ECB, ธนาคารกลางเกาหลีใต้ และธนาคารกลางบราซิล ต่างตรึงดอกเบี้ยในปี 2026 แต่ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นแรง เยอรมนีคาดเงินเฟ้อ 2.9% เกาหลีใต้ 2.7% และบราซิลทะลุเพดานเป้าหมายที่ 4.71% ยุโรปกำลังจับตาการขึ้นดอกเบี้ยหลังตรึงมา 6 ครั้งติด ขณะที่เกาหลีใต้เผยมติไม่เอกฉันท์ 5 2 เสียง เตรียมส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 'ในอีกไม่กี่เดือน...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What recent actions and forecasts have major central banks in South Korea, Germany, Brazil, Italy, and the eurozone taken in response to acc. Article summary: Here is a jurisdiction-by-jurisdiction summary of the most recent central bank actions and official projections in response to the Iran conflict-driven energy shock.. Topic tags: general, news, general web, user generated, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "A giant euro sign is seen inside the headquarters of the European Central Bank in Frankfurt am Main, western Germany, June 11, ahead of the bank's meeting on the Eurozone's monetar" source context "Europe's central bank raises rates to fight inflation from Iran war - The Korea Times" Reference image 2: visual subject "Sources: Eurostat, S&P Global M
ความขัดแย้งทางทหารในตะวันออกกลางไม่ได้เพียงแค่ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก แต่ยังฉีกคู่มือนโยบายเศรษฐกิจมหภาคปี 2026 ของธนาคารกลางหลักๆ ทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นจุดผ่านสำคัญของน้ำมันโลกประมาณหนึ่งในห้า เกือบจะปิดตายสำหรับการขนส่ง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ได้พุ่งสูงขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 117 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 63% จากช่วงก่อนสงคราม และ 88% จากต้นปี แรงกระแทกดังกล่าวกำลังส่งผลเป็นลูกโซ่ผ่านการคาดการณ์อย่างเป็นทางการ บังคับให้ผู้กำหนดนโยบายจากแฟรงก์เฟิร์ตไปจนถึงโซลและบราซิเลียต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกที่เจ็บปวด: ยอมทนกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น หรือเสี่ยงที่จะทำลายการเติบโตที่อ่อนแออยู่แล้วด้วยนโยบายการเงินที่เข้มงวด
ต่อไปนี้คือข้อมูลเชิงลึกว่า ธนาคารกลางยุโรป, ธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank), ธนาคารแห่งอิตาลี (Banca d'Italia), ธนาคารกลางเกาหลีใต้ และธนาคารกลางบราซิล ได้ปรับแก้ไขตัวเลขหลักของพวกเขาอย่างไร และพวกเขามีแผนจะทำอะไรกับสถานการณ์นี้
ECB ได้คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (deposit facility rate) ไว้ที่ 2.0% ในการประชุมทั้งเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2026 ซึ่งถือเป็นการตรึงครั้งที่หกติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม มือที่มั่นคงนี้กำลังปกปิดการเปลี่ยนทิศทางภายในครั้งสำคัญ การคาดการณ์เศรษฐกิจมหภาคของคณะทำงาน ECB ในเดือนมีนาคมได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปของ HICP (ดัชนีราคาผู้บริโภคที่สอดคล้องกัน) ในปี 2026 เป็น 2.6% เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการคาดการณ์ก่อนสงครามในเดือนธันวาคม 2025 ที่ 1.9%
ธนาคารกลางระบุอย่างชัดเจนถึงสาเหตุ: สงครามจะ "ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเงินเฟ้อในระยะใกล้" ผ่านราคาพลังงานที่สูงขึ้น
ตัวเลขคาดการณ์หลักของ ECB (มีนาคม 2026):
