ในการนำเสนอผลประกอบการเมื่อ 8 พฤษภาคม รายงานข่าวอ้างคำพูดของฮิโรกิ โทโทกิ ซีอีโอ Sony Group ว่าความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ต้องอยู่เป็นศูนย์กลาง และอ้างคำพูดของฮิเดอากิ นิชิโนะ ประธานและซีอีโอ PlayStation ว่า AI เป็นเครื่องมือทรงพลังที่จะช่วยภารกิจนั้น
อีกด้านหนึ่ง รายงานเกี่ยวกับสารของ Sony ระบุว่าสตูดิโอ PlayStation ใช้เวิร์กโฟลว์ที่มี AI ช่วยในงานแอนิเมชัน QA และการผลิต โดยบริษัทวางกรอบว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วย “ปลดล็อก” ความคิดสร้างสรรค์ของสตูดิโอ มากกว่าจะมาแทนนักพัฒนาเกมหรือผู้แสดง
รายงานเกี่ยวกับหลิน เทา CFO ของ Sony ก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือบริษัทส่งเสริมการใช้ AI โดยเฉพาะในกระบวนการผลิตเกม เพื่อสร้างนวัตกรรม ทำให้การผลิตคล่องตัวขึ้น และช่วยบริหารต้นทุน ขณะเดียวกัน รายงานอีกชิ้นระบุว่า Sony มอง AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักพัฒนาทำงานเร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะมาแทนทีมพัฒนา หรือกลายเป็นฐานหลักของธุรกิจ
Sony ยังไม่ได้ใช้ AI เฉพาะกับเครื่องมือทำเกมโดยตรงเท่านั้น รายงานเกี่ยวกับเอกสารองค์กรของ Sony ระบุว่า Enterprise LLM หรือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ภายในองค์กร ถูกใช้งานโดยพนักงานมากกว่า 50,000 คน ใน 210 ทีม โดยเน้นงานสนับสนุนและเพิ่มผลิตภาพ มากกว่าการแทนที่งานสร้างสรรค์ที่ออกสู่สาธารณะ นอกจากนี้ยังมีรายงานเรื่องโครงการทดลองร่วมกันของ Sony กับ Bandai Namco ที่เกี่ยวกับ generative AI และเทคโนโลยีอนาคต รวมถึงเครื่องมือของ Sony ชื่อ Mockingbird ที่สามารถสร้างแอนิเมชันใบหน้าจากเสียงพูดได้
รูปแบบที่เห็นค่อนข้างสม่ำเสมอ: AI ถูกเล็งไปยังงานที่ทำซ้ำได้ ขยายสเกลได้ หรือกินเวลาในสายพานผลิตเกมฟอร์มใหญ่
คำสำคัญคือ “ช่วย” ไม่ใช่ “ยึดงานสร้างสรรค์ทั้งหมด” หลักฐานที่มีตอนนี้แสดงว่า AI กำลังเข้าไปช่วยทำร่างแรก ทำระบบอัตโนมัติ ซิงก์งาน ทดสอบ และลดงานธุรการหรือสนับสนุน แต่ยังไม่ชี้ว่าการตัดสินใจสร้างสรรค์ขั้นสุดท้ายถูกส่งให้โมเดล AI แทนมนุษย์
ข้อมูลที่มีไม่ได้ให้ตัวเลขตรวจสอบชัดเจนว่า AI ลดงบสร้างเกม AAA ทั้งโปรเจกต์ไปแล้วเท่าไร แต่หลายรายงานเชื่อมโยง AI เข้ากับประสิทธิภาพและการบริหารต้นทุนโดยตรง รายงานคำพูดของหลิน เทาระบุว่า Sony พร้อมเปลี่ยนวิธีที่ทีมเฟิร์สต์ปาร์ตี้พัฒนาเกม หากช่วยสร้างนวัตกรรม ทำให้การผลิตคอนเทนต์คล่องตัว และคุมต้นทุนได้ อีกชิ้นหนึ่งระบุว่าการใช้ AI ในขั้นตอนใหญ่ ๆ ของการสร้างโลกเสมือนเป็นเรื่องที่ดูสมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตที่สูงในปัจจุบัน
