
Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What modifications has Russia made to its Shahed attack drones to counter Ukraine's rising interception rate, and how is Ukraine responding. Article summary: Russia's Shahed adaptation is a classic offense-defense treadmill: Ukraine's rising interception rate (87–95%) drives Russia to add EW, jet engines, armor, and sheer mass, which in turn pushes Ukraine to innovate with ch. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Russia is now losing 95% of its Shaheds to Ukrainian interception. Russia previously lost 12-15% of its Shaheds to Ukrainian air defense. **Russia will not abandon its Shahed cam" source context "Russia is now losing 95% of its Shaheds to Ukrainian interception ..." Reference image 2: visual subject "Photo: Illustrative / Minis
การโจมตีด้วยโดรนพลีชีพ Shahed อย่างไม่หยุดหย่อนของรัสเซียต่อยูเครนได้กลายเป็นสงครามการแข่งขันทางเทคโนโลยีความเร็วสูง เมื่ออัตราการสกัดกั้นของยูเครนพุ่งสูงขึ้นไปอยู่ที่ 87 ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ มอสโกจึงตอบโต้ด้วยการอัปเกรดอาวุธครั้งใหญ่ ไม่ใช่การเลิกใช้ ผลลัพธ์คือโดรนโจมตีรุ่นใหม่ที่เร็วกว่า ฉลาดกว่า และสังหารได้ยากขึ้น ซึ่งกำลังบีบให้ยูเครนต้องสร้างสรรค์นวัตกรรมรับมืออย่างรวดเร็วพอๆ กัน
มอสโกดัดแปลงโดรน Shahed-136 ที่ออกแบบโดยอิหร่าน (ซึ่งรัสเซียเรียกว่า Geran) อย่างเป็นระบบเพื่อเอาชนะระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ของยูเครน
ในการยกระดับขั้นสำคัญ รัสเซียเริ่มติดตั้งอุปกรณ์รบกวนสัญญาณสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW) ขนาดกะทัดรัดให้กับโดรนประเภท Shahed ซึ่งออกแบบมาเพื่อเอาชนะโดรนสกัดกั้น FPV ของยูเครนโดยเฉพาะ Oleksiy Vyskub รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมคนแรกของยูเครนยืนยันในเดือนพฤษภาคม 2026 ว่าโดรนที่ดัดแปลงเหล่านี้กำลังบินอยู่และพยายามอย่างแข็งขันที่จะสกัดกั้นโดรนสกัดกั้นของยูเครน ระบบ EW ในตัวมีเป้าหมายเพื่อทำให้ Shahed ถูกยิงตกกลางอากาศได้ยากขึ้นมาก
การอัปเกรดที่พลิกเกมมากที่สุดคือการเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ลูกสูบเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ท Geran-3 ซึ่งเป็นสำเนา Shahed-238 ของอิหร่านที่รัสเซียผลิตขึ้นเอง สามารถทำความเร็วได้สูงถึง 600 กม./ชม. เร็วกว่ารุ่นดั้งเดิมที่ใช้ใบพัดประมาณสามเท่า มีการระบุซากของ Geran-3 ได้ในการโจมตีกรุงเคียฟเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 โดยพบว่ามีเครื่องยนต์ไอพ่นขนาดกะทัดรัด
ภายในต้นปี 2026 รัสเซียยังได้ส่ง Geran-5 ซึ่งเป็นโดรนขับเคลื่อนด้วยไอพ่นที่มีหัวรบ 90 กิโลกรัม พิสัยทำการ 1,000 กิโลเมตร และสามารถยิงจากกลางอากาศโดยเครื่องบิน Su-25 ได้ ตามรายงานของหน่วยข่าวกรองทางทหารยูเครน
หน่วยข่าวกรองกลาโหมของยูเครน (DIU) ระบุว่า รัสเซียตั้งใจที่จะขยายขนาดการผลิตเพื่อให้รุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยไอพ่นมีสัดส่วนถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตโดรนโจมตีระยะไกลในที่สุด
รัสเซียเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพให้กับโดรน ห้องเครื่องยนต์ถูกหุ้มเกราะ และถังเชื้อเพลิงถูกย้ายจากปีกไปยังแกนกลางลำตัว ทำให้โอกาสที่การยิงด้วยอาวุธขนาดเล็กเพียงนัดเดียวจะทำให้ยานตกนั้นน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการสังเกตว่า Shahed บางลำสามารถปล่อยลูกระเบิดย่อย (submunitions) กลางอากาศได้ ซึ่งเป็นการขยายรัศมีทำลายล้าง
Shahed ที่รัสเซียดัดแปลงมีหัวรบที่ใหญ่ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากประมาณ 52 กิโลกรัมในแบบดั้งเดิมของอิหร่านเป็น 90 กิโลกรัม พวกเขายังใช้หัวรบแบบเพลิงไหม้และสะเก็ดระเบิดแบบใหม่เพื่อเพิ่มความเสียหายสูงสุด ระบบนำวิถีได้รับการปรับปรุงผ่านระบบดาวเทียม "Comet" แบบหลายช่องสัญญาณที่ต้านทานการรบกวน GPS จากด้านล่างและด้านข้าง ทำให้ต้องใช้แหล่งกำเนิดการรบกวนมากขึ้นหลายเท่าในการทำให้โดรนเพียงลำเดียวหลุดจากเส้นทาง
การตรวจสอบโดรนที่ถูกยิงตกในปี 2025 เผยให้เห็นการเคลือบผิวด้วยวัสดุดูดซับเรดาร์ที่มีส่วนประกอบของคาร์บอน ซึ่งลดระยะการตรวจจับของเรดาร์ลง ซากบางส่วนมีซิมการ์ดสำหรับส่งข้อมูลทางมาตรระยะไกล (Telemetry) แบบเรียลไทม์กลับไปยังรัสเซียผ่านเครือข่ายมือถือ
ในกลางปี 2025 กองกำลังยูเครนค้นพบโดรนรุ่นย่อยของ Geran-2 ซึ่ง DIU เรียกว่า "ซีรีส์ MS" ที่ติดตั้งกล้องอินฟราเรดและแท่นประมวลผลที่ใช้ Nvidia Jetson ซึ่งสามารถประมวลผลวิดีโอด้วย AI และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) รวมถึงการระบุเป้าหมายอัตโนมัติ โดรนลำเดียวกันนี้มีโมเด็มวิทยุสำหรับส่งสัญญาณวิดีโอและข้อมูลทางมาตรระยะไกล ทำให้มันสามารถสอดแนมเส้นทางล่วงหน้าสำหรับการโจมตีครั้งต่อไปและสแกนหาหน่วยป้องกันภัยทางอากาศเคลื่อนที่ได้
บางทีการดัดแปลงที่ล้ำสมัยที่สุดคือการปรับแต่งโครงสร้างลำตัวของ Geran-2 ให้สามารถบรรทุกและยิงขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ R-60 ได้ หน่วยข่าวกรองยูเครนรายงานถึงรุ่นนี้ในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยระบุว่ามันมีกล้องสองตัวในตัว (ที่หัวและที่แท่นยิงมิสไซล์) สำหรับการเล็งเป้าด้วยภาพ ซึ่งเปลี่ยน Shahed ให้กลายเป็นโดรนล่าสังหาร (Hunter-Killer) สำหรับอากาศยานลำอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกเหนือจากการอัปเกรดทางเทคนิคแล้ว รัสเซียยังพึ่งพาการใช้จำนวนมหาศาล พวกเขาเพิ่มกำลังการผลิตจากประมาณ 200 เที่ยวต่อสัปดาห์ในกลางปี 2024 เป็นมากกว่า 1,000 เที่ยวต่อสัปดาห์ภายในเดือนมีนาคม 2025 สถิติสูงสุดเกิดขึ้นในวันเดียวของเดือนมีนาคม 2026 เมื่อรัสเซียส่งโดรนโจมตีเกือบ 950 ลำ
กลยุทธ์คือการทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนรับมือไม่ไหวด้วยปริมาณที่มากล้น
ยูเครนถูกบังคับให้ต้องพัฒนาระบบป้องกันของตนด้วยความเร็วไม่แพ้กัน
มาตรการตอบโต้ที่คุ้มค่าที่สุดของยูเครนคือฝูงบินโดรนสกัดกั้น FPV (มุมมองบุคคลที่หนึ่ง) ราคาถูกของตนเอง อาวุธยุทโธปกรณ์ "STING" ของกลุ่ม Wild Hornets มีอัตราการสกัดกั้นสูงถึง 80 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ต่อ Shahed ที่บินเข้ามา โดรนขนาดเล็กและรวดเร็วเหล่านี้ ซึ่งควบคุมโดยนักบินที่เป็นมนุษย์ สามารถยิง Geran-3 ที่ขับเคลื่อนด้วยไอพ่นบางลำตกกลางอากาศได้แล้ว
ยูเครนยังคงใช้สงครามอิเล็กทรอนิกส์ภาคพื้นดินเพื่อรบกวนการนำวิถีของ Shahed แต่พวกเขาเผชิญกับความท้าทายใหม่: Shahed ที่อัปเกรดแล้วสามารถต้านทานการรบกวนสัญญาณจากด้านล่างได้ ดังนั้นยูเครนจึงต้องปรับตำแหน่งเครื่องรบกวนสัญญาณให้เล็งเป้าหมายโดรนจากด้านบน ในการระดมโจมตีระลอกหนึ่งเมื่อเดือนมกราคม 2025 ยูเครนสามารถรบกวนสัญญาณโดรนที่บินเข้ามาได้ 15 ลำจาก 61 ลำ และยิงตกอีก 46 ลำ
