DeepSeek แทนที่ราคาแบบ Flat Rate ด้วยระบบ Peak/Off Peak ตั้งแต่ 16 ส.ค. 2026 ส่งผลให้ราคา V4 Pro Output จาก $0.87 พุ่งเป็น $3.96 ต่อล้านโทเคนในช่วง Peak เพิ่มขึ้น 355% และ Cache hit Input เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 1,555% [1]...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What pricing changes did DeepSeek implement for its V4 API models on August 16, 2026, how does the new peak and off-peak tiered structure co. Article summary: **Pi Agent** led in both success rate (20/30) and cost efficiency ($0.028/task).. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา DeepSeek ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคา API ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในตลาด AI โดยเปลี่ยนจากอัตรา Flat Rate ต่อโทเคน มาเป็นระบบ Peak/Off-Peak ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 1,555% สำหรับโทเคนบางประเภท ในสัปดาห์เดียวกัน บริษัททดสอบอิสระ Composio เปิดเผยว่าโมเดล V4 Flash อันดับหนึ่งของ DeepSeek สามารถทำงาน Agent ในโลกจริงสำเร็จเพียง 53.8% จาก 8 ระบบ Orchestration ที่แตกต่างกัน เผยให้เห็นช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างคะแนน Leaderboard กับความน่าเชื่อถือในระบบ Production
สองเหตุการณ์นี้รวมกันบีบให้องค์กรต้องกลับมาทบทวนต้นทุนรวมและวุฒิภาวะของระบบ Orchestration ที่จำเป็นสำหรับการปรับใช้ DeepSeek V4 ในระดับ Enterprise
เริ่มตั้งแต่เวลา 16:00 UTC ของวันที่ 16 สิงหาคม 2026 DeepSeek ได้เปลี่ยนจากอัตรา Flat Rate เดียวมาเป็นระบบราคาแบบสองระดับสำหรับทั้ง V4-Flash และ V4-Pro ช่วง Peak คือเวลา 01:00–04:00 UTC และ 06:00–10:00 UTC (รวม 7 ชั่วโมงต่อวัน) ส่วนเวลาที่เหลือคือช่วง Off-Peak
ราคา Off-Peak จะถูกกว่าช่วง Peak ครึ่งหนึ่ง แต่ทุกรายการโทเคนยังคงมีราคาสูงกว่าราคา Flat Rate เดิม
| โมเดล | ประเภทโทเคน | ราคา Flat เดิม | Off-Peak (ใหม่) | Peak (ใหม่) | การเปลี่ยนแปลงที่มีผล |
|---|---|---|---|---|---|
| V4-Flash | Input (cache miss) | $0.14 | $0.21 | $0.42 | +50% Off-Peak, +200% Peak |
| V4-Flash | Input (cache hit) | $0.0028 | $0.007 | $0.014 | +150% Off-Peak, +400% Peak |
| V4-Flash | Output | $0.28 | $0.42 | $0.84 | +50% Off-Peak, +200% Peak |
| V4-Pro | Input (cache miss) | $0.435 | $0.99 | $1.98 | +128% Off-Peak, +355% Peak |
| V4-Pro | Input (cache hit) | $0.003625 | $0.03 | $0.06 | +728% Off-Peak, +1,555% Peak |
| V4-Pro | Output | $0.87 | $1.98 | $3.96 | +128% Off-Peak, +355% Peak |
ที่มาข้อมูลราคาจากตารางราคาที่เผยแพร่ของ DeepSeek และผู้ติดตามอิสระ
การเพิ่มขึ้นที่รุนแรงที่สุดคือ V4-Pro Cache-hit Input ซึ่งพุ่งจาก $0.003625 เป็น $0.06 ในช่วง Peak คิดเป็นเพิ่มขึ้นประมาณ 1,555% DeepSeek กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเพื่อจัดสรรทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และกระตุ้นให้ผู้ใช้จัดตารางงานที่ไม่เร่งด่วนในช่วง Off-Peak
ในเดือนสิงหาคม 2026 บริษัททดสอบอิสระ Composio ได้ประเมิน DeepSeek V4 Flash ผ่านระบบ Orchestration แบบ Agent จำนวน 8 ระบบ โดยใช้ 30 เวิร์กโฟลว์แบบหลายขั้นตอนที่จงใจให้ยาก ครอบคลุมเครื่องมือสด เช่น Gmail, GitHub, Slack และ Google Sheets แต่ละงานมีเวลาจำกัด 900 วินาที และทุกระบบ Harness ใช้เครื่องมือ Composio MCP ที่โฮสต์เดียวกัน
ผลลัพธ์โดยรวม: จากการรันทั้งหมด 240 ครั้ง มีเพียง 129 ครั้งที่สำเร็จ — คิดเป็นอัตราการผ่าน 53.8% มีเพียง 6 ใน 30 เวิร์กโฟลว์เท่านั้นที่ทุกระบบ Harness ทำสำเร็จ
| ระบบ | อัตราการผ่าน (จาก 30 งาน) | ต้นทุนต่องานที่สำเร็จ |
|---|---|---|
| Pi Agent | 20/30 (66.7%) | $0.028 |
| Prime Agent | ~15/24 (62.5% การรันที่ถูกต้อง) | $0.131 |
| OMP (Oh My Pi) | 17/30 (56.7%) | $0.103 |
| Claude Code | 16/30 (53.3%) | $0.195 |
