หลักฐานหลายชุด — ทั้งภาพถ่ายดาวเทียม, ข้อมูลการขนส่งทางรถไฟ และรายงานสรุปข่าวกรองสหรัฐฯ — ยืนยันตรงกันว่าเบลารุสกำลังทำหน้าที่เป็น 'ส่วนขยายทางทหาร' ของรัสเซีย [7] การประจำการขีปนาวุธนิวเคลียร์ 'โอเรชนิก' ที่สนามบินครีเชฟ 6 และการซ้อมรบนิวเคลียร์ร่วมกับรัสเซียที่ใช้กำลังพลมากถึง 64,000 นาย เป็นเครื่องยืนยันถึงการยกร...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What new evidence links Russia's missile base in Belarus to an escalating military threat against Ukraine, including the deployment of nucle. Article summary: ## New Evidence of Russia's Escalating Military Threat via Belarus. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Nuclear-tipped Iskander missiles deployed in Belarus: while Russia loses its army on the front lines The Gaze 67800 subscribers 80 likes 956 views 25 May 2026 While official Beijin" source context "Nuclear-tipped Iskander missiles deployed in Belarus: while Russia loses its army on the front lines" Reference image 2: visual subject "# Russia says "nuclear munitions," missile tests part of military drills with Belarus, as Ukraine ups security. *Kyiv* — Ukraine is i
ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ภาพที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากรายงานข่าวกรอง ภาพถ่ายดาวเทียม และข้อมูลดักฟังของฝ่ายต่อต้าน กำลังเผยให้เห็นว่า เบลารุสไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับรวมพลอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นฐานปฏิบัติการแนวหน้าสำหรับคลังอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซีย และเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจสงคราม
หลักฐานที่เปิดเผยใหม่ชี้ว่าเบลารุสได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งบางอย่างไปแล้ว รายงานสรุปข่าวกรองของสภาคองเกรสสหรัฐฯ ระบุว่าขณะนี้เบลารุสเป็นเสมือน "ส่วนขยายทางกายภาพของสถาปัตยกรรมทางทหารของรัสเซีย" การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎีอีกต่อไป มันกำลังเกิดขึ้นในสถานที่จริง ด้วยยุทโธปกรณ์จริง มีห่วงโซ่อุปทานเม็ดเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก
หลักฐานที่จับต้องได้และสำคัญที่สุดคือการยืนยันการประจำการของ ระบบขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลาง โอเรชนิก (Oreshnik) ที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ โดยถูกติดตามไปยังฐานทัพแห่งใหม่ที่สร้างขึ้นเฉพาะ นั่นคืออดีตสนามบินทหาร ครีเชฟ-6 (Krychev-6)
สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่ในภูมิภาคโมกิเลฟ (Mogilev) ทางตะวันออกของเบลารุส ห่างจากชายแดนรัสเซียเพียง 4 กิโลเมตร ทางการระบุว่าเป็นแค่ "ศูนย์โลจิสติกส์" ทว่ากลุ่มพันธมิตรผู้ต่อต้านรัฐบาลเบลารุสและชุมชนคนงานรถไฟเบลารุสได้บันทึกหลักฐานที่แตกต่างออกไป โดยการติดตามข้อมูลขนส่งทางราง พวกเขายืนยันว่าชิ้นส่วนของระบบโอเรชนิกถูกส่งไปและประจำการอยู่ที่สถานที่ดังกล่าว และไม่มีการบันทึกการขนส่งกลับออกมาเลยจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2026
