เกมจะมีทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่นพิเศษ Dagdan Collection ซึ่งมาพร้อมกล่องเหล็ก อาร์ตบุ๊ก การ์ดภาพตัวละคร และแผนที่ Dagda นี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งหมดที่ได้รับการยืนยันในตอนนี้ ตั้งแต่เรื่องราว ระบบต่อสู้ คลาส ไปจนถึงกิจกรรมนอกสนามรบและสื่อที่เกี่ยวข้อง
เรื่องราวเกิดขึ้นใน จักรวรรดิ Dagdan ดินแดนที่กำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุดภายใต้การปกครองของเหล่าเทพ นักรบจากทั่วจักรวรรดิเดินทางมายัง Dagsion เมืองหลวง เพื่อเข้าร่วม Heroic Games การแข่งขันต่อสู้ครั้งใหญ่ที่ผู้ชนะจะได้รับสิทธิ์ขอพรหนึ่งประการ
ผู้เข้าแข่งขันหลักมี 4 คน และแต่ละคนต่างมีเป้าหมายของตัวเอง ได้แก่
เนื้อเรื่องใช้โครงสร้างแบบ สองช่วงเวลา โดยหลังการแข่งขัน Heroic Games จบลง เรื่องราวจะกระโดดไปข้างหน้า 5 ปี เมื่อเทพปีศาจ Balor ฟื้นคืนชีพและนำพาเหล่าฮีโร่ทั้งสี่เข้าสู่วิกฤตครั้งใหม่ ผู้เล่นยังสามารถเดินเรื่องของตัวละครทั้งสี่ไปพร้อมกันได้ แทนที่จะต้องเลือกเล่นเพียงเส้นทางเดียว
การต่อสู้ยังคงเป็นเกมวางแผนแบบผลัดตาเดินบนแผนที่ช่องตาราง อาวุธหลักที่คุ้นเคยจากซีรีส์กลับมาอีกครั้ง ทั้งดาบ หอก ขวาน ธนู สนับมือ และเวทมนตร์ พร้อมอาวุธใหม่อย่าง สนับมือรูปแบบอาวุธปืน
ระบบการโจมตีพิเศษแบ่งออกเป็น 2 ประเภทที่ทำให้ทุกการตัดสินใจมีความเสี่ยงมากขึ้น
Blaze Arts เชื่อมโยงกับ เกจ Blaze ที่สะสมระหว่างการต่อสู้ และใช้ปลดล็อกความสามารถระดับใหญ่ขึ้น หากยูนิตพ่ายแพ้ ผู้เล่นสามารถ ย้อนเวลากลับไปยังเทิร์นก่อนหน้า เพื่อแก้ไขการตัดสินใจ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มฉากต่อสู้ใหม่ทั้งหมด
ระบบคลาสแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ คลาสเริ่มต้น 5 คลาส คลาสระดับกลาง 10 คลาส และคลาสขั้นสูง 7 คลาส นอกจากนี้ ตัวละครเดียวกันยังสามารถมีคลาสย่อยให้เลือกแตกแขนงได้
คลาสใหม่ที่น่าสนใจประกอบด้วย Flying Ornius Rider นักรบที่ขี่สิ่งมีชีวิตคล้ายนกขนาดใหญ่ และ Cataphract ทหารม้าหุ้มเกราะหนัก ภาพโปรโมตบางส่วนยังเผยให้เห็นคลาส นักขี่ช้าง ด้วย ขณะเดียวกัน คลาสที่แฟนซีรีส์คุ้นเคยอย่าง Swordmaster, Paladin และ Mage ก็กลับมาเช่นกัน โดยยืนยันแล้วว่าการลงจากพาหนะเป็นหนึ่งในกลไกของเกม
ระหว่างการแข่งขัน ผู้เล่นจะได้สำรวจ Dagsion อย่างอิสระ ระบบกิจกรรมนอกสนามรบได้รับอิทธิพลจากการบริหารเวลาในเกมแนว Persona อย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่ทำได้ในเมือง ได้แก่
เมื่อออกนอกกำแพงเมือง แผนที่โลกจะเดินหน้าไปตามทุกการเคลื่อนไหวของผู้เล่น ระหว่างทางสามารถแวะเมืองต่าง ๆ ต่อสู้ในศึก Skirmish และสำรวจ ดันเจียน ซึ่งสลับจากการเคลื่อนที่แบบเรียลไทม์ไปสู่การต่อสู้แบบผลัดตาเดินบนช่องตารางเมื่อพบศัตรู
Nintendo และทีมงานยังเตรียมสื่อที่เกี่ยวข้องกับเกมไว้อีกหลายรายการ
ด้วยโครงเรื่องที่แบ่งเป็นสองยุค ระบบต่อสู้ที่ให้ผู้เล่นแลกพลังชีวิตกับความได้เปรียบ และเมืองศูนย์กลางที่มีกิจกรรมให้จัดการระหว่างภารกิจ Fire Emblem: Fortune’s Weave จึงดูเป็นภาคที่พยายามขยายทั้งด้านกลยุทธ์และการใช้ชีวิตนอกสนามรบไปพร้อมกัน ผู้เล่น Nintendo Switch 2 จะได้พิสูจน์ชะตาของเหล่าฮีโร่ในวันที่ 17 กันยายนนี้