ยูเครนเริ่มกลับมามีความริเริ่มเชิงยุทธวิธีในบางพื้นที่ของแนวหน้า ผ่านการโต้กลับใกล้ Kupyansk และ Zaporizhzhia พร้อมการโจมตีด้วยโดรนระยะไกล อัตราการยึดพื้นที่ของรัสเซียในปี 2026 ลดลงอย่างมาก เหลือเฉลี่ย 2.9 ตารางกิโลเมตรต่อวัน จาก 9.76 ตารางกิโลเมตรต่อวันในช่วงเดียวกันของปี 2025 การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียทำให้ก...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What recent developments in the Russia–Ukraine war show Ukraine regaining battlefield initiative, including its recapture of territory aroun. Article summary: Recent reports suggest Ukraine is regaining some battlefield initiative by combining localized counterattacks with large-scale drone and infrastructure strikes, while Russia’s 2026 offensive appears slower and less produ. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Ukraine recaptured 201 square kilometres of territory from Russia in five days last week – its biggest gain in 2.5 years – according to AFP" source context "Ukraine makes fastest battlefield gain in 2.5 years - France 24" Reference image 2: visual subject "Current battlefield dynamics do not suggest that Russia w
รายงานสนามรบและข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดในปี 2026 บ่งชี้ว่ายูเครนอาจกำลังกลับมามี “ความริเริ่มเชิงยุทธวิธี” ในบางส่วนของสงครามกับรัสเซีย หลังจากช่วงเวลาที่ยืดเยื้อของการรุกอย่างหนักจากฝ่ายมอสโก
การโต้กลับของยูเครน การชะลอตัวของการยึดพื้นที่ของรัสเซีย และการโจมตีโครงสร้างพลังงานในรัสเซียด้วยโดรนระยะไกล กำลังทำให้แผนการรุกของรัสเซียซับซ้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แม้ปัจจัยเหล่านี้ยังไม่เปลี่ยนดุลยุทธศาสตร์ของสงครามโดยรวม แต่เมื่อนำมารวมกันแล้ว สัญญาณหลายอย่างชี้ว่าความได้เปรียบในการเดินเกมของรัสเซียกำลังลดลง และยูเครนเริ่มมีบทบาทในการกำหนดจังหวะของการสู้รบมากขึ้น
นักวิเคราะห์ที่ติดตามแนวหน้ารายงานว่า กองกำลังยูเครนได้ดำเนินการโต้กลับในหลายภาคส่วนของแนวรบในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าทางทหารที่สำคัญที่สุดของยูเครนนับตั้งแต่การบุกเข้าไปในแคว้น Kursk ของรัสเซียในปี 2024
ในภาคตะวันออก ยูเครนสามารถยึดพื้นที่จำนวนมากรอบเมือง Kupyansk กลับคืนมาได้ตั้งแต่ปลายปี 2025 ขณะเดียวกัน การปฏิบัติการทางตอนใต้สามารถปลดปล่อยพื้นที่มากกว่า 400 ตารางกิโลเมตร ในช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิปี 2026 และยึดหมู่บ้านหลายแห่งในเขต Zaporizhzhia ฝั่งตะวันตก กลับคืนมา
แม้การรุกเหล่านี้ยังไม่ใช่การพลิกเกมเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ แต่ก็สะท้อนว่ายูเครนยังคงมีความสามารถในการเปิดการโต้กลับ ยึดพื้นที่คืน และขัดขวางไม่ให้รัสเซียบรรลุเป้าหมายทางทหารขนาดใหญ่ได้
ข้อมูลจากนักวิเคราะห์สนามรบชี้ว่า อัตราการยึดพื้นที่ของรัสเซียลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 กองทัพรัสเซียยึดพื้นที่ได้เฉลี่ยประมาณ 2.9 ตารางกิโลเมตรต่อวัน ขณะที่ในช่วงเดียวกันของปี 2025 ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 9.76 ตารางกิโลเมตรต่อวัน ซึ่งหมายถึงการลดลงของความเร็วในการรุกประมาณสองในสาม
การประเมินอีกชุดหนึ่งยังระบุว่า ในเดือนเมษายน 2026 รัสเซียถึงขั้นมี การสูญเสียพื้นที่สุทธิประมาณ 116 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปฏิบัติการของยูเครนใน Kursk ปี 2024
นักวิเคราะห์มองว่าการชะลอตัวนี้เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การโต้กลับของยูเครน ระบบป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น และการโจมตีระยะกลางและระยะไกลที่มุ่งเป้าไปยังระบบลอจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานของรัสเซีย
