ท่าทีทางการทูตธุรกิจจะเข้มข้นขึ้นอีกขั้นในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน 2026 เมื่อทั้งสามบริษัทเตรียมพบปะกันที่ไทเป โดย เจนเซ่น หวง ซีอีโอของ Nvidia มีกำหนดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน GTC Taipei ในวันที่ 1 มิถุนายน ณ หอประชุม Taipei Music Center โดยงานนี้จะซ้อนทับกับงานคอมพิวเท็กซ์ ไทเป (COMPUTEX Taipei) ในวันที่ 2-5 มิถุนายน ขณะที่ประธานกลุ่ม SK นาย Chey Tae-won ก็เตรียมเดินทางไปไต้หวันเพื่อเข้าร่วมงานนี้เช่นกัน ถือเป็นการพบกันครั้งที่สี่ระหว่างเขากับเจนเซ่น หวง ในรอบ 7 เดือน สะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการร่วมกันเดินหน้าสู่ก้าวต่อไปของวงการ
สิ่งที่จับต้องได้จากการประชุมสุดยอดครั้งนี้คือ TSMC กำลังผลิตชิป AI รุ่นต่อไปให้กับ Nvidia ซึ่งรวมถึงชิปประมวลผลที่มีข่าวว่าจะใช้ชื่อว่า "Feynman" โดยจะผลิตบนเทคโนโลยีการผลิต A16 ของ TSMC ในขณะที่ SK Hynix ก็เป็นผู้จัดหาชิปหน่วยความจำ HBM4 ที่จำเป็นต้องใช้คู่กัน
ในวันที่หุ้น TSMC พุ่งทำสถิติ รายงานข่าวหลายแห่งยืนยันตรงกันว่า บริษัทมีแผนปรับราคาชิปในกระบวนการผลิต 3 นาโนเมตรสูงถึง 15% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ตามด้วยอีก 5-10% ในปี 2027 แรงผลักดันหลักมาจากความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของ Nvidia, Google, AWS และผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นๆ ที่เร่งนำชิป 3nm ไปใช้กับเซิร์ฟเวอร์ AI เจนเนอเรชั่นใหม่ ส่งผลให้อุปทานตึงตัวและมีแนวโน้มว่าอุปสงค์จะสูงกว่าอุปทานต่อไปจนถึงปี 2027 ต่อให้มีการขยายกำลังการผลิตแล้วก็ตาม
การขึ้นราคาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น TSMC ได้ส่งสัญญาณแผนการปรับราคาชิปในกลุ่มกระบวนการผลิตที่ต่ำกว่า 5nm มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 โดยปรับขึ้นเฉลี่ยครั้งละ 3-5% ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 เป็นต้นมา แต่ที่ทำให้แผนการขึ้นราคา 3nm ในรอบนี้ทรงพลัง เพราะเป็นการปรับขึ้นถึง 15% ในโหนดเดียว ท่ามกลางมหากาพย์การลงทุนด้าน AI ที่ลูกค้าแทบไม่มีทางเลือกอื่นให้ไป เวเฟอร์ (wafer) 3nm ในปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ประมาณ 20,000 ดอลลาร์ ในขณะที่ต้นทุนของเวเฟอร์ 2nm ที่จะเริ่มผลิตจำนวนมาก คาดว่าจะสูงกว่า 30,000 ดอลลาร์ เท่ากับว่าเส้นราคาชิปขั้นสูงทั้งระบบกำลังถูกปรับฐานขึ้นไปอีกระดับ
อีกหนึ่งปัจจัยหนุนที่แปลกใหม่และคาดไม่ถึงสำหรับ TSMC เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนหุ้นจะทำสถิติสูงสุด เมื่อกระแสความไม่พอใจของพนักงานภายในปะทุขึ้นสู่สาธารณะอย่างรวดเร็ว ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 มีข่าวลือแพร่สะพัดในโลกโซเชียลและเว็บบอร์ดภายในของ TSMC ว่าบริษัทมีแผนปรับลดโบนัสพนักงานลงมากถึง 15% จนพนักงานบางคนเริ่มออกมาเรียกร้องและขู่นัดหยุดงานประท้วง เลียนแบบการเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงานที่ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ในเกาหลีใต้
ทว่า ซีซี เหว่ย (C.C. Wei) ประธานและซีอีโอของ TSMC ตอบโต้สถานการณ์นี้อย่างเด็ดขาด เขายกเลิกภารกิจที่มีอยู่ทั้งหมดในวันนั้น และจัดการประชุมแบบทาวน์ฮอลล์ฉุกเฉินกับพนักงานในช่วงเช้าของวันที่ 27 พฤษภาคม โดยออกมาปฏิเสธข่าวลือตัดโบนัสอย่างสิ้นเชิง เหว่ยแจ้งกับพนักงานว่าการจ่ายเงินปันผลกำไรในไตรมาสแรกของปี 2026 จะสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 30% พร้อมย้ำว่า "ไม่มีเพดาน" สำหรับโบนัสของ TSMC และยังเปิดเผยอีกว่าโบนัสพนักงานต่อปีเติบโตมากกว่า 30% ทุกปีมาตั้งแต่ปี 2023
แหล่งข่าวอิสระหลายแห่งก็ยืนยันตรงกันถึงตัวเลขที่มากกว่า 30% และข้อความที่ว่าบริษัทตั้งใจจะรักษาแนวโน้มการเติบโตนี้ต่อไปในปีนี้
การจ่ายโบนัสดังกล่าวซึ่งจะแตกต่างกันไปตามผลงานและอายุงาน จะเริ่มจ่ายในวันที่ 29 พฤษภาคม
ด้วยการแก้เกมที่รวดเร็วและให้คำมั่นด้วยเม็ดเงินก้อนโต ซีซี เหว่ย เปลี่ยนวิกฤตแรงงานที่กำลังก่อตัวเป็นการแสดงความมั่นใจของผู้บริหารต่อทิศทางกำไรที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ TSMC ได้อย่างชาญฉลาด
ราคาหุ้น TSMC ที่พุ่งขึ้นยังช่วยให้เกิดก้าวสำคัญทางเศรษฐกิจในระดับประเทศ ด้วยมูลค่าบริษัทที่สูงถึงประมาณ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมีน้ำหนักมหาศาลในตลาดหุ้นไต้หวัน TSMC มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้มูลค่ารวมของตลาดหุ้นไต้หวันทะยานขึ้นไปแซงหน้าตลาดหุ้นอินเดีย ขึ้นแท่นเป็นตลาดหุ้นใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลกได้สำเร็จ
การทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ของ TSMC ไม่ได้เกิดขึ้นในวันธรรมดา มันคือวันที่เรื่องราวหลายส่วนที่หนุนเนื่องกัน ทั้งการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ อำนาจกำหนดราคา การจัดการปัญหาแรงงาน และจุดยืนในเศรษฐกิจมหภาค ได้มาบรรจบกันเพื่อตอกย้ำความเชื่อของตลาดว่า TSMC คือรากฐานการผลิตที่แข็งแกร่งที่สุดของการสร้างโลก AI อย่างแท้จริง และมีอำนาจต่อรองที่พิสูจน์ให้เห็นแล้ว หุ้นปิดตลาดที่ 412.32 ดอลลาร์ ในวันที่ 26 พฤษภาคม ก่อนจะทะยานทะลุ 428 ดอลลาร์ ระหว่างการซื้อขายในวันที่ 27 พฤษภาคม
Comments
0 comments