Airbus เตือนสายการบินบางรายว่าเครื่องบิน A350 อาจส่งมอบล่าช้าเพิ่มในช่วงปลายทศวรรษ เนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนและการผลิตที่โรงงานใน Kinston รัฐนอร์ทแคโรไลนา [2][5] คอขวดด้านชิ้นส่วนโครงสร้างลำตัวทำให้การผลิต A350 เพิ่มได้ยาก และยังส่งผลให้โครงการเครื่องบินขนส่ง A350 Freighter ต้องเลื่อนกำหนดเข้าประจำการไปถึงราวปี 2027...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What new delays has Airbus warned airlines about regarding A350 deliveries, what production problems at the former Spirit AeroSystems plant. Article summary: Airbus has reportedly told some airlines to expect additional A350 delivery delays later this decade, mainly tied to problems at the former Spirit AeroSystems facility in Kinston, North Carolina, which Airbus recently to. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Airbus has informed some customers of additional delays to A350 deliveries later this decade, according to three industry sources, raising fresh concerns over output from a US part" source context "Airbus Warns Of Further A350 Delays As Supply Chain Issues Persist" Reference image 2: visual subject "# Airbus warns customers of fr
Airbus แจ้งเตือนสายการบินลูกค้าบางรายให้เตรียมรับมือกับ ความล่าช้าเพิ่มเติมในการส่งมอบเครื่องบินโดยสารลำตัวกว้าง A350 ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษนี้ โดยแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่าต้นเหตุหลักมาจากปัญหาซัพพลายเชน โดยเฉพาะการผลิตชิ้นส่วนสำคัญในโรงงานของสหรัฐฯ ที่เพิ่งถูกโอนมาอยู่ภายใต้การบริหารของ Airbus
ความล่าช้านี้สะท้อนความท้าทายที่ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของยุโรปกำลังเผชิญ ทั้งการขาดแคลนชิ้นส่วน การเพิ่มกำลังการผลิตที่ทำได้ยาก และแรงกดดันด้านผลประกอบการ
Airbus ได้แจ้งลูกค้าบางรายเป็นการภายในว่า เครื่องบิน A350 บางลำอาจส่งมอบช้ากว่ากำหนดเดิม โดยสาเหตุหลักเชื่อมโยงกับปัญหาการจัดหาชิ้นส่วนที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา
ชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบคือ โครงสร้างลำตัวคอมโพสิตขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเครื่องบินระยะไกลรุ่นนี้ หากชิ้นส่วนดังกล่าวส่งมอบล่าช้าหรือมีจำนวนไม่เพียงพอ ก็จะทำให้สายการประกอบขั้นสุดท้ายต้องชะลอตัว และทำให้กำหนดส่งมอบเลื่อนออกไป
ตามปกติ Airbus จะไม่เปิดเผยกำหนดการส่งมอบของลูกค้าแต่ละรายต่อสาธารณะ แต่แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่าปัญหานี้รุนแรงพอที่สายการบินบางแห่งได้รับการแจ้งเตือนแล้ว
หนึ่งในจุดที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือโรงงานที่เมือง Kinston รัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งเดิมเป็นของ Spirit AeroSystems ก่อนที่ Airbus จะเข้าซื้อกิจการ โรงงานแห่งนี้ผลิตโครงสร้างลำตัวคอมโพสิตสำคัญสำหรับ A350
รายงานในอุตสาหกรรมระบุว่า Airbus ยังไม่สามารถทำให้การผลิตจากโรงงานนี้ไหลลื่นได้เต็มที่ ส่งผลให้เกิด คอขวดด้านซัพพลายชิ้นส่วน และกระทบต่อกระบวนการประกอบเครื่องบินทั้งหมด
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านการบริหารจาก Spirit มาสู่ Airbus ยังนำมาซึ่งปัญหาเชิงปฏิบัติการ เช่น
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การรักษาระดับการผลิตที่สม่ำเสมอเป็นเรื่องยากในช่วงแรกของการเปลี่ยนผ่าน
