ลูกค้า Visa Direct ที่ผ่านเกณฑ์จะสามารถใช้ Stablecoin เติมเงินเข้าบัญชีล่วงหน้า และส่งเงินออกไปยังปลายทางต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายของ Visa Direct ซึ่งครอบคลุมปลายทางกว่า 18,000 ล้านจุด ทั้งบัตร บัญชีธนาคาร และกระเป๋าเงินดิจิทัล ใน 195 ประเทศและดินแดน
พูดง่าย ๆ คือ Stablecoin จะทำหน้าที่เป็นเงินทุนที่ใช้เติมเข้าสู่ระบบและเป็นช่องทางสำหรับการจ่ายเงิน ขณะที่ Visa Direct ยังคงทำหน้าที่เป็นเครือข่ายกระจายเงินไปยังผู้รับปลายทาง โดย zerohash สนับสนุนทั้งเทคโนโลยี การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และโครงสร้างด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
zerohash ระบุว่าความร่วมมือนี้ช่วยนำการใช้งาน Stablecoin จาก “โครงการนำร่องเชิงทดลอง” ไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานระดับ Production”
นี่ไม่ใช่ความร่วมมือครั้งแรกของ Visa ในการนำ Stablecoin มาใช้กับ Visa Direct โดยก่อนหน้านี้บริษัทเคยทดลองแนวทางลักษณะเดียวกันกับ BVNK ในเดือนมกราคม 2026 การขยายความร่วมมือผ่าน zerohash จึงสะท้อนว่า Visa กำลังพัฒนาแนวทางดังกล่าวให้รองรับผู้ให้บริการหลายรายและขยายขนาดได้มากขึ้น
ก่อนหน้านั้น Visa เปิดตัว Visa Stablecoin Platform หรือ VSP เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 แพลตฟอร์มระดับองค์กรนี้ออกแบบมาเพื่อให้สถาบันการเงิน บริษัทฟินเทค และผู้ให้บริการชำระเงินสามารถสร้าง เคลื่อนย้าย และบริหารจัดการ Stablecoin ได้จากสภาพแวดล้อมเดียว โดยเริ่มต้นจาก Open USD
ปัจจุบัน VSP อยู่ในช่วง Limited Beta สำหรับลูกค้า Visa เดิม ขณะเดียวกัน การทดสอบระบบชำระบัญชีด้วย Stablecoin ของ Visa บนหลายบล็อกเชนมีมูลค่าการทำธุรกรรมต่อปีในอัตรา Run Rate ราว 7,000 ล้านดอลลาร์ ณ ช่วงกลางปี 2026 และ Visa มีโปรแกรมบัตรที่เชื่อมกับ Stablecoin แล้วมากกว่า 130 โปรแกรมในกว่า 50 ประเทศ
Mastercard ประกาศโครงการนำร่องร่วมกับ Borderless.xyz เครือข่ายจัดการและจัดสภาพคล่องสำหรับ Stablecoin ระดับโลก โดยจะนำกรอบการทำงาน Mastercard Crypto Credential ไปใช้กับกระบวนการชำระเงินด้วย Stablecoin ข้ามพรมแดน
Crypto Credential ทำหน้าที่เป็นชั้นความน่าเชื่อถือมาตรฐานสำหรับธุรกรรมบนบล็อกเชน ระบบสามารถช่วยยืนยันผู้เข้าร่วมธุรกรรม ตรวจสอบด้าน Compliance และส่งสัญญาณรับรองที่ช่วยให้แต่ละฝ่ายตัดสินใจได้ว่าธุรกรรมนั้นควรดำเนินการต่อหรือไม่
ผู้เข้าร่วมกลุ่มแรกของโครงการ ได้แก่ Infinia, Walapay และ Koywe การทดลองครั้งนี้จะทดสอบว่า การตรวจสอบด้าน Compliance ที่ทำตั้งแต่ต้นทาง สามารถนำกลับมาใช้อ้างอิงได้อย่างน่าเชื่อถือตลอดเครือข่ายผู้ให้บริการชำระเงินด้วย Stablecoin ของ Borderless.xyz หรือไม่
Borderless.xyz เชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานกระเป๋าเงินกับผู้ให้บริการ Stablecoin ที่ได้รับใบอนุญาตมากกว่า 15 ราย ครอบคลุมกว่า 95 ประเทศและ 63 สกุลเงิน ผ่าน API เดียว หากแนวทางนี้ทำงานได้ตามเป้าหมาย ผู้ให้บริการอาจลดการตรวจสอบซ้ำในแต่ละขั้นตอน โดยยังคงรักษาข้อกำหนดด้านความเสี่ยงและกฎระเบียบไว้ได้
ความร่วมมือดังกล่าวต่อยอดจากการที่ Borderless.xyz ได้รับเลือกเป็น Launch Partner ใน Mastercard Crypto Partner Program เมื่อเดือนมีนาคม 2026 โครงการนี้รวมบริษัทมากกว่า 85 แห่ง เช่น Binance, Circle, PayPal, Ripple, Fireblocks, Solana และ Polygon เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแบบ Onchain
ก่อนหน้านั้น Borderless.xyz ยังได้รับเลือกเข้าโครงการเร่งการเติบโต Start Path ของ Mastercard ในเดือนกันยายน 2025
ในวันเดียวกัน Circle เปิดเผยรายชื่อกลุ่มผู้ตรวจสอบเครือข่ายตั้งต้นของ Arc บล็อกเชน Layer 1 ใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับตลาดการเงิน การโอนเงินแบบเรียลไทม์ และสินทรัพย์ Tokenized
