Samsung Electronics ไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 9 ของโลกชั่วคราวในวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ด้วยมูลค่าตลาดราว 1.581 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แซง Meta และ Tesla ก่อนจะปิดตลาดที่อันดับ 10 — การพุ่งขึ้นนี้ได้แรงหนุนจาก... การขึ้นมานี้ยืนอยู่บนพื้นฐานที่แข็งแกร่ง: กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2026 ของ Samsung พุ่งแตะ 57.2 ล้านล้านว...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What recent milestone did Samsung Electronics achieve in global market cap rankings, briefly overtaking Meta during intraday trading on Tues. Article summary: On Tuesday, June 2, 2026, Samsung Electronics briefly surpassed Meta (and Tesla as well) during intraday trading, reaching as high as **9th place** globally by market capitalization with a market value of approximately *. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Samsung Electronics, the world's top memory chipmaker, saw its market value reach 1,500 trillion won ($1.03 trillion) in early trading in Seoul" source context "Samsung Electronics' market cap surpasses $1 trillion" Reference image 2: visual subject "Samsung Electronics offered a clear example of that pattern in
เมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2026 Samsung Electronics ได้สร้างปรากฏการณ์ที่แทบจะไม่มีใครคาดคิดเมื่อปีที่แล้ว: มูลค่าตลาด (Market Cap) ของบริษัทพุ่งแซงหน้าทั้ง Meta Platforms และ Tesla ในระหว่างวัน ผลักดันให้ก้าวขึ้นไปอยู่ที่ อันดับ 9 บนตารางอันดับบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก
การพุ่งขึ้นระหว่างวันครั้งนั้น ซึ่งทำให้มูลค่าของ Samsung ไปแตะระดับประมาณ 1.581 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่ได้เกิดจากข่าวลือหรือกระแสการเก็งกำไรแต่อย่างใด แต่มันคือการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาของตลาดหุ้นว่า การปฏิวัติวงการ AI นั้นขับเคลื่อนด้วย 'ชิปหน่วยความจำ' — และ Samsung คือหนึ่งในผู้ผลิตหลักของโลก
เมื่อปิดตลาด Samsung ได้รั้งตำแหน่งที่ 10 ด้วยมูลค่าตลาดรวมของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิที่ 1.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เบียดเอาชนะ Meta ไปได้ โดยตอนนี้บริษัทตามหลัง Tesla อยู่อย่างเฉียดฉิวด้วยมูลค่าที่ห่างกันเพียงประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
นี่เป็นเพียงบทล่าสุดและชัดเจนที่สุดในเรื่องราวที่ใหญ่กว่า: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดหุ้นโลกที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการอันไม่มีที่สิ้นสุดของ AI สำหรับ 'หน่วยความจำแบนด์วิธสูง' (HBM: High-Bandwidth Memory) และ DRAM ซึ่งเป็นชิปหน่วยความจำแบบหนึ่งที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ความต้องการเดียวกันนี้เองที่เพิ่งมอบผลกำไรสูงสุดในประวัติศาสตร์ขององค์กรธุรกิจเกาหลีใต้ให้กับ Samsung ผลักดันตลาดหุ้นของประเทศให้แซงหน้าอินเดีย และทำให้นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทคาดการณ์ว่า การขาดแคลนชิปหน่วยความจำจะดำเนินต่อไปอีกหลายปี
ก้าวสำคัญด้านมูลค่าตลาดครั้งนี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากตัวเลขผลประกอบการที่ทำเอานักวิเคราะห์สายกระทิงยังต้องอึ้ง ในไตรมาสแรกของปี 2026 Samsung รายงานผลกำไรจากการดำเนินงานรวมที่ 57.2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) บนรายได้ 133.9 ล้านล้านวอน นั่นหมายถึง กำไรที่พุ่งสูงขึ้นถึง 755% เมื่อเทียบกับปีก่อน และรายได้ที่เพิ่มขึ้น 69% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025