หนึ่งในลักษณะเด่นของสงครามรัสเซีย–ยูเครนในช่วงหลังคือบทบาทของ โดรน ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ทั้งสองฝ่ายใช้โดรนจำนวนมากในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ บางครั้งมีโดรนหลายร้อยลำในปฏิบัติการเดียว
ตัวอย่างหนึ่งคือรายงานจากเจ้าหน้าที่รัสเซียที่ระบุว่า ยูเครนได้ปล่อยโดรนมากกว่า 550 ลำ โจมตีหลายภูมิภาคของรัสเซีย รวมถึงพื้นที่ใกล้มอสโก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่ที่สุดของสงคราม
กองทัพยูเครนระบุว่าหน่วยโดรนกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเสียหายต่อกองกำลังรัสเซีย และในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ระบบไร้คนขับมีบทบาทสำคัญต่อการสูญเสียกำลังพลของรัสเซีย
นอกจากแนวหน้าแล้ว ยูเครนยังเพิ่มการโจมตีเชิงลึกเข้าไปในรัสเซีย โดยมุ่งเป้าไปยัง อุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐ
รายงานที่อ้างแหล่งข่าวของ Reuters ระบุว่า การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนในเดือนพฤษภาคม 2026 ทำให้โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่เกือบทั้งหมดในรัสเซียตอนกลางต้อง หยุดหรือจำกัดการผลิต ชั่วคราว
กำลังการผลิตที่ได้รับผลกระทบรวมกันมากกว่า 83 ล้านตันต่อปี หรือประมาณ หนึ่งในสี่ของกำลังการกลั่นน้ำมันทั้งหมดของรัสเซีย
การโจมตีเหล่านี้ส่งผลให้การผลิตเชื้อเพลิงลดลง และสร้างความปั่นป่วนต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันของประเทศ โดยโครงสร้างพลังงานถูกมองว่าเป็นเป้าหมายสำคัญ เพราะภาษีน้ำมันและก๊าซคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของรายได้รัฐบาลรัสเซีย
ความเสียหายต่อภาคพลังงานเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจสงครามของรัสเซียกำลังเผชิญแรงกดดันด้านงบประมาณมากขึ้น
ข้อมูลจากกระทรวงการคลังรัสเซียระบุว่า งบประมาณขาดดุลของรัฐบาลกลาง ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 5.88 ล้านล้านรูเบิล (ราว 79,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมาก
แม้ราคาน้ำมันโลกจะปรับสูงขึ้นในบางช่วง แต่รายได้ที่เพิ่มขึ้นยังไม่เพียงพอจะชดเชยค่าใช้จ่ายทางทหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบจากการโจมตีโครงสร้างพลังงาน นักวิเคราะห์จึงมองว่าปัจจัยเหล่านี้กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อระบบการเงินของรัสเซีย
เมื่อพิจารณารวมกัน การโต้กลับของยูเครนใกล้ Kupyansk และ Zaporizhzhia การชะลอตัวของการรุกของรัสเซีย และการโจมตีโครงสร้างพลังงานภายในรัสเซีย บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของ โมเมนตัมในสนามรบ มากกว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนเด็ดขาดของสงคราม
ยูเครนกำลังแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถมากขึ้นในการส่งผลกระทบต่อทั้งแนวหน้าและเศรษฐกิจสงครามของรัสเซียผ่านการโจมตีระยะไกลและยุทธวิธีใหม่ ๆ
อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังคงมีกำลังทหารจำนวนมากในยูเครนและยังคงดำเนินปฏิบัติการรุกในหลายแนวรบ สงครามจึงยังคงมีลักษณะเป็น สงครามยืดเยื้อแบบบั่นทอนกำลัง ซึ่งผลลัพธ์ในระยะยาวอาจถูกกำหนดโดยปัจจัยอย่างการยึดพื้นที่ทีละน้อย ความสามารถด้านลอจิสติกส์ และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ มากกว่าการพลิกเกมอย่างฉับพลัน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ยูเครนเริ่มกลับมามีความริเริ่มเชิงยุทธวิธีในบางพื้นที่ของแนวหน้า ผ่านการโต้กลับใกล้ Kupyansk และ Zaporizhzhia พร้อมการโจมตีด้วยโดรนระยะไกล
ยูเครนเริ่มกลับมามีความริเริ่มเชิงยุทธวิธีในบางพื้นที่ของแนวหน้า ผ่านการโต้กลับใกล้ Kupyansk และ Zaporizhzhia พร้อมการโจมตีด้วยโดรนระยะไกล อัตราการยึดพื้นที่ของรัสเซียในปี 2026 ลดลงอย่างมาก เหลือเฉลี่ย 2.9 ตารางกิโลเมตรต่อวัน จาก 9.76 ตารางกิโลเมตรต่อวันในช่วงเดียวกันของปี 2025
การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียทำให้กำลังการกลั่นที่ได้รับผลกระทบคิดเป็นราวหนึ่งในสี่ของประเทศ เพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและงบประมาณสงครามของรัสเซีย