้งเงินทุนและความรู้ในการทดลองใช้ AI
มาตรการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมอาจรวมถึง
สิ่งสำคัญคือไม่ใช่แค่ซื้อเทคโนโลยี แต่ต้องรวมถึง การปรับกระบวนการทำงานและการฝึกพนักงาน ด้วย
การเข้าถึง AI อย่างแท้จริงต้องเริ่มจากการศึกษา ฮ่องกงได้จัดสรรงบประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงผ่านกองทุน Quality Education Fund เพื่อสนับสนุนการศึกษาดิจิทัลในโรงเรียน รวมถึงกรอบการเรียนรู้ด้าน AI และการฝึกอบรมครู
การสอน AI ควรฝังอยู่ในหลายวิชา ไม่ใช่แค่ STEM เช่น
ในขณะเดียวกัน แรงงานในตลาดงานปัจจุบันก็ต้องมีโอกาส ฝึกทักษะใหม่ (reskilling) ผ่านหลักสูตรระยะสั้นหรือประกาศนียบัตรแบบสะสมหน่วยกิตที่สอนทักษะ AI ในงานจริง
ในระดับประเทศ โครงการ AI+ มีเป้าหมายให้ AI ผสานเข้ากับเศรษฐกิจและสังคมในหลายภาคส่วนภายในทศวรรษหน้า
ฮ่องกงสามารถนำกรอบแนวคิดนี้มาทดลองในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น
โครงการนำร่องควรระบุชัดเจนว่าแก้ปัญหาอะไร ใช้ข้อมูลอะไร ใครรับผิดชอบ และมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร
การยอมรับ AI ของประชาชนขึ้นอยู่กับ ความไว้วางใจ หากผู้คนกังวลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลหรือการตัดสินใจอัตโนมัติที่ไม่โปร่งใส การนำ AI มาใช้ในวงกว้างก็จะเกิดขึ้นยาก
กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนควรครอบคลุม
โดยเฉพาะระบบที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การแพทย์ การจ้างงาน หรือการเงิน
ฮ่องกงมีองค์ประกอบสำคัญหลายอย่างอยู่แล้ว ทั้งสถาบันวิจัย โครงการ generative AI เงินทุนด้านการศึกษา และยุทธศาสตร์การพัฒนา AI
คำถามสำคัญคือ AI จะเข้าถึงชีวิตจริงของคนทั่วไปหรือไม่
หากเจ้าของร้านอาหารขนาดเล็ก ครู พนักงานออฟฟิศ ผู้สูงอายุ หรือสตาร์ตอัปด้านโลจิสติกส์ สามารถใช้ AI ได้อย่างปลอดภัยและเกิดประโยชน์ นั่นจึงจะเรียกว่า “AI สำหรับทุกคน” อย่างแท้จริง
แต่ถ้าเทคโนโลยียังคงจำกัดอยู่ในมหาวิทยาลัยและบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ฮ่องกงอาจมีอุตสาหกรรม AI ที่แข็งแกร่ง แต่ก็ยังห่างไกลจากการเป็นสังคม AI สำหรับทุกคน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
การทำให้ “AI สำหรับทุกคน” เป็นจริงในฮ่องกงต้องมอง AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ พร้อมขยายการเข้าถึงคอมพิวต์ การศึกษา และเครื่องมือ AI สำหรับประชาชนและธุรกิจขนาดเล็ก
การทำให้ “AI สำหรับทุกคน” เป็นจริงในฮ่องกงต้องมอง AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ พร้อมขยายการเข้าถึงคอมพิวต์ การศึกษา และเครื่องมือ AI สำหรับประชาชนและธุรกิจขนาดเล็ก โครงการอย่าง AI+, InnoHK, HKGAI และแชตบอต HKChat เป็นรากฐานสำคัญ แต่ยังต้องเสริมการเข้าถึงซูเปอร์คอมพิวเตอร์ การฝึกทักษะแรงงาน และบริการ AI ภาครัฐ
ตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริงคือ คนทั่วไป ครู ผู้ประกอบการ SME และผู้สูงอายุสามารถใช้ AI ได้อย่างปลอดภัยและเกิดประโยชน์ ไม่ใช่จำกัดอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือบริษัทเทคโนโลยี