กระแสตอบรับเบื้องต้นก็ร้อนแรงเช่นกัน ตัวอย่างเต็มเรื่องแรกมียอดชม 121.4 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมง และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มการเปิดตัวตัวอย่างภาพยนตร์ที่มีผู้ชมสูงที่สุด
จุดขายสำคัญของ The Odyssey คือภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เพียงนำไปฉายในโรง IMAX แต่ถ่ายทำด้วยกล้องฟิล์ม IMAX ตลอดทั้งเรื่อง ถือเป็นภาพยนตร์เล่าเรื่องฟอร์มใหญ่จากฮอลลีวูดเรื่องแรกที่ใช้แนวทางนี้
โนแลนทำงานร่วมกับวิศวกรของ IMAX เพื่อพัฒนากล้องฟิล์มรุ่นใหม่ที่มีน้ำหนักเบาและเสียงเงียบลงสำหรับการถ่ายทำโดยเฉพาะ นั่นหมายความว่าภาพขนาดใหญ่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะฉากสงครามหรือท้องทะเลกว้างสุดสายตา แต่ครอบคลุมถึงฉากสนทนาที่ใกล้ชิดและช่วงเวลาที่เป็นส่วนตัวของตัวละครด้วย
การถ่ายทำหลักเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนสิงหาคม 2025 ในหลายพื้นที่ทั่วโลก ได้แก่ โมร็อกโก กรีซ โดยเฉพาะเมืองเมสซีเนียในคาบสมุทรเพโลพอนนีส อิตาลี สกอตแลนด์ ไอซ์แลนด์ ซาฮาราตะวันตก และมอลตา รวมถึงสตูดิโอในลอสแอนเจลิส ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่มีระบุกรอบเวลาหลายเดือนดังกล่าว ไม่ได้ยืนยันว่าการถ่ายทำใช้เวลาเพียง 91 วัน
Matt Damon รับบท โอดิสซีอุส กษัตริย์แห่งอิธาคาและวีรบุรุษผู้ต้องเดินทางกลับบ้านหลังสงครามเมืองทรอย ขณะที่ Anne Hathaway รับบท เพเนโลพี ภรรยาของเขา และ Tom Holland รับบท เทเลมาคัส บุตรชายของทั้งคู่
Zendaya รับบท เทพีอธีนา ส่วน Robert Pattinson ปรากฏตัวในภาพยนตร์ด้วยบทบาทที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ นักแสดงสมทบที่ร่วมเสริมทัพยังมี Himesh Patel ในบท Eurylochus, Charlize Theron, Lupita Nyong’o, Jon Bernthal, Benny Safdie และ John Leguizamo
Universal Pictures ปล่อยคลิปเบื้องหลังชุด “On the Set” ความยาวประมาณ 1 นาที 18 วินาทีถึง 1 นาที 30 วินาที ซึ่งเป็นภาพที่ชัดเจนที่สุดชุดหนึ่งของแนวทางและบรรยากาศในกองถ่าย
คลิปดังกล่าวเผยให้เห็นนักแสดงหลายคนในชุดเต็มรูปแบบตามสถานที่ถ่ายทำจริง พร้อมเน้นวิธีทำงานที่ให้ความสำคัญกับความสมจริงและการลงมือสร้างฉากจริง ซึ่งเป็นลายเซ็นของโนแลน แม้เรื่องราวจะประกอบด้วยเทพเจ้า สัตว์ประหลาด และท้องทะเลในโลกโบราณ
Tom Holland กล่าวว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ “แสดงให้เห็นคริสโตเฟอร์ โนแลนในช่วงที่ดีที่สุด” ขณะที่โนแลนเลือกพูดถึงการแสดงของ Zendaya ในบทอธีนาโดยเฉพาะ หลายสำนักมองว่าช่วงดังกล่าวเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของฟีเจอร์เบื้องหลัง
ในงาน CinemaCon ที่ลาสเวกัสเมื่อเดือนเมษายน 2026 โนแลนเปิดฉายฟุตเทจฉบับขยายซึ่งมีฉากสำคัญเกี่ยวกับ ม้าไม้เมืองทรอย
