ในวันที่ 8 มิถุนายน 2026 กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติของจีน (Ministry of State Security - MSS) ได้เผยแพร่ประกาศสาธารณะที่พุ่งเป้าไปยังตลาดมืดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นั่นคือ “แพลตฟอร์มรีเลย์ AI” ซึ่งทำหน้าที่รวบรวมการเข้าถึงโมเดล AI ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ถูกจำกัดการใช้งาน อย่างเช่น GPT ของ OpenAI หรือ Claude ของ Anthropic มาไว้ในอินเทอร์เฟซเดียวที่ใช้งานง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้ในจีน
แม้ว่าบริการเหล่านี้จะได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักพัฒนาชาวจีนที่ต้องการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางภูมิรัฐศาสตร์และอุปสรรคในการชำระเงิน แต่กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติระบุว่า มันได้กลายเป็น “ช่องทางที่ยอมรับไม่ได้สำหรับการรั่วไหลของข้อมูล การโจรกรรมข้อมูลประจำตัว และแม้กระทั่งการเปิดโปงความลับของรัฐ” ประกาศฉบับนี้ได้ลงรายละเอียดถึงวิธีการทำงานของแพลตฟอร์มเหล่านี้ เหตุผลที่ดึงดูดผู้ใช้งาน และฝันร้ายด้านความปลอดภัยที่พวกมันสร้างขึ้นโดยเฉพาะ
หัวใจหลักของแพลตฟอร์มรีเลย์ AI คือการทำหน้าที่เป็น ตัวกลางบุคคลที่สาม โดยรวบรวม API (Application Programming Interfaces) ต่างๆ จากผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่หลายรายทั้งจีนและต่างประเทศ มาไว้เบื้องหลังส่วนต่อประสานผู้ใช้เดียว สำหรับผู้ใช้แล้ว นี่หมายถึงการมีบริการแบบครบวงจรที่สามารถสอบถามโมเดลต่างๆ ได้โดยไม่ต้องสลับบัญชีหรืออินเทอร์เฟซไปมา
จุดสำคัญคือ แพลตฟอร์มเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่สามารถ หลีกเลี่ยงข้อจำกัด ในการใช้บริการ AI ต่างประเทศที่ไม่ได้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการในประเทศ โดยการทำหน้าที่เป็นพร็อกซี บริการรีเลย์จะประมวลผลคำขอของผู้ใช้ ส่งไปยังโมเดลต่างประเทศที่เลือก และส่งคำตอบกลับมา ทั้งหมดนี้ในขณะที่มอบประสบการณ์การใช้งานแบบภายในประเทศ
เสน่ห์ของแพลตฟอร์มเหล่านี้ตรงไปตรงมาและทรงพลัง ซึ่งอธิบายถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของมัน:
อย่างไรก็ตาม ประกาศของกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติได้ทำให้เห็นชัดเจนว่า เบื้องหลังความสะดวกสบายนี้แฝงไปด้วยปัญหาด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงและซับซ้อนหลายชั้น
คำเตือนของกระทรวงได้สรุปความเสี่ยงที่เป็นลูกโซ่ ตั้งแต่การจัดการข้อมูลที่สะเพร่าไปจนถึงการโจมตีที่มุ่งร้ายโดยตรง
1. ผู้ให้บริการขาดคุณสมบัติและไม่ปลอดภัย
แพลตฟอร์มจำนวนมากดำเนินงานในสุญญากาศทางกฎระเบียบ โดยไม่มีการจดทะเบียนธุรกิจหรือใบอนุญาตดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมาย การควบคุมความปลอดภัยของแพลตฟอร์มเหล่านี้จึงอ่อนแอ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในทันทีของการละเมิดความเป็นส่วนตัวและเปิดประตูสู่การค้าขายข้อมูลผู้ใช้อย่างผิดกฎหมาย
2. การจัดเก็บข้อมูลโดยไม่เข้ารหัสและการขายต่อ
เนื่องจากแพลตฟอร์มรีเลย์ AI เป็นเสมือนประตูทางเข้า ข้อมูลทั้งหมดที่ผู้ใช้ส่งมาจึงถูกจัดเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของพวกเขา กระทรวงความมั่นคงฯ เตือนว่า บางแพลตฟอร์มล้มเหลวในการเข้ารหัสข้อมูลนี้อย่างเพียงพอ ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ การเน้นย้ำว่าผู้ให้บริการที่ไร้จริยธรรมอาจเก็บรักษาข้อความคำถาม (Prompt) ของผู้ใช้ไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต และ นำไปขายต่อให้กับผู้พัฒนาโมเดล AI รายอื่นเพื่อใช้ในการเทรน ทำให้ข้อความค้นหาที่มีความอ่อนไหวกลายเป็นสินค้าในตลาดมืด
