สำนักงานสถิติแห่งชาติบอตสวานา (Statistics Botswana) ออกรายงานเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ยืนยันอัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมลดลงเหลือ 9.4% จากเดิม 10.7% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022
ตัวเลขยังสะท้อนถึงความแตกต่างตามภูมิภาค: เมืองและเทศบาล 9.0% หมู่บ้านในเขตเมือง 9.4% และหมู่บ้านชนบท 10.1%
อัตราเงินเฟ้อโครเอเชียชะลอลงเหลือ 3.9% ในเดือนกรกฎาคม จาก 4.5% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยการชะลอตัวเกิดขึ้นในหมวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ (3.7% จาก 7.1%) สุขภาพ (4.9% จาก 5.2%) และการขนส่ง (8.2% จาก 8.6%) แต่ราคาที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคยังเพิ่มขึ้นสูงถึง 12.2%
เมื่อเทียบกับมาตรฐาน HICP ของสหภาพยุโรป อัตราเงินเฟ้อของโครเอเชียอยู่ที่ 3.6% สูงกว่าเป้าหมายของ ECB ที่ 2% อยู่ 1.6%
อัตราเงินเฟ้อของโรมาเนียในเดือนกรกฎาคมลดลงอย่างรวดเร็วเป็น 8.2% จาก 10.4% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 สาเหตุหลักมาจากราคาค่าไฟฟ้าชะลอตัวลงอย่างรุนแรง จากที่เพิ่มขึ้น 35.2% ในเดือนมิถุนายนเหลือเพียง 2.9% ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของสินค้าที่ไม่ใช่อาหารลดลงจาก 12.3% เหลือ 7.9%
เงินเฟ้ออาหารชะลอตัวเหลือ 5.0% ในขณะที่บริการทรงตัวที่ 13.7%
อัตราเงินเฟ้อของอิสราเอลในเดือนกรกฎาคมชะลอลงเหลือ 1.5% ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2021 และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ระดับนี้ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งอิสราเอลที่ 1-3% อย่างสบายใจ
สำนักงานสถิติแคนาดายังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของเดือนกรกฎาคม ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2026 โดยจะมีการประกาศครั้งต่อไปในวันที่ 17 สิงหาคม อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.9% ส่วนหนึ่งจากราคาน้ำมันเบนซินที่สูงขึ้น
โดยนักเศรษฐศาสตร์ของ RBC ระบุว่าราคาน้ำมันที่ปั๊มในเดือนกรกฎาคมสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 25% เทียบกับ 20% ในเดือนมิถุนายน
ข้อมูลนี้ตอกย้ำว่ากระบวนการชะลอเงินเฟ้อทั่วโลกมีความไม่สม่ำเสมอ โดยต้นทุนพลังงาน อุปสงค์ในประเทศ และปัจจัยกระตุ้นภายนอกสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