ในวันที่ทำลายสถิติเมื่อเดือนมีนาคม 2026 มีการอ้างว่ายิงตกหรือกดทับด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ 906 ลำจากโดรนประมาณ 950 ลำ ซึ่งคิดเป็นอัตราการสกัดกั้น 95.5 เปอร์เซ็นต์
แทนที่จะพึ่งพาขีปนาวุธราคาแพงเพียงอย่างเดียว ยูเครนได้วางระบบป้องกันหลายชั้นด้วยทีมปืนกลเคลื่อนที่ ปืนต่อสู้อากาศยานนำวิถีด้วยเรดาร์ และโดรนสกัดกั้น ตามเส้นทางที่คาดว่าโดรนจะบินผ่าน รูปแบบการกระจายกำลังนี้ถูกกว่าและขยายขนาดได้ง่ายกว่าในการรับมือกับการโจมตีแบบอิ่มตัว
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Mykhailo Fedorov รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ได้ตั้งเป้าหมายต่อสาธารณะว่าจะลดความเสี่ยงจาก Shahed และโดรนลักษณะคล้ายกันทั้งหมดให้ได้ 95 เปอร์เซ็นต์ โดรนสกัดกั้นของยูเครนยังคงได้รับการอัปเกรดเพื่อตอบสนองต่อโดรนรุ่นที่เร็วกว่าและทนทานกว่าของรัสเซีย และความเชี่ยวชาญของประเทศกำลังดึงดูดความต้องการจากนานาชาติที่เพิ่มขึ้นสำหรับเทคโนโลยีต่อต้านโดรนของพวกเขา
แม้ว่ายูเครนจะมีอัตราการสกัดกั้นที่สูง แต่จำนวนการยิงที่มากล้น เพียงแค่เดือนเมษายน 2026 เดือนเดียวมีการยิงโดรนกว่า 6,500 ลำ โดยมีมากกว่า 1,000 ลำที่ทะลุผ่านแนวป้องกันเข้าไปได้ ทำให้แรงกดดันยังคงอยู่ ประสิทธิภาพของการโจมตีเหล่านั้นก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน อัตราการโจมตีเข้าเป้าเพิ่มขึ้นจากเพียง 2–3 เปอร์เซ็นต์ในช่วงต้นปี 2025 เป็นมากกว่า 17 เปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นปีเดียวกัน
ภาพรวมของสมรภูมินี้ชัดเจน อัตราความสำเร็จของยูเครนผลักดันให้รัสเซียเพิ่มระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องยนต์ไอพ่น เกราะ และจำนวน การอัปเกรดเหล่านั้นบังคับให้ยูเครนต้องสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยโดรนสกัดกั้น FPV ที่ถูกกว่า ปรับตำแหน่งระบบรบกวนสัญญาณ และรักษาอัตราการสังหารที่สูงมากเอาไว้ ดังที่ Serhii “Flash” Beskrestnov ที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมยูเครนกล่าวไว้ในเดือนพฤษภาคม 2026 ว่ารัสเซียจะไม่ล้มเลิกการโจมตีด้วย Shahed แต่จะเปลี่ยนไปใช้ระบบ EW ในตัว โดรนไอพ่นรุ่น Geran-3 และ Geran-4 และกลยุทธ์ใหม่ๆ เช่น การใช้โดรนเข้าใกล้ชายแดนมากขึ้นแทนที่จะบินลึกเข้าไปในแนวหลัง
ในตอนนี้ ยูเครนสามารถรักษาความได้เปรียบไว้ได้ แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือการปรับตัวอย่างต่อเนื่องของทั้งสองฝ่ายในสนามรบ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รัสเซียอัปเกรดโดรน Shahed ครั้งใหญ่ด้วยเครื่องยนต์ไอพ่น, ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ในตัว, AI ค้นหาเป้าหมาย และเกราะป้องกัน หลังยูเครนยิงหรือรบกวนคลื่นได้กว่า 87 95%
รัสเซียอัปเกรดโดรน Shahed ครั้งใหญ่ด้วยเครื่องยนต์ไอพ่น, ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ในตัว, AI ค้นหาเป้าหมาย และเกราะป้องกัน หลังยูเครนยิงหรือรบกวนคลื่นได้กว่า 87 95% ยูเครนใช้โดรนสกัดกั้น FPV ราคาถูกอย่าง STING ที่มีอัตราสังหารสูงถึง 80 100% และใช้สงครามอิเล็กทรอนิกส์ภาคพื้นดินในการรบกวนสัญญาณนำวิถีของ Shahed
วงจรการแข่งขันที่ไม่มีที่สิ้นสุด: เกมการปรับตัวทางเทคโนโลยีที่แต่ละฝ่ายต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่มาหักล้างกันตลอดเวลา โดยโดรนไอพ่น Geran 3/4 และระบบรบกวนในตัว คือภัยคุกคามใหม่ล่าสุดที่ร้ายแรงที่สุด