การประกาศนี้เกิดขึ้น ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังการประชุมสุดยอดทรัมป์–สี ที่ปักกิ่ง ซึ่งการควบคุมห่วงโซ่อุปทานเฟนทานิลเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือระหว่างสองประเทศ
รายงานข่าวยืนยันว่า
อย่างไรก็ตาม รายงานสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการประกาศนโยบายครั้งนี้ ไม่ได้เปิดเผยชื่อสารเคมีเหล่านั้น ทำให้ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าสารประกอบใดได้รับผลกระทบจากมาตรการล่าสุดนี้
สหรัฐเรียกร้องให้จีนเข้มงวดกับสารตั้งต้นทางเคมีมาหลายปี เนื่องจากกลุ่มค้ายาใช้สารเหล่านี้ในการผลิตเฟนทานิลและโอปิออยด์สังเคราะห์อื่น ๆ ในห้องปฏิบัติการลับ ก่อนลักลอบนำเข้าสู่ตลาดมืดผ่านเครือข่ายระหว่างประเทศ
เฟนทานิลมีฤทธิ์แรงมาก และกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในสหรัฐจำนวนมาก รัฐบาลวอชิงตันจึงให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสกัดห่วงโซ่อุปทานของสารดังกล่าว
นอกจากนี้ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐยังดำเนินคดีต่อบริษัทเคมีและผู้เกี่ยวข้องในต่างประเทศที่ถูกกล่าวหาว่าจัดหาสารตั้งต้นให้เครือข่ายค้ายา ซึ่งเพิ่มแรงกดดันให้มีการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น
มาตรการล่าสุดของจีนไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการควบคุมที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เช่น
มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อลดการเข้าถึงวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตโอปิออยด์สังเคราะห์ผิดกฎหมาย
ความร่วมมือด้านการปราบปรามเฟนทานิลมักเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างสองประเทศ ซึ่งรวมถึงประเด็นการค้าและความมั่นคง
นักวิเคราะห์มองว่า ในหลายช่วงที่ผ่านมา จีนตอบสนองต่อแรงกดดันจากสหรัฐด้วยมาตรการควบคุมสารตั้งต้นเฟนทานิล ทำให้ประเด็นยาเสพติดกลายเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาบ่อยครั้งในการเจรจาระหว่างสองประเทศ
การเพิ่มข้อจำกัดการส่งออกครั้งล่าสุดสะท้อนความพยายามอย่างต่อเนื่องของจีนในการควบคุมสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเฟนทานิล โดยการเพิ่มสารตั้งต้น 3 ชนิดในบัญชีควบคุม และเตือนบริษัทเกี่ยวกับสารอีก 8 ชนิด ปักกิ่งส่งสัญญาณถึงความร่วมมือกับประเทศในอเมริกาเหนือในการควบคุมห่วงโซ่ยาเสพติดสังเคราะห์
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่ามาตรการเหล่านี้จะลดการไหลเวียนของเฟนทานิลผิดกฎหมายได้มากเพียงใด แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า วิกฤตโอปิออยด์ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญทั้งในด้านความร่วมมือด้านกฎหมาย และความตึงเครียดทางการทูตระหว่างสหรัฐและจีน
Comments
0 comments