อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจำนวนมากยังคงอิงจาก แหล่งข่าวนิรนามและรายงานของสื่อ ไม่ใช่การยืนยันอย่างเป็นทางการ ดังนั้นจึงควรมองว่าเป็นข้อกล่าวอ้างหรือข้อเสนอที่ถูกรายงาน มากกว่าจะเป็นนโยบายที่ได้รับการยืนยันแล้ว
ตามรายงานที่อ้างถึง The Telegraph บุคคลบางคนในวงการการเมืองรอบตัวโดนัลด์ ทรัมป์ได้สนับสนุนให้รัฐบาลอาบูดาบีมีบทบาททางทหารมากขึ้นในการเผชิญหน้ากับอิหร่าน
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของสหรัฐในอดีตคนหนึ่งที่ถูกอ้างในรายงานกล่าวถึงแนวคิดนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า “Go take ’em!” พร้อมอธิบายว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวหมายถึง
“ให้ทหารของ UAE ลงพื้นที่แทนกองกำลังสหรัฐ”
เหตุผลที่ถูกเสนอคือ หากพันธมิตรในภูมิภาคเป็นผู้ปฏิบัติการโดยตรง สหรัฐจะสามารถเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านได้โดย ลดความเสี่ยงทางการเมืองและการทหารจากการส่งทหารอเมริกันเข้าไปโดยตรง
แนวคิดลักษณะนี้มักถูกอธิบายในเชิงยุทธศาสตร์ว่าเป็น โมเดลสงครามผ่านพันธมิตร (proxy หรือ partner‑led strategy) ซึ่งประเทศมหาอำนาจให้การสนับสนุนด้านการเมืองหรือการประสานงาน ขณะที่พันธมิตรในภูมิภาคเป็นผู้ปฏิบัติการในพื้นที่จริง
แม้จะเป็นเกาะขนาดไม่ใหญ่มาก แต่เกาะลาวานมีบทบาทสำคัญในระบบพลังงานของอิหร่าน
รายงานด้านพลังงานยังระบุว่า เกาะ Kharg, Lavan และ Sirri เป็นศูนย์กลางที่รองรับการส่งออกน้ำมันดิบส่วนใหญ่ของอิหร่าน ทำให้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจพลังงานของประเทศ
หากเกาะลาวานถูกโจมตีหรือถูกควบคุม ผลกระทบที่เป็นไปได้อาจรวมถึง
ด้วยเหตุนี้ นักวิเคราะห์จึงมองว่าโครงสร้างพื้นฐานพลังงานบนเกาะลักษณะนี้เป็น เป้าหมายยุทธศาสตร์ที่มีมูลค่าสูงในช่วงความขัดแย้ง
รายงานบางสำนักยังระบุว่า UAE อาจได้ดำเนิน ปฏิบัติการโจมตีลับต่อเป้าหมายในอิหร่าน ระหว่างความขัดแย้งปี 2026 ซึ่งเกี่ยวข้องกับสหรัฐและอิสราเอล
ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่อ้างในรายงาน:
รายงานบางฉบับยังระบุว่า การโจมตีที่ถูกกล่าวหาอาจเกิดขึ้นหลังจาก อิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานใน UAE ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจเชิงตอบโต้
ประเด็นเกี่ยวกับเกาะลาวานเกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นจากการโจมตีและการตอบโต้ระหว่างหลายประเทศ
รายงานบางฉบับระบุว่ากิจกรรมลับของ UAE อาจสะท้อนถึง การก่อตัวของความร่วมมือทางทหารที่กว้างขึ้น ในการเผชิญหน้ากับอิหร่าน โดยมีทั้งสหรัฐและอิสราเอลเข้ามาเกี่ยวข้อง
มีรายงานอีกชุดกล่าวถึง การประสานงานด้านข่าวกรองและความมั่นคงที่ลึกขึ้นระหว่างอิสราเอลกับรัฐอ่าว รวมถึงการเยือนลับและความร่วมมือด้านปฏิบัติการระหว่างหน่วยงานความมั่นคงในภูมิภาค
ภาพรวมจากรายงานต่าง ๆ ทำให้นักวิเคราะห์พูดถึงความเป็นไปได้ของ แนวร่วมหลายชั้นในช่วงสงคราม เช่น
แม้ประเด็นนี้จะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่หลักฐานสาธารณะที่มีอยู่ส่วนใหญ่ยังเป็น รายงานจากสื่อที่อ้างแหล่งข่าวนิรนาม
ดังนั้น แม้รายงานเหล่านี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของเกาะลาวานในระบบพลังงานของอ่าวเปอร์เซีย แต่ก็ ไม่ได้ยืนยันว่ามีแผนยึดเกาะจริงหรือว่าปฏิบัติการทั้งหมดเกิดขึ้นตามที่รายงาน
สิ่งที่ชัดเจนกว่าคือ ในภูมิรัฐศาสตร์ยุคใหม่ของตะวันออกกลาง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น ท่าเรือส่งออกน้ำมัน โรงกลั่น และศูนย์เก็บน้ำมัน กลายเป็นทรัพย์สินทางยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญไม่แพ้ฐานทัพทางทหาร