การอัปเดตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของ Google ที่จะช่วยครอบครัวสอนนิสัยทางการเงินที่ดีในโลกที่ไร้เงินสดมากขึ้น โดยให้พ่อแม่ยังคงควบคุมได้เต็มที่
พ่อแม่จัดการยอดเงินของลูกทั้งหมดผ่าน Family Link เครื่องมือควบคุมของผู้ปกครองที่มีอยู่แล้วของ Google การควบคุมประกอบด้วย:
ที่สำคัญ ยอดเงินนี้ใช้ได้เฉพาะ การชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัสในร้านค้าเท่านั้น การซื้อออนไลน์และในแอปถูกบล็อคทั้งหมด และเด็กไม่สามารถถอนเงินสดได้
เด็กสามารถแตะจ่ายที่ร้านค้าที่รับ Google Pay ได้ทุกที่ อุปกรณ์ที่รองรับประกอบด้วย:
ไม่ต้องมีบัญชีธนาคารสำหรับเด็ก และยอดเงินไม่ได้เชื่อมต่อกับบัตรเดบิตหรือเครดิต การยืนยันตัวตนการชำระเงินต้องใช้ PIN, รหัสผ่าน, ลายนิ้วมือ หรือสแกนใบหน้าของอุปกรณ์
ฟีเจอร์นี้ กำลังเปิดตัวตอนนี้ในสหรัฐอเมริกา ยังไม่มีแผนเปิดให้บริการต่างประเทศ
บริการนี้ ฟรี — ไม่มีค่าสมาชิกรายเดือน ต่างจากบริการคู่แข่ง
ฟีเจอร์ใหม่ของ Google Wallet แข่งขันโดยตรงกับ Apple Cash Family (สำหรับผู้ใช้ iOS) และแอปธนาคารสำหรับเด็กแบบสมัครสมาชิกอย่าง Greenlight และ FamZoo
จุดแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดคือ ราคา: เวอร์ชันของ Google ฟรีและสร้างไว้ใน Android และ Wear OS ตั้งแต่ต้น ตัดราคาบริการแบบสมัครสมาชิกอย่าง Greenlight และ FamZoo อย่างไรก็ตาม ยังขาดฟีเจอร์ติดตามงานบ้าน เป้าหมายการออม และการลงทุนที่ Greenlight มี
เมื่อเทียบกับ Apple Cash Family แล้ว เวอร์ชันของ Google ทำงานบน Android และ Wear OS แทนที่จะเป็นระบบนิเวศของ Apple
ฟีเจอร์เดือนสิงหาคม 2026 นี้ต่อยอดจาก การอัปเดตก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคมและตุลาคม 2025 ซึ่งอนุญาตให้พ่อแม่ในบางประเทศให้ลูกเพิ่มบัตรเครดิต/เดบิตและพาสดิจิทัลลงใน Google Wallet ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองผ่าน Family Link การเปิดตัวครั้งแรกครอบคลุมสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย สเปน โปแลนด์ และอีกหลายประเทศ
การอัปเดตเดือนสิงหาคม 2026 เพิ่มความสามารถ ยอดเงินคงเหลือที่เติมได้ ซึ่งหมายความว่าเด็กไม่ต้องมีบัตรเพิ่มในบัญชีอีกต่อไป พ่อแม่สามารถโอนเงินเข้าไปในยอดเงินที่กำหนดโดยตรง