3. การถ่ายโอนข้อมูลข้ามพรมแดนที่ผิดกฎหมาย
ข้อกังวลพื้นฐานคือการส่งข้อมูลไปยังต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต กระทรวงความมั่นคงฯ ระบุว่า บริการรีเลย์หลายรายไม่ได้ดำเนินการประเมินความปลอดภัยตามที่กฎหมายจีนกำหนด ก่อนที่จะส่งข้อมูลนำเข้าจากผู้ใช้ไปยังเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ ประกาศดังกล่าวเตือนอย่างชัดเจนว่า สิ่งนี้สามารถนำไปสู่การรั่วไหลของ ข้อมูลส่วนบุคคล ความลับทางธุรกิจ และแม้กระทั่งความลับของรัฐ
4. การโจมตีด้วยแบ็คดอร์และมัลแวร์
ตัวแพลตฟอร์มเองอาจไม่ได้เป็นเพียงภัยคุกคามเดียวเสมอไป กระทรวงความมั่นคงฯ เตือนว่า ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถฝังแบ็คดอร์ (Backdoor) เข้าไปในบริการรีเลย์บางแห่งได้ เมื่อแพลตฟอร์มถูกเจาะระบบแล้ว ก็อาจถูกใช้เพื่อส่งโค้ดอันตราย โจรกรรมข้อมูลรับรองบัญชีผู้ใช้และกุญแจการเข้าถึงคลาวด์ หรือแม้แต่ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระยะไกลเพื่อการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องและการโจรกรรมข้อมูลในระยะยาว
5. การสับเปลี่ยนโมเดลและผลลัพธ์ที่ด้อยคุณภาพ
นอกเหนือจากความปลอดภัยแล้ว ยังมีความเสี่ยงด้านความถูกต้องสมบูรณ์ กระทรวงพบว่า ผู้ให้บริการบางรายพยายามลดต้นทุน โดยแอบสับเปลี่ยนไปใช้โมเดลระดับล่างแทนโมเดลพรีเมียมที่ผู้ใช้คิดว่ากำลังใช้งานอยู่ รายอื่นๆ อาจลดทอนทรัพยากรการคำนวณหรือปิดการใช้งานฟังก์ชันการตรวจสอบ ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แม่นยำน้อยลงหรือไม่สอดคล้องกันในเชิงตรรกะ ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจผิดพลาดได้
คำเตือนของจีนครั้งนี้ไม่ใช่การแจ้งเตือนที่เกิดขึ้นโดดๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามทางกฎระเบียบในวงกว้าง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับ AI หลายครั้ง ซึ่งรวมถึงการโจมตีด้วยการปนเปื้อนข้อมูล (Data Poisoning) , การโจรกรรม Token
และการรั่วไหลของข้อมูลที่ละเอียดอ่อนผ่านเครื่องมือการเขียนด้วย AI
ส่งสัญญาณว่ารัฐมองเห็นห่วงโซ่อุปทาน AI ที่ไร้การควบคุมว่าเป็นพรมแดนใหม่ที่สำคัญในด้านความมั่นคงของชาติ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติจีน (MSS) เตือนภัยแพลตฟอร์มรีเลย์ AI ตลาดมืด สร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ จากการรั่วไหลของความลับทางธุรกิจและความลับของรัฐ ผ่านการส่งข้อมูลข้ามพรมแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต
กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติจีน (MSS) เตือนภัยแพลตฟอร์มรีเลย์ AI ตลาดมืด สร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ จากการรั่วไหลของความลับทางธุรกิจและความลับของรัฐ ผ่านการส่งข้อมูลข้ามพรมแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต ชี้ช่องโหว่อันตรายหลัก ได้แก่ การไม่เข้ารหัสข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์คนกลาง, การขายต่อข้อความผู้ใช้เพื่อใช้เทรน AI, และความเสี่ยงจากมัลแวร์แบ็คดอร์ที่สามารถขโมยรหัสผ่านและควบคุมเครื่องจากระยะไกล
เสน่ห์ของบริการเหล่านี้คือความสะดวก ราคาถูก และเข้าถึงโมเดลต้องห้ามอย่าง GPT และ Claude ได้ แต่หลายรายดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาตและมาตรการป้องกันความปลอดภัยที่เหมาะสม