สำหรับเครื่องบินลำตัวกว้าง การประกอบต้องอาศัยการส่งมอบชิ้นส่วนขนาดใหญ่แบบตรงเวลา ดังนั้น ความล่าช้าจากโรงงานเพียงแห่งเดียวก็สามารถกระทบทั้งสายการผลิตได้
ปัญหาซัพพลายเชนทำให้ Airbus เพิ่มอัตราการผลิต A350 ได้ยาก โดยปัจจุบันผลิตได้เพียงประมาณ 6 ลำต่อเดือน ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม Airbus ยังคงตั้งเป้าหมายระยะยาวที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็นประมาณ 12 ลำต่อเดือนภายในปี 2028 แต่ความสำเร็จของแผนนี้ขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาซัพพลายเออร์ โดยเฉพาะโรงงานที่เคยอยู่ภายใต้ Spirit AeroSystems
หากคอขวดดังกล่าวยังไม่คลี่คลาย อาจทำให้การส่งมอบเครื่องบินล่าช้าไปอีกหลายปี
ความท้าทายของแพลตฟอร์ม A350 ไม่ได้กระทบเฉพาะเครื่องบินโดยสารเท่านั้น แต่ยังรวมถึง A350F เครื่องบินขนส่งสินค้า ซึ่งใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน
แหล่งข่าวระบุว่า การผลิตประตูบรรทุกสินค้าหลัก (cargo door) ที่โรงงาน Airbus ในสเปนก็เผชิญการหยุดชะงักบางส่วนเช่นกัน
แม้ว่า Airbus จะสามารถผลิตและส่งมอบประตูบรรทุกสินค้าชิ้นแรกจากสายการผลิตในสเปนไปยังสายประกอบสุดท้ายที่เมืองตูลูสได้แล้วในปี 2026 แต่ความท้าทายด้านซัพพลายเชนทำให้โครงการนี้ต้องเลื่อนกำหนดเข้าประจำการไปเป็น ประมาณปี 2027
สถานการณ์ของ A350 เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันด้านการดำเนินงานที่กว้างขึ้นสำหรับ Airbus
ในไตรมาสแรกของปี 2026 บริษัทรายงานว่า กำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วลดลงถึง 52% เหลือราว 300 ล้านยูโร เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการส่งมอบเครื่องบินที่ลดลงและปัญหาซัพพลายเชน
อีกปัจจัยสำคัญคือ การขาดแคลนเครื่องยนต์ Pratt & Whitney ซึ่งกระทบต่อการผลิตและส่งมอบเครื่องบินตระกูล A320 ที่เป็นรุ่นขายดีที่สุดของบริษัท
เพื่อลดแรงกดดันด้านต้นทุน Airbus ยังประกาศ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการผลิตและสำนักงานใหญ่อีก 10% เพื่อปกป้องอัตรากำไรในช่วงที่ซัพพลายเชนทั่วโลกยังไม่เสถียร
A350 ถือเป็นเครื่องบินระยะไกลรุ่นเรือธงของ Airbus และเป็นคู่แข่งโดยตรงกับเครื่องบินลำตัวกว้างของ Boeing สายการบินจำนวนมากพึ่งพาเครื่องรุ่นนี้ในการเปิดเส้นทางระหว่างประเทศและทดแทนฝูงบินรุ่นเก่า
เนื่องจากโครงการนี้ต้องพึ่งพาเครือข่ายซัพพลายเออร์ทั่วโลก ตั้งแต่โครงสร้างคอมโพสิตไปจนถึงระบบเฉพาะทาง ความสะดุดเพียงจุดเดียวในซัพพลายเชนสามารถส่งผลต่อกำลังการผลิตได้เป็นเวลาหลายปี
สำหรับ Airbus การทำให้โรงงาน Kinston กลับมาผลิตได้อย่างเสถียร และฟื้นการไหลของชิ้นส่วนลำตัวให้ต่อเนื่อง จึงอาจเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มการผลิต A350 และหลีกเลี่ยงความล่าช้าเพิ่มเติมในอนาคต
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Airbus เตือนสายการบินบางรายว่าเครื่องบิน A350 อาจส่งมอบล่าช้าเพิ่มในช่วงปลายทศวรรษ เนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนและการผลิตที่โรงงานใน Kinston รัฐนอร์ทแคโรไลนา [2][5]
Airbus เตือนสายการบินบางรายว่าเครื่องบิน A350 อาจส่งมอบล่าช้าเพิ่มในช่วงปลายทศวรรษ เนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนและการผลิตที่โรงงานใน Kinston รัฐนอร์ทแคโรไลนา [2][5] คอขวดด้านชิ้นส่วนโครงสร้างลำตัวทำให้การผลิต A350 เพิ่มได้ยาก และยังส่งผลให้โครงการเครื่องบินขนส่ง A350 Freighter ต้องเลื่อนกำหนดเข้าประจำการไปถึงราวปี 2027 [9]
ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมแรงกดดันด้านการเงินของ Airbus เช่น กำไรไตรมาสแรกลดลง 52% การขาดแคลนเครื่องยนต์ Pratt & Whitney และมาตรการลดค่าใช้จ่ายทั่วทั้งบริษัท [17][18]