แนวโน้มการเติบโตถูกปรับลดลง เนื่องจากแรงกระแทกด้านพลังงานก่อให้เกิดความเสี่ยงขาลงที่ชัดเจนต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในยูโรโซน แม้จะมีการตรึงดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการ แต่ตลาดการเงินไม่ได้รออีกต่อไป พวกเขาเริ่มคาดการณ์ราคาว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหนึ่งถึงสองครั้งในระหว่างปี 2026 ท่ามกลางความกลัวเงินเฟ้อที่กลับมาอีกครั้ง
ประธาน Bundesbank โยอาคิม นาเกล (Joachim Nagel) ได้เสริมด้วยเสียงอันแข็งกร้าว โดยเตือนว่าอัตราดอกเบี้ย "อาจสูงขึ้นได้หากแนวโน้มไม่ดีขึ้น"
ในตอนนี้ ECB กำลังพยายามมองข้ามสิ่งที่หวังว่าจะเป็นแรงกระแทกชั่วคราว แต่ความน่าเชื่อถือของจุดยืนนั้นขึ้นอยู่กับว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดกั้นนานแค่ไหน
เยอรมนี ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยูโรโซน กำลังรู้สึกถึงแรงกระแทกด้านพลังงานอย่างรุนแรง Bundesbank ไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของตนเอง แต่การคาดการณ์ในเดือนมิถุนายน 2026 ของพวกเขาได้วาดภาพที่น่าหนักใจ เงินเฟ้อ HICP สำหรับเยอรมนีถูกปรับเป็น 2.9% สำหรับปี 2026 เกือบสองเท่าของการคาดการณ์ก่อนสงครามที่ 1.5% สถาบันวิจัยอิสระได้ไปไกลกว่านั้น: สถาบันวิจัย KfW คาดการณ์ CPI เยอรมนีที่ 3.1% โดยค่าเฉลี่ยของยูโรโซนอยู่ที่ 3.0%
ภาพรวมที่ปรับปรุงของเยอรมนี:
ความเสียหายทางเศรษฐกิจปรากฏให้เห็นแล้ว กระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนีอ้างถึงสงครามอย่างชัดเจนว่าเป็นสาเหตุของการปรับลดการคาดการณ์การเติบโตลงครึ่งหนึ่ง และรัฐบาลผสมได้ประกาศแพ็คเกจลดหย่อนภาษีสำหรับน้ำมันเบนซินและดีเซลมูลค่าประมาณ 1 พันล้านยูโร เพื่อบรรเทาผลกระทบ อย่างไรก็ตาม แม้แต่การสนับสนุนทางการคลังนั้นก็ดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแรงกระแทกของราคาพลังงานที่ดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นเกือบ 73%
อิตาลีซึ่งพึ่งพาพลังงานนำเข้าเป็นอย่างมาก กำลังเผชิญความเสี่ยงเป็นพิเศษ การคาดการณ์ในเดือนเมษายน 2026 ของ Banca d'Italia ระบุว่าเงินเฟ้อ HICP จะอยู่ที่ 2.6% สำหรับปีนี้ ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนสงครามถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์เต็ม โดยจะกลับมาที่ต่ำกว่าเป้าหมาย 2.0% ในปี 2027 และ 2028 ธนาคารแห่งอิตาลียังได้จัดทำสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งเงินเฟ้ออาจเกิน 4% ในปี 2026-2027 หากแรงกระแทกด้านพลังงานยังคงอยู่
แนวโน้มที่อัปเดตของอิตาลี:
ในการปราศรัยครั้งล่าสุด ผู้ว่าการปาเน็ตตา (Panetta) ได้บรรยายถึงความขัดแย้งว่าเป็น "การเผชิญหน้าทางทหารในวงกว้าง" ที่เกือบจะหยุดการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค เขาเตือนว่า แม้ว่าจะมีการหยุดยิงอย่างรวดเร็ว การกลับสู่ตลาดพลังงานที่มีระเบียบ "ก็ยังต้องใช้เวลาพอสมควร"
ธนาคารกลางเกาหลีใต้คงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะ 7 วัน ซึ่งเป็นดอกเบี้ยนโยบาย ไว้ที่ 2.50% ในการประชุมทั้งเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นการตรึงครั้งที่แปดติดต่อกัน แต่ภายใต้พื้นผิวนั้น คณะกรรมการนโยบายการเงินกำลังเปลี่ยนทิศทาง หลังจากการตรึงอย่างเป็นเอกฉันท์ในเดือนเมษายน การประชุมเดือนพฤษภาคมเผยให้เห็นการแบ่งเสียงแบบสายเหยี่ยวที่ 5–2 เสียง โดยสมาชิกสองคนลงคะแนนให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยทันที
ตัวเลขที่เปลี่ยนไปของเกาหลีใต้:
