หน่วยงานกำกับดูแลตลาดจีนสั่ง Tesla ดำเนินการเรียกคืน 2 แคมเปญ ครอบคลุมรถประมาณ 5.72 ล้านรายการ โดย 2,740,642 คันต้องอัปเดตระบบตรวจจับความสนใจของคนขับผ่าน OTA และอีกราว 2.98 ล้านคันเกี่ยวข้องกับระบบเปิดประตูฉุกเฉิน [1]... การอัปเดตระบบช่วยขับขี่จะเพิ่มการติดตามสายตาด้วยกล้องภายในห้องโดยสาร เข้ามาทำงานร่วมกับการตรวจแร...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What prompted China’s State Administration for Market Regulation (SAMR) to order Tesla’s largest-ever recall in the country—covering 2,740,6. Article summary: SAMR’s action reflects two distinct safety concerns: insufficient driver-attention monitoring in Tesla’s Level 2 assistance system, and emergency door releases that occupants or rescuers may struggle to find when power i. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
หน่วยงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR) สั่ง Tesla ดำเนินการเรียกคืนรถ 2 แคมเปญ หลังพบความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบความสนใจของคนขับ และขั้นตอนการเปิดประตูเพื่อหนีออกจากรถในกรณีฉุกเฉิน
แคมเปญแรกครอบคลุมรถ Model 3 และ Model Y ที่ผลิตในจีนจำนวน 2,740,642 คัน ส่วนแคมเปญที่สองครอบคลุมรถที่ผลิตในจีนและรถนำเข้าประมาณ 2.98 ล้านคัน เมื่อนำตัวเลขมารวมกันจะได้ราว 5.72 ล้านรายการ อย่างไรก็ตาม รถบางคันอาจอยู่ในขอบเขตของทั้งสองแคมเปญ จึงไม่ควรตีความว่าเป็นจำนวนรถที่ไม่ซ้ำกันทั้งหมด
แคมเปญแรกครอบคลุม Model 3 และ Model Y ที่ผลิตในจีนระหว่างวันที่ 4 มีนาคม 2019 ถึง 7 ธันวาคม 2025 โดย Tesla จะใช้การอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA หรือการอัปเดตจากระยะไกล สำหรับรถที่ใช้ฟีเจอร์ช่วยขับขี่ระดับ 2
การอัปเดตจะเพิ่มการติดตามสายตาของคนขับผ่านกล้องภายในห้องโดยสาร ให้ทำงานร่วมกับระบบเดิมที่ตรวจจับแรงบิดหรือแรงต้านบนพวงมาลัย ระบบตรวจแรงบิดอาจบอกได้ว่าพวงมาลัยกำลังรับแรงต้าน แต่ไม่สามารถยืนยันได้อย่างน่าเชื่อถือว่าคนขับยังตื่นตัว กำลังมองถนน หรือพร้อมเข้าควบคุมรถเมื่อจำเป็น
ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานกำกับดูแลจึงมองว่าระบบป้องกันเดิมยังไม่เพียงพอที่จะจัดการความเสี่ยงจากการที่คนขับเสียสมาธิ ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้
ประเด็นสำคัญคือ ระบบช่วยขับขี่ระดับ 2 ยังให้คนขับเป็นผู้รับผิดชอบในการเฝ้าดูถนนและควบคุมรถ แม้ระบบจะช่วยบังคับเลี้ยวหรือทำงานบางส่วนแทนก็ตาม การใช้มือ น้ำหนัก หรือวัตถุอื่นกดหรือถ่วงพวงมาลัยอาจสร้างแรงต้านได้ แต่ไม่ได้แปลว่ามีคนกำลังติดตามสถานการณ์บนถนนอยู่จริง
แคมเปญที่สองครอบคลุมรถจำนวน 2,975,910 คัน ซึ่งรวมถึง Model 3, Model Y, Model S และ Model X ทั้งรถผลิตในจีนและรถนำเข้า โดยมีกำหนดเริ่มดำเนินการในวันที่ 25 กันยายน
ปัญหาอยู่ที่มือเปิดประตูฉุกเฉินแบบกลไกภายในห้องโดยสาร ซึ่งเป็นกลไกสำรองสำหรับเปิดประตูด้วยมือเมื่อระบบควบคุมประตูแบบไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ หลังเกิดการชนรุนแรงหรือระบบไฟฟ้าขัดข้อง ผู้โดยสารหรือผู้เข้าช่วยเหลืออาจมองหาและใช้งานกลไกดังกล่าวได้ยาก ส่งผลให้การหนีออกจากรถหรือนำผู้ประสบเหตุออกมาล่าช้า
