ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า รอบการขายของ iPhone 17 มีแนวโน้ม แข็งแกร่งกว่ารอบ iPhone 16 ประมาณ 10%–15% โดยเฉพาะรุ่น Pro และ Pro Max.
รุ่นระดับบนมีความสำคัญต่อซัพพลายเชน เพราะโดยทั่วไปจะมี
เมื่อสัดส่วนการขายขยับไปทางรุ่นพรีเมียม ความต้องการชิ้นส่วนเฉพาะทาง เช่น โมดูลกล้องขั้นสูง ระบบเสียง และคอนเน็กเตอร์ประสิทธิภาพสูง ก็จะเพิ่มขึ้นตาม
จีนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวโน้มของ iPhone ดูแข็งแรงขึ้น
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า Apple ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนในจีนประมาณ 22% ในช่วงปลายปี 2025 พร้อมยอดส่งมอบที่เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ตลาดสมาร์ทโฟนโดยรวมจะชะลอตัว.
ตลาดจีนมีบทบาทสำคัญต่อ Apple ในสองมิติหลัก
ดังนั้นเมื่อยอดขายในจีนฟื้นตัว ก็ยิ่งตอกย้ำว่ารอบการขายของ iPhone 17 ยังมีโมเมนตัม โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องระดับพรีเมียม
หุ้นของหลายบริษัทที่อยู่ในระบบซัพพลายเชนของ Apple ปรับตัวขึ้น หลังนักลงทุนเริ่มสะท้อนคาดการณ์คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
ตัวอย่างบริษัทที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่
บริษัทเหล่านี้เป็นผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สำคัญ เช่น ระบบเสียง โมดูลกล้อง และคอนเน็กเตอร์ ซึ่งใช้ใน iPhone หลายรุ่น
ในช่วงเวลาใกล้กัน ยังมีรายงานว่า OpenAI กำลังเร่งพัฒนาสมาร์ทโฟนที่เน้น AI ของตัวเอง โดยนักวิเคราะห์ Ming‑Chi Kuo ระบุว่าอาจเข้าสู่การผลิตจำนวนมากได้ในช่วงประมาณปี 2027.
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของสองเรื่องนี้แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน
จึงหมายความว่าการปรับตัวขึ้นของหุ้นซัพพลายเชน Apple ในตอนนี้สะท้อน ปัจจัยพื้นฐานระยะสั้นจากยอดขาย iPhone จริง มากกว่าการแข่งขันจากอุปกรณ์ AI ในอนาคต
เมื่อรวมทุกสัญญาณเข้าด้วยกัน นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่ารอบการขายของ iPhone 17 อาจแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้า การเพิ่มแผนการผลิต ความต้องการรุ่น Pro ที่สูง และยอดขายในจีนที่ฟื้นตัว กำลังช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อทั้ง Apple และบริษัทคู่ค้าในระบบซัพพลายเชน
แม้อนาคตอาจมีผู้เล่นใหม่ในตลาดสมาร์ทโฟนที่เน้น AI แต่การพุ่งขึ้นของหุ้นซัพพลายเออร์ในตอนนี้สะท้อนเหตุผลที่ตรงไปตรงมามากกว่า นั่นคือ ความต้องการ iPhone ที่ยังแข็งแรงในปัจจุบัน.
Comments
0 comments