Satya Nadella ซีอีโอ Microsoft กล่าวในการแถลงผลประกอบการเดือนเมษายน 2026 ว่า GitHub กำลังเผชิญ “การเติบโตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งขับเคลื่อนโดยการแพร่หลายของการเขียนโค้ดแบบเอเจนต์” พร้อมระบุว่าบริษัทกำลังเร่งขยายระบบเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว
ก่อนหน้านั้น Vlad Fedorov ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ GitHub ก็ออกคำขอโทษต่อสาธารณะ โดยยอมรับว่าบริษัทประเมินความต้องการด้านกำลังรองรับต่ำเกินไป และช่วงเวลาการทำงานของระบบในเดือนเมษายนลดลงต่ำกว่า 85%
คำตอบอยู่ที่เวลาและกำลังรองรับที่มีอยู่จริงในขณะนั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนใจเชิงยุทธศาสตร์
ทีมโครงสร้างพื้นฐานของ GitHub เคยวางแผนเพิ่มขีดความสามารถของระบบ 10 เท่าในเดือนตุลาคม 2025 แต่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 กลับพบว่าจำเป็นต้องเพิ่มขึ้นถึง 30 เท่า เมื่อปริมาณการใช้งานพุ่งเร็วกว่าการขยายระบบ Microsoft จึงเลือกซื้อกำลังประมวลผลแบบสปอตจาก AWS เพื่อบรรเทาภาระเฉพาะหน้า
โฆษก Microsoft ยืนยันว่า GitHub ใช้ผู้ให้บริการคลาวด์หลายราย แต่ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นโดยตรงว่าเกี่ยวข้องกับ Amazon หรือไม่ พร้อมกล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่งของการพัฒนาแบบเอเจนต์ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงปลายปีที่แล้ว ได้ทดสอบขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานของเรา”
กล่าวอีกอย่างคือ Microsoft ต้องการพื้นที่หายใจให้ GitHub ในทันที ขณะที่การเพิ่มกำลังรองรับบน Azure หรือการย้ายระบบส่วนหลักยังต้องใช้เวลา การพึ่ง AWS จึงเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อไม่ให้เหตุขัดข้องลุกลาม ไม่ใช่การยกเลิกแผน Azure
Microsoft ซื้อ GitHub ด้วยมูลค่า 7,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2018 โดยมีเป้าหมายสำคัญประการหนึ่งคือการเชื่อม GitHub เข้ากับ Azure และเสริมการแข่งขันกับ AWS ในตลาดคลาวด์
อย่างไรก็ตาม การย้ายระบบเป็นโครงการหลายปีและยังไม่เสร็จสมบูรณ์
แผนเดิมคือย้าย GitHub ไปอยู่บน Azure ทั้งหมดภายในปี 2027 แต่เส้นกราฟการใช้งานจาก AI coding กลับพุ่งเร็วกว่ากำหนดการย้ายระบบ โครงสร้างพื้นฐานของ GitHub จึงยังต้องพึ่งศูนย์ข้อมูลรุ่นเดิมบางส่วน ซึ่งทำให้การขยายระบบอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดการใช้งานพุ่งสูงทำได้ยากขึ้น
การเพิ่มกำลังจาก AWS ยังบ่งชี้ว่า Azure อาจไม่มีทรัพยากรที่พร้อมใช้งานในภูมิภาคที่ต้องการ หรือไม่สามารถจัดสรรกำลังประมวลผลได้เร็วพอที่จะหยุดปัญหาในระยะสั้น สำหรับบริษัทที่วาง Azure ไว้เป็นปลายทางหลัก นี่ถือเป็นการยอมรับข้อจำกัดด้านปฏิบัติการที่มีนัยสำคัญ
นอกจากการเพิ่มกำลังจาก AWS แล้ว GitHub และ Microsoft ยังปรับแนวทางการดำเนินงานหลายด้านเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
การที่ Microsoft ต้องซื้อกำลังประมวลผลจาก AWS ไม่ได้หมายความว่า Microsoft กำลังทอดทิ้ง Azure สำหรับ GitHub แต่สะท้อนว่าอัตราการเติบโตของงานที่สร้างโดยเอเจนต์ AI แซงหน้าทั้งแผนขยายระบบและแผนย้ายศูนย์ข้อมูลที่วางไว้ก่อนหน้านี้
GitHub เคยถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับจังหวะการทำงานของมนุษย์ แต่วันนี้แพลตฟอร์มต้องรับมือกับซอฟต์แวร์ที่สามารถสร้างคอมมิตและส่งงานได้ตลอดเวลาในระดับมหาศาล โครงสร้างพื้นฐานจึงต้องถูกออกแบบใหม่ระหว่างที่บริการยังเปิดใช้งานอยู่
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ GitHub อาจเป็นสัญญาณเตือนสำหรับบริการนักพัฒนารายอื่นด้วยว่า ในยุค AI ความสามารถของโมเดลอาจพัฒนาเร็วกว่าเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และเครือข่ายที่ต้องรองรับผลลัพธ์จากโมเดลเหล่านั้น แม้แต่บริษัทเทคโนโลยีมูลค่าระดับล้านล้านดอลลาร์ก็ยังอาจต้องหันไปพึ่งคู่แข่ง เพื่อประคองระบบให้เดินหน้าต่อได้