ภาพถ่ายดาวเทียมยิ่งตอกย้ำหลักฐานนี้ การวิเคราะห์ภาพจาก Planet Labs ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เผยให้เห็นว่ามี ป้อมระบบป้องกันภัยทางอากาศและสงครามอิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อยหกจุด ล้อมรอบสนามบินเก่า ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าสถานที่แห่งนี้กำลังถูกปกป้องสำหรับทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง การประจำการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ โดยอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุสเคยกล่าวว่าจะมีระบบขีปนาวุธดังกล่าวมากถึง 10 ระบบ ประจำการในประเทศ
รัสเซียประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2025 ว่าโอเรชนิกได้เข้าประจำการในเบลารุสแล้ว และสามารถโจมตีเป้าหมายได้ทั่วทั้งยุโรป
ฐานขีปนาวุธไม่ได้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 รัสเซียและเบลารุสเพิ่งเสร็จสิ้นการซ้อมรบนิวเคลียร์ร่วมครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นการผนวกเบลารุสเข้ากับระบบบัญชาการและควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ของมอสโกโดยตรง การซ้อมรบครั้งนี้มีขนาดมหึมา เกี่ยวข้องกับ กำลังพลประมาณ 64,000 นาย, เครื่องยิงขีปนาวุธกว่า 200 เครื่อง, อากาศยานมากกว่า 140 ลำ, และเรือดำน้ำ 13 ลำ
ที่สำคัญ การซ้อมรบนี้ไม่ใช่การจำลองสถานการณ์ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 รัสเซียได้ ส่งมอบหัวรบนิวเคลียร์ไปยังคลังเก็บภาคสนามในเบลารุส โดยเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก ซึ่งมอสโกระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นการส่งสัญญาณด้านนิวเคลียร์ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับ NATO จากสงครามในยูเครน การฝึกซ้อมครั้งนี้มีขึ้นเพื่อ "เตรียมความพร้อมและใช้อำนาจการยิงของกองกำลังนิวเคลียร์ ในกรณีที่มีการรุกราน" นับเป็นการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
พัฒนาการทางทหารทั้งหมดนี้ได้หลอมรวมกันเป็นความกังวลเร่งด่วนหนึ่งเดียว นั่นคือเบลารุสอาจทำหน้าที่เป็น "ฐานกระโดด" สำหรับการเปิดฉากโจมตีภาคพื้นดินโดยตรงเข้าสู่ตอนเหนือของยูเครนอีกครั้ง
ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2026 บทวิเคราะห์หลายสำนักกำลังเตือนถึงภัยคุกคามนี้ นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าการเสริมกำลังในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนภาพการเตรียมการก่อนการบุกในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ทั้งระบบโอเรชนิก, คลังเก็บหัวรบนิวเคลียร์ และเครือข่ายการป้องกันทางอากาศใหม่ กำลังสร้างเงื่อนไขสำหรับแกนการโจมตีครั้งใหม่ รายงานสรุปข่าวกรองของสหรัฐฯ สรุปว่า ขณะนี้เครมลินกำลังใช้เบลารุสเป็น "แพลตฟอร์มสำหรับเตรียมการล่วงหน้า, ตัวเปิดทางสำหรับการโจมตี, และพื้นที่สำหรับการส่งสัญญาณนิวเคลียร์แนวหน้า" อย่างมีประสิทธิภาพ
ภัยคุกคามทางทหารถูกขับเคลื่อนด้วยเครือข่ายอุตสาหกรรมทางทหารที่ฝังรากลึก ซึ่งเปลี่ยนเบลารุสให้เป็นเส้นชีวิตในการหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรของเครมลิน เพราะมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกเข้มงวดกับเบลารุสน้อยกว่ารัสเซีย ประเทศนี้จึงกลายเป็นท่อลำเลียงสำคัญสำหรับวัตถุดิบที่มอสโกต้องการใช้เพื่อยืดเยื้อสงคราม