เพื่อให้เห็นภาพขนาดของตัวเลขนี้: กำไรในไตรมาสที่ 1 ปี 2026 ของ Samsung เพียงไตรมาสเดียว สูงกว่ากำไรจากการดำเนินงานทั้งปีของปี 2025 ซึ่งอยู่ที่ 43.6 ล้านล้านวอน และยังสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึงประมาณ 13 ล้านล้านวอน ซึ่งเป็นการรายงานผลกำไรที่สูงเกินคาดถึง 42% และทำให้โบรกเกอร์ต่างเร่งรีบปรับเพิ่มคาดการณ์เป้าหมายกำไรทั้งปี
โดยแผนกเซมิคอนดักเตอร์ (DS) ของบริษัทคือผู้สร้างรายได้หลัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 53 ล้านล้านวอน หรือ 93% ของกำไรทั้งหมด
Samsung ระบุไว้ในเอกสารนำเสนอผลประกอบการว่า ผลงานนี้มาจาก “...นวัตกรรมเทคโนโลยี AI และการตอบสนองตลาดเชิงรุก” อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ศูนย์ข้อมูลทั่วโลกกำลังเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างรวดเร็ว และพวกเขาต้องการหน่วยความจำที่ล้ำสมัยในปริมาณมหาศาล ซึ่งได้จุดชนวนให้เกิด 'ซูเปอร์ไซเคิล' ในราคาของ DRAM และ NAND (หน่วยความจำอีกประเภทหนึ่ง) โดยราคาสัญญาของ DRAM พุ่งขึ้น 39.8% ในเวลาเพียงไตรมาสเดียว
แรงโน้มถ่วงของการพุ่งขึ้นครั้งนี้แผ่ขยายออกไปไกลเกินกว่าบริษัทเพียงแห่งเดียว Samsung และคู่แข่งภายในประเทศอย่าง SK Hynix ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่ได้เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มบริษัทผู้ดีที่มีมูลค่าตลาดเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว ได้ยกทั้งตลาดหุ้นเกาหลีใต้ตามไปด้วย จากข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg มูลค่าตลาดรวมของบริษัทจดทะเบียนในเกาหลีใต้ได้พุ่งขึ้น 86% ในปี 2026 ไปแตะที่ระดับประมาณ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การพุ่งขึ้นครั้งนั้นผลักให้เกาหลีใต้แซงหน้าอินเดีย (ซึ่งมูลค่าตลาดลดลงไปที่ 4.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) กลายเป็น ตลาดหุ้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก
นี่คือส่วนหนึ่งของการจัดเรียงอันดับตลาดโลกใหม่อย่างรวดเร็ว ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ไต้หวัน ซึ่งเป็นบ้านของ TSMC ผู้ผลิตชิปตามสัญญารายใหญ่ที่สุดของโลก ได้แซงอินเดียขึ้นเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับห้า ดังนั้น การขึ้นมาของเกาหลีใต้จึงผลักให้อินเดียตกจากอันดับห้ามาอยู่ที่เจ็ดภายในเวลาไม่กี่วัน ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่า ตลาดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับห่วงโซ่อุปทานของ AI กำลังถูกประเมินมูลค่าใหม่อย่างสิ้นเชิง
ดัชนี Kospi ทำผลตอบแทนได้เกิน 100% ในปีนี้เพียงปีเดียว และระหว่างทางที่ผ่านมา เกาหลีใต้ก็สามารถแซงมูลค่าตลาดของแคนาดา เยอรมนี สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสไปได้
หากผลกำไรทุบสถิติของ Samsung คือภาพของปัจจุบัน รายงานวิจัยล่าสุดจาก Goldman Sachs ก็กำลังวาดภาพของอนาคต และมันชี้ให้เห็นว่าการทะยานขึ้นครั้งนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ ในรายงานวันที่ 1 มิถุนายน 2026 นักวิเคราะห์ Giuni Lee และ James Schneider คาดการณ์ว่า ภาวะอุปทานตึงตัวของหน่วยความจำจาก AI จะ ตึงตัวยิ่งขึ้นอีก โดยการขาดแคลนจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2028