ม้าไม้ในฉากนี้เป็นสิ่งปลูกสร้างขนาดเต็มที่สร้างขึ้นจริง และถ่ายทำด้วยกล้อง IMAX ในสถานที่จริง ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ โนแลนบอกว่าฉากดังกล่าวถูกวางให้เป็น “แกนหลัก” ของช่วงเปิดเรื่อง เพื่อแสดงให้เห็นพลังทางกายภาพและขนาดของงานสร้าง
Jim Orr ประธานฝ่ายจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในประเทศของ Universal Pictures บรรยายฟุตเทจที่ได้ชมว่า “น่าตกตะลึง” การเปิดเผยครั้งนี้จึงช่วยวางความคาดหวังว่า แม้ The Odyssey จะเป็นแฟนตาซีจากเทพปกรณัม แต่ส่วนประกอบที่มหัศจรรย์ที่สุดก็จะถูกนำเสนอผ่านฉากและการแสดงที่มีน้ำหนักทางกายภาพแบบที่โนแลนถนัด
หลัง Oppenheimer โนแลนต้องการสร้าง The Odyssey ให้เป็น “มหากาพย์แอ็กชันในแบบตำนาน” ที่มีความหมายเข้าถึงผู้ชมได้ในวงกว้าง เขามองว่ารูปแบบ IMAX เหมาะเป็นพิเศษกับการถ่ายทอดเทพเจ้า สัตว์ประหลาด และทะเลกว้างใหญ่ในการเดินทางของโอดิสซีอุส
ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงถือเป็นแฟนตาซีมหากาพย์เต็มรูปแบบเรื่องแรกของโนแลน และเป็นครั้งแรกที่เขาหยิบตำนานโบราณมาเป็นรากฐานโดยตรง หากผลงานก่อนหน้านี้ของเขาเคยขยายขอบเขตของหนังสงคราม หนังไซไฟ และหนังชีวประวัติ The Odyssey กำลังจะเป็นบททดสอบครั้งใหม่ว่าแนวทางสมจริงของผู้กำกับจะพาเรื่องเล่าที่มีเทพเจ้าและสัตว์ประหลาดไปได้ไกลแค่ไหนบนจอภาพยนตร์ขนาดยักษ์
ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 โดย Universal Pictures และโปรโมตประสบการณ์การรับชมในระบบ IMAX เป็นหลัก
กระแสตอบรับเบื้องต้นก็ร้อนแรงเช่นกัน ตัวอย่างเต็มเรื่องแรกมียอดชม 121.4 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมง และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มการเปิดตัวตัวอย่างภาพยนตร์ที่มีผู้ชมสูงที่สุด
จุดขายสำคัญของ The Odyssey คือภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เพียงนำไปฉายในโรง IMAX แต่ถ่ายทำด้วยกล้องฟิล์ม IMAX ตลอดทั้งเรื่อง ถือเป็นภาพยนตร์เล่าเรื่องฟอร์มใหญ่จากฮอลลีวูดเรื่องแรกที่ใช้แนวทางนี้
โนแลนทำงานร่วมกับวิศวกรของ IMAX เพื่อพัฒนากล้องฟิล์มรุ่นใหม่ที่มีน้ำหนักเบาและเสียงเงียบลงสำหรับการถ่ายทำโดยเฉพาะ นั่นหมายความว่าภาพขนาดใหญ่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะฉากสงครามหรือท้องทะเลกว้างสุดสายตา แต่ครอบคลุมถึงฉากสนทนาที่ใกล้ชิดและช่วงเวลาที่เป็นส่วนตัวของตัวละครด้วย
การถ่ายทำหลักเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนสิงหาคม 2025 ในหลายพื้นที่ทั่วโลก ได้แก่ โมร็อกโก กรีซ โดยเฉพาะเมืองเมสซีเนียในคาบสมุทรเพโลพอนนีส อิตาลี สกอตแลนด์ ไอซ์แลนด์ ซาฮาราตะวันตก และมอลตา รวมถึงสตูดิโอในลอสแอนเจลิส ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่มีระบุกรอบเวลาหลายเดือนดังกล่าว ไม่ได้ยืนยันว่าการถ่ายทำใช้เวลาเพียง 91 วัน
Matt Damon รับบท โอดิสซีอุส กษัตริย์แห่งอิธาคาและวีรบุรุษผู้ต้องเดินทางกลับบ้านหลังสงครามเมืองทรอย ขณะที่ Anne Hathaway รับบท เพเนโลพี ภรรยาของเขา และ Tom Holland รับบท เทเลมาคัส บุตรชายของทั้งคู่