Visa และ Mastercard ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจสอบเครือข่ายตั้งต้น หรือ Founding Validators ร่วมกับ BlackRock, DTCC, Galaxy, Global Payments, Intercontinental Exchange หรือ ICE, MoneyGram, SBI Group, Standard Chartered และ Sumitomo Corporation
Circle ระบุว่ามีผู้พัฒนาในระบบนิเวศและสถาบันการเงินมากกว่า 100 รายใช้งาน Arc บน Private Mainnet แล้ว ขณะที่ Public Mainnet มีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 16 กันยายน 2026
บทบาทนี้มีความหมายมากกว่าการนำ Stablecoin ไปเชื่อมต่อกับระบบชำระเงิน เพราะ Visa และ Mastercard จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายบล็อกเชนที่เชื่อมโยงกับ USDC โดยตรง ร่วมกับผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลก ศูนย์รับฝากและชำระราคาหลักทรัพย์ของตลาดสหรัฐฯ และสถาบันการเงินระดับโลกอีกหลายแห่ง
การประกาศชุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ GENIUS Act หรือ Guiding and Establishing National Innovation for US Stablecoins ซึ่งเป็นร่างกฎหมายรัฐบาลกลางที่มุ่งสร้างกรอบกำกับดูแลสำหรับ Payment Stablecoin
สาระสำคัญของกรอบดังกล่าวครอบคลุมข้อกำหนดด้านเงินสำรอง มาตรฐานใบอนุญาต และการคุ้มครองผู้บริโภค ร่างกฎหมายนี้ถูกนำกลับเข้าสู่การพิจารณาในวุฒิสภาสหรัฐฯ ในปี 2025 และมีความคืบหน้าผ่านขั้นตอนของคณะกรรมาธิการ
ทั้ง Visa และ Mastercard วางตลาดการโอนเงินข้ามพรมแดน ซึ่งมีมูลค่าประเมินราว 27.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี เป็นหนึ่งในกรณีใช้งานหลักของโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วย Stablecoin
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของทั้งสองบริษัทมีจุดร่วมกัน คือการสร้างสะพานระหว่างระบบการเงินแบบดั้งเดิมที่ต้องตรวจสอบ Compliance อย่างเข้มงวด กับรางการชำระเงินบนบล็อกเชนที่สามารถเปิดให้ผู้ใช้งานเข้าถึงได้กว้างกว่าเดิม
| วันที่ | บริษัทหรือหน่วยงาน | ความเคลื่อนไหว |
|---|---|---|
| 13 มีนาคม 2026 | Mastercard | เลือก Borderless.xyz เป็น Launch Partner ใน Crypto Partner Program |
| 16 กรกฎาคม 2026 | Visa | เปิดตัว Visa Stablecoin Platform สำหรับการสร้าง เคลื่อนย้าย และจัดการ Stablecoin |
| 5 สิงหาคม 2026 | Visa | ร่วมมือกับ zerohash เพิ่มการเติมเงินล่วงหน้าและการจ่ายเงินด้วย Stablecoin บน Visa Direct |
| 5 สิงหาคม 2026 | Mastercard | ประกาศโครงการนำร่อง Crypto Credential ร่วมกับ Borderless.xyz |
| 5 สิงหาคม 2026 | Visa และ Mastercard | ได้รับเลือกเป็น Founding Validators ของบล็อกเชน Arc จาก Circle |
| 16 กันยายน 2026 | Circle | กำหนดเปิดตัว Public Mainnet ของ Arc |
การประกาศในวันที่ 5 สิงหาคม 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะ Visa และ Mastercard กำลังขยับ Stablecoin จากการทดลองแบบแยกส่วนไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการใช้งานจริงในระดับสถาบัน
ในฝั่ง Visa จุดเน้นอยู่ที่การนำ Stablecoin เข้าไปอยู่ในกระบวนการเติมสภาพคล่องและจ่ายเงินผ่าน Visa Direct ส่วน Mastercard มุ่งแก้ปัญหาความน่าเชื่อถือและการตรวจสอบผู้เข้าร่วมธุรกรรมผ่าน Crypto Credential
ขณะเดียวกัน การที่ทั้งสองบริษัท รวมถึง BlackRock, DTCC และสถาบันการเงินชั้นนำอื่น ๆ เข้าไปเป็นผู้ตรวจสอบเครือข่าย Arc ตั้งแต่ระยะแรก สะท้อนว่า Stablecoin และบล็อกเชนกำลังถูกมองมากขึ้นในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของการชำระเงิน การชำระบัญชี และการบริหารสภาพคล่อง ไม่ใช่เพียงสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับการเก็งกำไรเท่านั้น