รายงานระบุว่า Sam Altman ซีอีโอของบริษัทต้องการให้ OpenAI พร้อมเข้าตลาดหุ้นประมาณเดือนกันยายน 2026 แม้กำหนดเวลานี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพตลาดและการตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแล
ธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลกอย่าง Goldman Sachs และ Morgan Stanley กำลังช่วย OpenAI จัดทำเอกสารชี้ชวน (prospectus) และวางแผนโครงสร้างการเสนอขายหุ้น ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญของการนำบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เข้าตลาดหลักทรัพย์
ก่อนหน้านี้ แผน IPO ของ OpenAI ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะมีคดีความจาก Elon Musk ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้สนับสนุนช่วงแรกขององค์กร
Musk กล่าวหาว่า OpenAI เบี่ยงเบนจากภารกิจเดิมที่ตั้งใจพัฒนา AI เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติในรูปแบบไม่แสวงหากำไร และหันไปใช้โครงสร้างเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างกำไรแทน
อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤษภาคม 2026 คณะลูกขุนศาลรัฐบาลกลางที่เมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ตัดสินยกฟ้องคดีดังกล่าว โดยระบุว่า Musk ยื่นฟ้องช้าเกินไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย (statute of limitations) และตัดสินว่า OpenAI และผู้บริหารไม่ต้องรับผิดในคดีนี้
คำตัดสินนี้สำคัญต่อแผน IPO เพราะนักลงทุนในตลาดหุ้นต้องการความชัดเจนเรื่องโครงสร้างองค์กรและการกำกับดูแลก่อนลงทุนในบริษัทที่เพิ่งเข้าตลาด
แม้ Musk จะระบุว่ายังอาจยื่นอุทธรณ์ แต่คำตัดสินดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายในระยะสั้นสำหรับ OpenAI อย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน OpenAI ถือเป็นหนึ่งในสตาร์ตอัปที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก โดยรายงานบางแห่งประเมินมูลค่าบริษัทเอกชนไว้ราว 852 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
หากการเสนอขายหุ้นประสบความสำเร็จ มูลค่าตลาดของบริษัทอาจทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ได้ ซึ่งจะทำให้ IPO ครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในดีลเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรม AI
การเข้าตลาดหุ้นของ OpenAI ยังอาจทำให้การแข่งขันระหว่าง Sam Altman กับ Elon Musk ขยายจากเวทีเทคโนโลยีไปสู่ตลาดการเงิน
กิจการที่เกี่ยวข้องกับ Musk หลายแห่งก็ถูกจับตาว่าอาจระดมทุนครั้งใหญ่เช่นกัน เช่น
นักวิเคราะห์บางคนมองว่า หากหลายบริษัทในกลุ่มนี้เข้าตลาดใกล้เคียงกัน นักลงทุนอาจได้เห็นการแข่งขันที่ไม่ปกติ คือ การแข่งกันดึงเงินทุนจากตลาดหุ้น ควบคู่ไปกับการแข่งขันด้านเทคโนโลยี
ถึงแม้กระแส IPO จะเริ่มชัดขึ้น แต่ OpenAI ยังไม่ได้ยื่นเอกสาร IPO ต่อสาธารณะหรือประกาศวันเข้าตลาดอย่างเป็นทางการ
รายงานปัจจุบันสะท้อนเพียงการเตรียมการและเป้าหมายภายในของบริษัท หากมีการยื่นเอกสารแบบลับจริง รายละเอียดสำคัญ เช่น รายได้ ความเสี่ยง และโครงสร้างผู้ถือหุ้น จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อกระบวนการเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
สำหรับตอนนี้ สิ่งที่ชัดเจนคือ OpenAI ดูเหมือนจะเข้าใกล้การเป็นบริษัทมหาชนมากกว่าที่เคย โดยมีทั้งชัยชนะทางกฎหมายและการสนับสนุนจากธนาคารวอลล์สตรีทเป็นแรงหนุนสำคัญสู่ IPO ที่อาจกลายเป็นเหตุการณ์ใหญ่ของวงการ AI
Comments
0 comments