Zendaya รับบท เทพีอธีนา ส่วน Robert Pattinson ปรากฏตัวในภาพยนตร์ด้วยบทบาทที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ นักแสดงสมทบที่ร่วมเสริมทัพยังมี Himesh Patel ในบท Eurylochus, Charlize Theron, Lupita Nyong’o, Jon Bernthal, Benny Safdie และ John Leguizamo
Universal Pictures ปล่อยคลิปเบื้องหลังชุด “On the Set” ความยาวประมาณ 1 นาที 18 วินาทีถึง 1 นาที 30 วินาที ซึ่งเป็นภาพที่ชัดเจนที่สุดชุดหนึ่งของแนวทางและบรรยากาศในกองถ่าย
คลิปดังกล่าวเผยให้เห็นนักแสดงหลายคนในชุดเต็มรูปแบบตามสถานที่ถ่ายทำจริง พร้อมเน้นวิธีทำงานที่ให้ความสำคัญกับความสมจริงและการลงมือสร้างฉากจริง ซึ่งเป็นลายเซ็นของโนแลน แม้เรื่องราวจะประกอบด้วยเทพเจ้า สัตว์ประหลาด และท้องทะเลในโลกโบราณ
Tom Holland กล่าวว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ “แสดงให้เห็นคริสโตเฟอร์ โนแลนในช่วงที่ดีที่สุด” ขณะที่โนแลนเลือกพูดถึงการแสดงของ Zendaya ในบทอธีนาโดยเฉพาะ หลายสำนักมองว่าช่วงดังกล่าวเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของฟีเจอร์เบื้องหลัง
ในงาน CinemaCon ที่ลาสเวกัสเมื่อเดือนเมษายน 2026 โนแลนเปิดฉายฟุตเทจฉบับขยายซึ่งมีฉากสำคัญเกี่ยวกับ ม้าไม้เมืองทรอย
ม้าไม้ในฉากนี้เป็นสิ่งปลูกสร้างขนาดเต็มที่สร้างขึ้นจริง และถ่ายทำด้วยกล้อง IMAX ในสถานที่จริง ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ โนแลนบอกว่าฉากดังกล่าวถูกวางให้เป็น “แกนหลัก” ของช่วงเปิดเรื่อง เพื่อแสดงให้เห็นพลังทางกายภาพและขนาดของงานสร้าง
Jim Orr ประธานฝ่ายจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในประเทศของ Universal Pictures บรรยายฟุตเทจที่ได้ชมว่า “น่าตกตะลึง” การเปิดเผยครั้งนี้จึงช่วยวางความคาดหวังว่า แม้ The Odyssey จะเป็นแฟนตาซีจากเทพปกรณัม แต่ส่วนประกอบที่มหัศจรรย์ที่สุดก็จะถูกนำเสนอผ่านฉากและการแสดงที่มีน้ำหนักทางกายภาพแบบที่โนแลนถนัด
หลัง Oppenheimer โนแลนต้องการสร้าง The Odyssey ให้เป็น “มหากาพย์แอ็กชันในแบบตำนาน” ที่มีความหมายเข้าถึงผู้ชมได้ในวงกว้าง เขามองว่ารูปแบบ IMAX เหมาะเป็นพิเศษกับการถ่ายทอดเทพเจ้า สัตว์ประหลาด และทะเลกว้างใหญ่ในการเดินทางของโอดิสซีอุส
ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงถือเป็นแฟนตาซีมหากาพย์เต็มรูปแบบเรื่องแรกของโนแลน และเป็นครั้งแรกที่เขาหยิบตำนานโบราณมาเป็นรากฐานโดยตรง หากผลงานก่อนหน้านี้ของเขาเคยขยายขอบเขตของหนังสงคราม หนังไซไฟ และหนังชีวประวัติ The Odyssey กำลังจะเป็นบททดสอบครั้งใหม่ว่าแนวทางสมจริงของผู้กำกับจะพาเรื่องเล่าที่มีเทพเจ้าและสัตว์ประหลาดไปได้ไกลแค่ไหนบนจอภาพยนตร์ขนาดยักษ์
ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 โดย Universal Pictures และโปรโมตประสบการณ์การรับชมในระบบ IMAX เป็นหลัก