รายงานสืบสวนจาก Belarusian Investigative Center (BIC) และ OCCRP ได้คำนวณปริมาณการไหลเวียนนี้ ข้อมูลการส่งออกแสดงให้เห็นว่า 58 บริษัทในเบลารุสขนส่งชิ้นส่วนทางทหารมูลค่าอย่างน้อย 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับผู้ผลิตอาวุธรัสเซีย ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 ถึงสิงหาคม 2025 มูลค่าการขนส่งในปี 2024 เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2022 บริษัทเหล่านี้จัดหาอุปกรณ์ออปติก, อุปกรณ์ยิงขีปนาวุธ, และโครงตัวถังติดล้อหนัก ให้กับโรงงานกลาโหมของรัสเซีย 41 แห่ง
นี่เป็นมากกว่าการจัดหาชิ้นส่วน นับตั้งแต่การบุกเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมทหารของเบลารุสได้ถูกผนวกรวมเข้ากับของรัสเซีย โดยขณะนี้ กว่า 80% ของบริษัทในเบลารุสมีส่วนร่วมในการผลิตตามคำสั่งซื้อด้านกลาโหมของรัฐรัสเซีย รัสเซียยังได้สร้างโรงงานผลิตโดรนขนาดใหญ่ในเบลารุส และบริษัทรัฐวิสาหกิจของเบลารุสก็ถูกจับได้ว่าจัดหาไมโครชิปและส่วนประกอบที่ผลิตในตะวันตกสำหรับการผลิตขีปนาวุธของรัสเซีย ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรโดยสิ้นเชิง
เพื่อเป็นการตอบโต้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปได้กำหนดเป้าหมายไปที่บุคคลและหน่วยงานในเบลารุสหลายราย ในข้อหาจัดหาสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use) และระบบอาวุธให้กับกองทัพรัสเซีย แต่เครือข่ายส่วนสำคัญที่ถูกระบุชื่อก็ยังคงดำเนินการต่อไปโดยไม่ได้รับผลกระทบจากการลงโทษของตะวันตก
หลักฐานทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าเบลารุสได้เปลี่ยนจากหุ้นส่วนที่เป็นพันธมิตรอย่างหลวมๆ ไปสู่องค์ประกอบสำคัญในท่าทีการสู้รบของรัสเซีย สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ISW) อธิบายกระบวนการนี้ว่าเป็น "การพิชิตอย่างเงียบ ๆ ของรัสเซีย" (Russia's Quiet Conquest) ซึ่งเครมลินได้กลืนกินและผนวกรวมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ, กำลังแรงงาน และผืนแผ่นดินของเบลารุสอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการในยูเครน การผสมผสานกันของระบบขีปนาวุธนิวเคลียร์ที่ถูกส่งไปประจำการแนวหน้า, การซ้อมรบนิวเคลียร์จริง, และการสร้างห่วงโซ่อุปทานทางทหารที่กันมาตรการคว่ำบาตรได้ ทำให้เบลารุสกลายเป็นองค์ประกอบศูนย์กลาง ไม่ใช่ส่วนประกอบรอบนอก ของภัยคุกคามที่บานปลายของรัสเซียต่อยูเครนและแนวปีกตะวันออกของ NATO
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
หลักฐานหลายชุด — ทั้งภาพถ่ายดาวเทียม, ข้อมูลการขนส่งทางรถไฟ และรายงานสรุปข่าวกรองสหรัฐฯ — ยืนยันตรงกันว่าเบลารุสกำลังทำหน้าที่เป็น 'ส่วนขยายทางทหาร' ของรัสเซีย [7]
หลักฐานหลายชุด — ทั้งภาพถ่ายดาวเทียม, ข้อมูลการขนส่งทางรถไฟ และรายงานสรุปข่าวกรองสหรัฐฯ — ยืนยันตรงกันว่าเบลารุสกำลังทำหน้าที่เป็น 'ส่วนขยายทางทหาร' ของรัสเซีย [7] การประจำการขีปนาวุธนิวเคลียร์ 'โอเรชนิก' ที่สนามบินครีเชฟ 6 และการซ้อมรบนิวเคลียร์ร่วมกับรัสเซียที่ใช้กำลังพลมากถึง 64,000 นาย เป็นเครื่องยืนยันถึงการยกระดับภัยคุกคามครั้งใหญ่ [17][18][37][38]
นอกจากนี้ 58 บริษัทในเบลารุสยังส่งออกชิ้นส่วนทางการทหารมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับรัสเซีย ซึ่งช่วยหล่อเลี้ยงเครื่องจักรสงครามและเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรได้เป็นผลสำเร็จ [3]