ตรรกะเชิงปฏิบัติไม่ซับซ้อนนัก หาก AI ช่วยให้ทีมทดสอบบิลด์ได้มากขึ้น ทำแอนิเมชันใบหน้าร่างแรกได้เร็วขึ้น ช่วยจัดจังหวะงานโลคัลไลเซชัน เร่งเวิร์กโฟลว์แอสเซ็ต หรือทำให้งานสนับสนุนภายในองค์กรเบาลง โปรเจกต์ใหญ่ก็อาจบริหารง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนว่าใครเป็นคนตัดสินใจสร้างสรรค์หลัก
แต่สำหรับผู้เล่น นี่ไม่ได้แปลว่าเกมจะถูกลงโดยอัตโนมัติ รายงานวิเคราะห์อุตสาหกรรมฉบับหนึ่งชี้ว่าเครื่องมือ AI ที่ช่วยลดต้นทุนยังไม่ได้สะท้อนออกมาเป็นราคาขายปลีกที่ถูกลง โดยเกมราคา 70 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป และชุด deluxe ที่แตะราว 100 ดอลลาร์ฯ ยังพบได้ทั่วไป แม้ AI จะเข้าไปอยู่ในกระบวนการพัฒนาแล้ว
ดังนั้น ประโยชน์ระยะสั้นอาจอยู่ฝั่งหลังบ้านมากกว่า เช่น รักษามาร์จิน ลดรอบการแก้งาน หรือช่วยรับมือกับความซับซ้อนของโปรเจกต์ขนาดใหญ่ มากกว่าจะทำให้ราคาเกมหน้าร้านลดลงทันที
หลักฐานที่มีไม่สนับสนุนข้ออ้างว่า Sony กำลังพยายามปล่อยเกม PlayStation ที่สร้างด้วย AI ทั้งหมด จุดยืนที่บริษัทสื่อออกมาค่อนข้างระมัดระวัง คือ AI เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์หรือทรงพลัง แต่ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์และทีมพัฒนายังเป็นแกนกลาง
นี่เป็นประเด็นสำคัญ เพราะบทบาทที่น่าเชื่อที่สุดของ AI ในระยะใกล้ไม่ใช่การแทนครีเอทีฟไดเรกเตอร์ หัวหน้าดีไซเนอร์ อาร์ตไดเรกเตอร์ หรือหัวหน้าทีมเนื้อเรื่อง หลักฐานที่หนักแน่นกว่าชี้ไปที่งานช่วยในสายพานผลิต เช่น QA งานแอนิเมชัน เครื่องมือโลคัลไลเซชัน เวิร์กโฟลว์แอสเซ็ต และระบบเพิ่มผลิตภาพภายใน
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่เรื่องเป็นกลางทั้งหมด เมื่องานซ้ำ ๆ ถูกทำให้เป็นอัตโนมัติมากขึ้น บทบาทของคนอาจขยับไปสู่การตรวจ แก้ และอนุมัติมากขึ้น โดยเฉพาะในเวิร์กโฟลว์ที่ถูกอธิบายว่าใช้แมชชีนเลิร์นนิงก่อน แล้วให้มนุษย์ตรวจทานภายหลัง ต่อให้เกมสุดท้ายยังถูกกำกับโดยมนุษย์ งานสนับสนุนหลายตำแหน่งก็อาจเปลี่ยนหน้าตาไป