แนวทางแก้ไขของ Tesla ประกอบด้วยการติดฉลากคำเตือน และการอัปเดต OTA ที่ออกแบบให้ลดกระจกลงหลังเกิดการชน ดังนั้น แคมเปญนี้ไม่ได้มุ่งเฉพาะมือจับประตูด้านนอกแบบเรียบเสมอตัวถังของ Tesla และไม่ได้จำกัดเฉพาะ Model 3, Model S และ Model X ที่นำเข้าเท่านั้น รายงานระบุว่าครอบคลุมทั้งรถผลิตในจีนและรถนำเข้า รวมถึง Model Y ด้วย
รายงานในเดือนมิถุนายนระบุว่า ผู้ขับ Tesla บางรายในจีนวางหัวพลาสติกขนาดเล็กหรือฟิกเกอร์บุคคลมีชื่อเสียงไว้ใกล้กระจกมองหลัง รวมถึงฟิกเกอร์ที่มีใบหน้าเลียนแบบดเวย์น จอห์นสัน เพื่อหลอกกล้องภายในรถที่ใช้ตรวจสอบความสนใจของคนขับ
กรณีดังกล่าวสะท้อนจุดอ่อนที่กว้างขึ้นของระบบตรวจจับด้วยกล้อง นั่นคือ หากกฎการตรวจจับถูกหลอกได้ง่าย กล้องอาจตีความวัตถุที่มีลักษณะคล้ายใบหน้าเป็นหลักฐานว่าคนขับกำลังให้ความสนใจอยู่
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันว่าการดัดแปลงด้วยฟิกเกอร์เหล่านี้เป็นสาเหตุอย่างเป็นทางการที่ทำให้ SAMR สั่งเรียกคืน การแก้ไขที่ระบุไว้ในเอกสารคือการผสานการติดตามสายตาเข้ากับระบบตรวจแรงบิดที่พวงมาลัย ไม่ใช่การใช้ฟิกเกอร์ดังกล่าวเป็นหลักฐานประกอบการตัดสินใจของหน่วยงานกำกับดูแล
ตัวเลขที่รายงานเป็นการดำเนินการ 2 แคมเปญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาคนละด้าน ไม่ใช่ข้อบกพร่องเดียวที่เกิดขึ้นกับ Tesla ทุกคันในจีน
เมื่อนำตัวเลขมาบวกกันจะได้ประมาณ 5.72 ล้านรายการ แต่เนื่องจากกลุ่มรถ Model 3 และ Model Y มีโอกาสอยู่ในทั้งสองแคมเปญ ตัวเลขดังกล่าวจึงไม่ใช่จำนวนรถคันละหนึ่งครั้งแบบไม่ซ้ำกันทั้งหมด ถึงอย่างนั้น การดำเนินการทั้งสองส่วนรวมกันก็ถือเป็นยอดเรียกคืน Tesla ครั้งใหญ่ที่สุดในจีนตามรายงานที่ระบุในแหล่งข้อมูลนี้
การเรียกคืนทั้งสองแคมเปญแก้ปัญหาความปลอดภัยคนละช่วงเวลา
การอัปเดตระบบตรวจจับคนขับมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังขณะเปิดใช้ระบบช่วยขับขี่ ส่วนแคมเปญมือเปิดประตูฉุกเฉินมุ่งรองรับสิ่งที่ผู้โดยสารหรือผู้ช่วยเหลืออาจต้องทำหลังเกิดการชน หรือเมื่อรถสูญเสียระบบไฟฟ้า
พูดให้เข้าใจง่าย การดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการอัปเดตซอฟต์แวร์ทั่วไปที่ไม่กระทบการใช้งาน แคมเปญหนึ่งเปลี่ยนวิธีที่รถตรวจสอบว่าคนขับกำลังให้ความสนใจกับถนนหรือไม่ ขณะที่อีกแคมเปญช่วยให้มองเห็นและระบุตำแหน่งขั้นตอนเปิดประตูฉุกเฉินได้ง่ายขึ้น พร้อมเสริมการทำงานของกระจกหลังเกิดการชน แนวทางแก้ไขที่เจ้าของรถแต่ละคันจะได้รับขึ้นอยู่กับว่ารถอยู่ในขอบเขตของแคมเปญใด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
หน่วยงานกำกับดูแลตลาดจีนสั่ง Tesla ดำเนินการเรียกคืน 2 แคมเปญ ครอบคลุมรถประมาณ 5.72 ล้านรายการ โดย 2,740,642 คันต้องอัปเดตระบบตรวจจับความสนใจของคนขับผ่าน OTA และอีกราว 2.98 ล้านคันเกี่ยวข้องกับระบบเปิดประตูฉุกเฉิน [1]...
หน่วยงานกำกับดูแลตลาดจีนสั่ง Tesla ดำเนินการเรียกคืน 2 แคมเปญ ครอบคลุมรถประมาณ 5.72 ล้านรายการ โดย 2,740,642 คันต้องอัปเดตระบบตรวจจับความสนใจของคนขับผ่าน OTA และอีกราว 2.98 ล้านคันเกี่ยวข้องกับระบบเปิดประตูฉุกเฉิน [1]... การอัปเดตระบบช่วยขับขี่จะเพิ่มการติดตามสายตาด้วยกล้องภายในห้องโดยสาร เข้ามาทำงานร่วมกับการตรวจแรงบิดที่พวงมาลัย เพราะแรงต้านที่พวงมาลัยเพียงอย่างเดียวไม่อาจยืนยันได้ว่าคนขับกำลังมองถนนและพร้อมเข้าควบคุมรถ [5]
แคมเปญประตูฉุกเฉินจะเริ่มวันที่ 25 กันยายน ครอบคลุม Model 3, Model Y, Model S และ Model X ทั้งรถผลิตในจีนและรถนำเข้า พร้อมติดฉลากคำเตือนและอัปเดตซอฟต์แวร์เพื่อช่วยลดกระจกหลังเกิดการชน [1][7][12]