| Codex | 16/30 (53.3%) | $0.081 |
| Deep Agents (LangChain) | 16/30 (53.3%) | $0.045 |
| Hermes Agent | 15/30 (50.0%) | $0.056 |
| OpenCode | 14/30 (46.7%) | $0.067 |
ข้อมูลจากผลการทดสอบที่เผยแพร่ของ Composio
Pi Agent ขึ้นนำทั้งในด้านอัตราความสำเร็จ (20/30) และต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ($0.028/งาน) แต่ละระบบ Harness ชนะในเมตริกที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นอัตราความสำเร็จ ต้นทุน หรือความเร็ว นั่นหมายความว่าการเลือกใช้ระบบ Orchestration มีความสำคัญไม่น้อยกว่าความสามารถของโมเดล
ช่องว่าง 20 จุดระหว่าง Harness ที่ดีที่สุดและแย่ที่สุด แสดงให้เห็นถึงความอ่อนไหวสูงต่อเฟรมเวิร์ก Agent การกำหนดค่าเครื่องมือ การแคช การลองซ้ำ และสแต็กของผู้ให้บริการ
การรวมกันของราคาที่สูงขึ้นและผลลัพธ์ในโลกจริงที่ไม่สม่ำเสมอได้เปลี่ยนมุมมองของนักวิเคราะห์ที่มีต่อความเหมาะสมของ DeepSeek V4 สำหรับองค์กร
VentureBeat ชี้ให้เห็นว่าโมเดล V4 Flash ตัวเดียวกันให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับระบบ Harness, Tooling และสแต็กการแคช ซึ่งบ่งบอกว่าองค์กรต้องลงทุนในวุฒิภาวะของระบบ Orchestration ควบคู่ไปกับการเลือกโมเดล Composio ตั้งข้อสังเกตว่าการเลือก Harness เพียงอย่างเดียวสามารถเปลี่ยนอัตราความสำเร็จได้ถึงสามงาน ต้นทุนต่างกันเกือบ 3 เท่า และความเร็วต่างกัน 2.2 เท่า
แม้แต่ในช่วง Off-Peak โทเคนทุกประเภทก็มีราคาแพงกว่าเดิม นักวิเคราะห์กล่าวว่าสิ่งนี้เปลี่ยนการคำนวณ ROI สำหรับงาน Agent ที่มีปริมาณมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Agent ฝ่ายบริการลูกค้าและไปป์ไลน์สร้างโค้ดที่ก่อนหน้านี้พึ่งพาราคาที่ต่ำมากของ DeepSeek
คะแนน Benchmark อย่างเป็นทางการของ DeepSeek (82.7 บน Terminal-Bench 2.1, 70.3 บน Toolathlon-Verified) ดูดีมาก แต่อัตราการผ่านในโลกจริงที่ 53.8% เป็นเครื่องเตือนใจว่าคะแนน Leaderboard ไม่ได้รับประกันความน่าเชื่อถือในสภาพแวดล้อม Production ที่มี API จริง, Rate Limits และ Workflows ที่มีสถานะ
การใช้ API จะมีเส้นทางข้อมูลผ่านเซิร์ฟเวอร์ในจีน สร้างความท้าทายในการปฏิบัติตามข้อกำหนดสำหรับองค์กรที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล นักวิเคราะห์แนะนำให้วางแผนสถาปัตยกรรมอย่างระมัดระวังสำหรับการกำกับดูแลข้อมูล การตรวจสอบย้อนกลับ และการควบคุมสิทธิ์ของเครื่องมือ สำหรับอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบ การโฮสต์ Open Weights ด้วยตนเองยังคงเป็นเส้นทางเดียวที่可行
กรอบการทำงานระดับองค์กรของ BayTech Consulting แนะนำ DeepSeek V4 สำหรับงานสรุปเอกสารที่ไม่ละเอียดอ่อน การสร้างโค้ดบน Repository แบบเปิด และการร่างเนื้อหาปริมาณมาก แต่เรียกร้องให้มีการประเมินอย่างเข้มงวดในแต่ละงานก่อนนำไปใช้ในระบบ Production
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
DeepSeek แทนที่ราคาแบบ Flat Rate ด้วยระบบ Peak/Off Peak ตั้งแต่ 16 ส.ค. 2026 ส่งผลให้ราคา V4 Pro Output จาก $0.87 พุ่งเป็น $3.96 ต่อล้านโทเคนในช่วง Peak เพิ่มขึ้น 355% และ Cache hit Input เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 1,555% [1]...
DeepSeek แทนที่ราคาแบบ Flat Rate ด้วยระบบ Peak/Off Peak ตั้งแต่ 16 ส.ค. 2026 ส่งผลให้ราคา V4 Pro Output จาก $0.87 พุ่งเป็น $3.96 ต่อล้านโทเคนในช่วง Peak เพิ่มขึ้น 355% และ Cache hit Input เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 1,555% [1]... Composio ทดสอบ V4 Flash ใน 30 งาน Agent จริงข้าม 8 Harness พบว่าผ่านเฉลี่ยเพียง 53.8% โดย Harness ที่ดีที่สุดทำได้ 66.7% แย่ที่สุด 46.7% แสดงถึงช่องว่างมหาศาลระหว่างคะแนน Benchmark กับประสิทธิภาพในโลกจริง [17][21][23]
นักวิเคราะห์ชี้ องค์กรต้องลงทุนใน Orchestration และเลือกใช้โมเดลแบบงานต่องาน (Workload by Workload) โดยเฉพาะงานที่ไม่ไวต่อข้อมูล ส่วนงานสำคัญควรทำ Self Hosted เพื่อควบคุมข้อมูล [34][36][46]