ผู้ว่าการที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ชิน ฮยอน ซอง (Shin Hyun Song) ได้เปลี่ยนท่าทีจากความระมัดระวังของอดีตผู้ว่าการอย่างเด็ดขาด โดยส่งสัญญาณว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น "ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า" เนื่องจากการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นและเงินเฟ้อที่สูงขึ้น การอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วของเงินวอนเกาหลี ซึ่งเป็นการเพิ่มเงินเฟ้อนำเข้าซ้อนทับกับแรงกระแทกด้านพลังงาน ยิ่งทำให้พื้นที่ในการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางแคบลง
บราซิลเป็นธนาคารกลางเดียวในกลุ่มนี้ที่ยังคงลดอัตราดอกเบี้ย แต่วัฏจักรการผ่อนคลายทางการเงินกำลังมีความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (Copom) ลดอัตราดอกเบี้ย Selic ลง 0.25% เป็น 14.50% ในการประชุมวันที่ 29 เมษายน ซึ่งเป็นการลดลงเป็นครั้งที่สองติดต่อกันในขนาดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์เงินเฟ้อในขณะนี้สูงกว่าเป้าหมาย 3.0% และเพดานความอดทนที่ 4.50%
สัญญาณที่ขัดแย้งกันของบราซิล:
ผู้อำนวยการนโยบายการเงิน นิลตัน ดาวิด (Nilton David) ยอมรับในเดือนมีนาคมว่า ธนาคารกลาง "ไม่สามารถเพิกเฉย" ต่อผลพวงของสงครามอิหร่านได้ และเส้นทางอัตราดอกเบี้ย "อาจเปลี่ยนแปลง" ขึ้นอยู่กับการวิวัฒน์ของแรงกระแทก รายงานการประชุมของ Copom ในเดือนพฤษภาคมเผยให้เห็นว่า ได้มีการพิจารณาจุดยืนที่เข้มงวดขึ้น โดยเตือนว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจบังคับให้ชะลอหรือหยุดวัฏจักรการผ่อนคลาย
ในตอนนี้ ธนาคารกำลังพยายามดำเนินนโยบายที่สมดุล โดยเสนอการบรรเทาด้านดอกเบี้ยอย่างระมัดระวัง ในขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อยังคงเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมาย
ความขัดแย้งในอิหร่านได้สร้างแรงกระแทกของราคาพลังงานที่รุนแรงและสอดคล้องกัน ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อราคาผู้บริโภคและการคาดการณ์การเติบโตในทุกด้าน ECB กำลังตรึงดอกเบี้ย แต่กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากตลาดที่เพิ่มขึ้นให้ขึ้นดอกเบี้ย ธนาคารกลางเกาหลีใต้กำลังส่งสัญญาณการเปลี่ยนทิศทางแล้ว บราซิลยังคงลดดอกเบี้ย แต่ก็ทำเช่นนั้นในขณะที่เงินเฟ้อสูงกว่าเพดานเป้าหมายอย่างมาก จุดร่วมที่เหมือนกันคือความไม่แน่นอน: การคาดการณ์ปัจจุบันของธนาคารกลางทุกแห่งล้วนตั้งอยู่บนเงื่อนไขอย่างชัดเจนว่าการหยุดชะงักของพลังงานจะดำเนินไปนานแค่ไหน ตราบใดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดอย่างมีประสิทธิภาพ ช่องว่างระหว่างนโยบายอัตราดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการกับเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริงก็จะยังคงกว้างขึ้นต่อไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ECB, ธนาคารกลางเกาหลีใต้ และธนาคารกลางบราซิล ต่างตรึงดอกเบี้ยในปี 2026 แต่ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นแรง เยอรมนีคาดเงินเฟ้อ 2.9% เกาหลีใต้ 2.7% และบราซิลทะลุเพดานเป้าหมายที่ 4.71%
ECB, ธนาคารกลางเกาหลีใต้ และธนาคารกลางบราซิล ต่างตรึงดอกเบี้ยในปี 2026 แต่ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นแรง เยอรมนีคาดเงินเฟ้อ 2.9% เกาหลีใต้ 2.7% และบราซิลทะลุเพดานเป้าหมายที่ 4.71% ยุโรปกำลังจับตาการขึ้นดอกเบี้ยหลังตรึงมา 6 ครั้งติด ขณะที่เกาหลีใต้เผยมติไม่เอกฉันท์ 5 2 เสียง เตรียมส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 'ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า'
ผลกระทบชัดเจน: เยอรมนีหั่นครึ่งคาดการณ์ GDP ปี 2026 เหลือ 0.5% อิตาลีเหลือ 0.5% และบราซิลยอมรับความขัดแย้งเพิ่ม 'ความเสี่ยงชั้นใหม่' ให้วัฏจักรการลดดอกเบี้ย