เหตุผลสำคัญคือ
พูดง่าย ๆ คือ เทคโนโลยีอาจกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้บริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรม เช่น DHL แข็งแกร่งขึ้นด้วยซ้ำ
หัวใจสำคัญของมุมมองเชิงบวกครั้งนี้คือ DHL Express ซึ่งเป็นธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศแบบเร่งด่วนของบริษัท
ข้อมูลจากผลประกอบการ ไตรมาส 1 ปี 2026 แสดงให้เห็นว่า
นักวิเคราะห์มองว่าธุรกิจนี้น่าสนใจเพราะมีคุณสมบัติสำคัญหลายอย่าง เช่น
ด้วยเหตุนี้ DHL Express จึงถูกมองว่าเป็น แหล่งรายได้หลักที่ช่วยพยุงผลกำไรของบริษัท
แม้ Express จะโดดเด่น แต่ DHL ยังมีธุรกิจโลจิสติกส์หลายด้านที่ช่วยกระจายความเสี่ยง เช่น
ผลประกอบการล่าสุดแสดงว่า ธุรกิจ Supply Chain และ eCommerce ก็ช่วยหนุนรายได้ของกลุ่มเช่นกัน ทำให้บริษัทไม่ได้พึ่งพาแหล่งรายได้เพียงด้านเดียว
อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อมั่นในแนวโน้มระยะยาว คือการลงทุนด้านเทคโนโลยีของ DHL
ในเดือนพฤษภาคม 2026 บริษัทเปิดตัว ระบบระบุรายการสินค้าแบบ AI สำหรับการส่งพัสดุระหว่างประเทศ ซึ่งใช้เทคโนโลยี computer vision วิเคราะห์ภาพสินค้าที่ลูกค้าถ่ายด้วยสมาร์ตโฟน แล้วสร้างคำอธิบายสินค้าที่ถูกต้องตามข้อกำหนดศุลกากรโดยอัตโนมัติ
ขั้นตอนใช้งานคือ
เทคโนโลยีนี้ช่วย
ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทกำลังใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายโลจิสติกส์ มากกว่าจะถูกเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ไม่ได้เห็นตรงกันทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม 2026 บริษัทวิจัย Jefferies ได้ปรับลดคำแนะนำหุ้น DHL จาก Buy เป็น Hold และลดราคาเป้าหมายจาก €60 เหลือ €52
เหตุผลหลักคือ
ความแตกต่างนี้สะท้อนมุมมองสองแบบของตลาด
เมื่อดูจากนักวิเคราะห์หลายสำนักรวมกัน ภาพรวมยังค่อนข้าง ผสมระหว่างเชิงบวกและเป็นกลาง โดยค่าเฉลี่ยคำแนะนำยังอยู่ใกล้ระดับ “Hold”
ดังนั้นการอัปเกรดของ Deutsche Bank จึงถือเป็นสัญญาณสำคัญ เพราะสะท้อนความเชื่อว่า
ตลาดอาจกำลังประเมินความแข็งแกร่งของ DHL ต่ำเกินไป
การอัปเกรดหุ้น DHL เป็น Buy พร้อมราคาเป้าหมาย €56 ของ Deutsche Bank ตั้งอยู่บนแนวคิดหลักว่า ความกังวลของตลาดต่อภัยคุกคามใหม่ ๆ อาจมากเกินจริง
เมื่อพิจารณาจาก
DHL จึงยังถูกมองว่ามีความได้เปรียบเชิงแข่งขันในระยะยาว แม้โลกโลจิสติกส์จะกำลังเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีและการแข่งขันในอีคอมเมิร์ซที่เพิ่มขึ้นก็ตาม.