กลุ่มนักลงทุนที่มีรายงานว่าจะร่วมเป็นผู้นำรอบนี้ ได้แก่
สิ่งที่น่าสนใจคือหลายบริษัทในกลุ่มนี้ ก็ถือหุ้นใน OpenAI ด้วย สะท้อนกลยุทธ์ของนักลงทุนรายใหญ่ที่เลือกถือครองหลายแพลตฟอร์ม AI ชั้นนำ แทนที่จะเดิมพันกับบริษัทเดียวตั้งแต่ต้น
มูลค่าของ Anthropic เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากในปี 2026
เหตุผลหลักที่นักลงทุนยังเชื่อมั่นคือ การเติบโตของรายได้จากลูกค้าองค์กร
Anthropic รายงานว่า รายได้แบบ annualized run rate เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 30 พันล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2026 จากเพียง ประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์ปลายปี 2025
การเติบโตนี้ส่วนใหญ่เกิดจากองค์กรจำนวนมากที่นำโมเดล Claude ไปใช้ เช่น
แนวโน้มนี้ทำให้นักลงทุนเริ่มมองบริษัท AI ไม่ใช่แค่ห้องทดลองเทคโนโลยี แต่เป็น ธุรกิจซอฟต์แวร์องค์กรขนาดใหญ่ที่กำลังเติบโตเร็วมาก
อีกเหตุผลสำคัญคือ ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวต์
การฝึกและรันโมเดล AI ระดับ frontier ต้องใช้
รายงานบางแห่งระบุว่าเงินทุนรอบใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อ ขยายกำลังประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เหตุผลสำคัญคือ
กลยุทธ์นี้คล้ายกับยุคเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ตหรือคลาวด์ ที่นักลงทุนเลือกสนับสนุนหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน
Anthropic มีพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่แล้ว
รายงานระบุว่า
เนื่องจากข้อตกลงเหล่านี้เชื่อมโยงกับการใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของบริษัท จึงยังไม่ชัดว่าทั้งสองบริษัทจะเข้าร่วมรอบระดมทุนใหม่หรือไม่
อีกเหตุผลหนึ่งที่นักลงทุนสนใจดีลนี้คือ โอกาสในการเข้าตลาดหุ้น
มีรายงานว่า Anthropic กำลังทำงานร่วมกับธนาคารอย่าง Goldman Sachs และ JPMorgan เพื่อเตรียม IPO ที่อาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดใน เดือนตุลาคม 2026
สำหรับนักลงทุนรอบท้าย ๆ การมีแผน IPO ชัดเจนหมายถึง
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นก็จะเป็น บททดสอบจริง ว่ามูลค่าระดับเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์นั้นสมเหตุสมผลหรือไม่
หากการระดมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นตามรายงาน จะสะท้อนแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรม AI
สุดท้ายแล้ว ความยั่งยืนของมูลค่ามหาศาลนี้จะขึ้นอยู่กับสองปัจจัยหลัก: การเติบโตของการใช้งานจริงในองค์กร และผลตอบรับจากตลาดหุ้นหากเกิด IPO
Comments
0 comments