ความกังวลของนักพัฒนาต่อ AI แยกไม่ออกจากสภาพอุตสาหกรรมเกมโดยรวม ผลสำรวจ GDC 2025 State of the Game Industry พบว่าสตูดิโอจำนวนมากขึ้นนำ generative AI ไปใช้ ขณะเดียวกันเทคโนโลยีนี้กลับได้รับความนิยมลดลงในหมู่นักพัฒนา รายงานเดียวกันระบุว่า 11% ของนักพัฒนาที่ตอบแบบสำรวจถูกเลิกจ้างในปีก่อนหน้า และกลุ่มงานเนื้อเรื่องได้รับผลกระทบสูงสุดที่ 19% ของผู้ตอบในสายงานนั้น
สรุปผลสำรวจที่เผยแพร่ผ่าน Business Wire ระบุว่านักพัฒนายังคงรู้สึกถึงผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อมจากการปลดพนักงานทั่วอุตสาหกรรม และมีแนวโน้มเชื่อว่า generative AI ส่งผลลบต่อการพัฒนาเกมมากขึ้น ส่วนรายงานของ GDC เองยังชี้ถึงชั่วโมงทำงานที่เพิ่มขึ้นและโอกาสลงทุนที่หดตัว ซึ่งเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อนักพัฒนา
ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้พิสูจน์ว่า AI เป็นสาเหตุเดียวหรือสาเหตุหลักของการปลดพนักงาน แหล่งข้อมูลที่อ้างถึงชี้ว่า การปลดพนักงาน แรงกดดันด้านเงินทุน และการนำ AI มาใช้ กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ไม่ได้ให้คำอธิบายเชิงเหตุและผลแบบแยกส่วนชัดเจน ข้อสรุปที่ปลอดภัยกว่าคือ AI กำลังมาถึงในช่วงที่อุตสาหกรรมกำลังรีเซ็ตต้นทุน ผู้บริหารมองเห็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ ส่วนแรงงานจำนวนมากมองเห็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงในงาน
จากกรณีใช้งานที่ถูกรายงานในตอนนี้ ระยะต่อไปน่าจะเป็นการฝัง AI ให้ลึกขึ้นในสายพานผลิต มากกว่าการสร้างเกม AAA แบบอัตโนมัติทั้งเกม คาดว่าจะเห็น AI มากขึ้นใน QA อัตโนมัติ งานแอนิเมชัน การประมวลผลการแสดงสีหน้า โลคัลไลเซชัน เวิร์กโฟลว์แอสเซ็ต และระบบโมเดลภาษาภายในองค์กร
สำหรับผู้เล่น ผลกระทบระยะใกล้อาจแทบมองไม่เห็นจากหน้าจอโดยตรง เช่น ทีมอาจวนแก้งานได้เร็วขึ้น ทดสอบได้มากขึ้น หรือทำโลคัลไลเซชันได้คล่องขึ้น แต่ไม่ควรสรุปว่า AI จะทำให้ราคาเกมลดลงทันที เพราะรายงานอุตสาหกรรมที่มีอยู่ระบุว่าการตั้งราคาแบบพรีเมียมยังดำเนินควบคู่ไปกับการนำ AI มาใช้
สรุปแล้ว เรื่อง AI ของ PlayStation ไม่ใช่เรื่องเครื่องจักรจะสร้างเกมดังภาคต่อไปด้วยตัวเอง แต่เป็นกลยุทธ์การผลิตที่ค่อนข้างปฏิบัติจริง: วาง AI ไว้รอบงานที่แพง ซ้ำ และไวต่อกำหนดส่ง ย้ำภาพต่อสาธารณะว่างานสร้างสรรค์ยังนำโดยมนุษย์ แล้วใช้ประสิทธิภาพที่ได้มาเพื่อรับมือแรงกดดันของการพัฒนาเกม AAA ยุคใหม่ คำถามที่ยังค้างอยู่คือ ประสิทธิภาพนั้นจะช่วยขยายสิ่งที่ครีเอเตอร์ทำได้ หรือจะกลายเป็นคันโยกอีกอันสำหรับลดต้นทุนแรงงานในช่วงเวลาที่ยากอยู่แล้วสำหรับนักพัฒนาเกม