Goldman Sachs คาดการณ์ว่า DRAM จะขาดแคลนประมาณ 4.9% ในปี 2026 ซึ่งเป็นภาวะขาดดุลที่คาดว่าจะแย่ลงในปี 2027 สำหรับ NAND ทางธนาคารคาดการณ์ว่าจะมีอุปทานต่ำกว่าอุปสงค์ประมาณ 4.2% ในปี 2026 ทางบริษัทระบุว่า นี่คือความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 15 ปี
ผลกระทบต่อราคานั้นน่าทึ่งมาก Goldman Sachs คาดว่าราคาเฉลี่ยของ DRAM จะสูงขึ้นมากกว่า 300% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในปี 2026 ในขณะที่ราคา NAND คาดว่าจะสูงขึ้นมากกว่า 250% สำหรับ HBM ซึ่งเป็น DRAM ชนิดพิเศษที่เป็นหัวใจของตัวเร่งความเร็ว AI เช่น GPU ของ Nvidia นั้นกำลังขาดแคลนอย่างหนัก Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์มูลค่าตลาด HBM เป็น 1.16 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2027 จากเดิมที่ประมาณการไว้ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าราคา HBM จะสูงขึ้นอีก 44% ในปีหน้า เนื่องจากความต้องการด้าน AI แซงหน้าการเติบโตของอุปทาน
สาเหตุนั้นตรงไปตรงมา: ความต้องการเซิร์ฟเวอร์ AI พุ่งสูงขึ้น การเพิ่มกำลังการผลิตแผ่นเวเฟอร์ใหม่มีจำกัด และผู้ผลิตหน่วยความจำก็ยังคงระมัดระวังที่จะขยายการผลิตเร็วเกินไป หลังจากบทเรียนจากวัฏจักรเฟื่องฟู-ซบเซาในอดีต หน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งขับเคลื่อนโดยศูนย์ข้อมูล AI กำลังจะคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของความต้องการ DRAM ทั้งหมดภายในปี 2027
การปรากฏตัวสั้นๆ ใน 10 อันดับแรกของโลกของ Samsung คือเหตุการณ์สำคัญที่มีเนื้อหาสาระรองรับอยู่เบื้องหลัง มูลค่าตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในปีนี้ สะท้อนถึงการพุ่งขึ้นของกำไรที่กำลังเขียนประวัติศาสตร์องค์กรของเกาหลีใต้ขึ้นใหม่ และมันเป็นส่วนหนึ่งของการปรับสมดุลเชิงโครงสร้างของกระแสเงินทุนโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปสู่บริษัทและประเทศที่ผลิตส่วนประกอบทางกายภาพของปัญญาประดิษฐ์
แม้ว่าอันดับที่แน่นอนระหว่างวันอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่พลวัตพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลัง — กำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ภาวะขาดแคลนหน่วยความจำที่ต่อเนื่อง และการจัดอันดับตลาดหุ้นของประเทศต่างๆ ใหม่ — แสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งกว่า
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Samsung Electronics ไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 9 ของโลกชั่วคราวในวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ด้วยมูลค่าตลาดราว 1.581 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แซง Meta และ Tesla ก่อนจะปิดตลาดที่อันดับ 10 — การพุ่งขึ้นนี้ได้แรงหนุนจาก...
Samsung Electronics ไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 9 ของโลกชั่วคราวในวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ด้วยมูลค่าตลาดราว 1.581 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แซง Meta และ Tesla ก่อนจะปิดตลาดที่อันดับ 10 — การพุ่งขึ้นนี้ได้แรงหนุนจาก... การขึ้นมานี้ยืนอยู่บนพื้นฐานที่แข็งแกร่ง: กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2026 ของ Samsung พุ่งแตะ 57.2 ล้านล้านวอน (ราว 41.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ โดยเพิ่มขึ้น 755% จากปีก่อน ขณะท...
ผลกระทบในวงกว้างได้ผลักดันมูลค่ารวมของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ให้แซงหน้าอินเดีย ขึ้นเป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก ด้วยมูลค่าราว 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 86% ในปีนี้เพียงปีเดียว