ตัวเลขระดับนี้ไม่ได้มีความหมายแค่รายได้ แต่ยังหมายถึงการเข้าถึงผู้ชมจำนวนมหาศาลทั่วโลก ซึ่งเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแนะนำตัวละครจากแฟรนไชส์อื่นของ Nintendo
หนึ่งในช่วงเวลาที่แฟนเกมพูดถึงมากที่สุดคือการปรากฏตัวของ Fox McCloud ฮีโร่นักบินอวกาศจากซีรีส์เกม Star Fox
ก่อนภาพยนตร์จะเข้าฉาย สื่อโปรโมตอย่างเป็นทางการได้ยืนยันว่า Fox McCloud จะปรากฏตัวในเรื่องร่วมกับตัวละครจากจักรวาล Mario
สำหรับแฟน Nintendo รุ่นเก่า การปรากฏตัวนี้มีความหมายไม่น้อย เพราะแฟรนไชส์ Star Fox แทบไม่มีเกมภาคใหญ่ใหม่มานานหลายปี
การพาตัวละครนี้ไปอยู่ในภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์ ทำให้ ผู้ชมรุ่นใหม่จำนวนมากได้รู้จัก Fox เป็นครั้งแรก ซึ่งช่วยสร้างฐานผู้ชมใหม่ให้กับแบรนด์
ไม่นานหลังภาพยนตร์เปิดตัว Nintendo ก็เดินหน้าต่อทันที
ในงาน Nintendo Direct บริษัทได้ประกาศเกม Star Fox ภาคใหม่สำหรับ Nintendo Switch 2 โดยมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 25 มิถุนายน 2026
ในประกาศอย่างเป็นทางการ Nintendo ยังเชื่อมโยงสองเหตุการณ์นี้เข้าด้วยกัน โดยระบุว่าผู้ชมทั่วโลกเพิ่งได้เห็น Fox McCloud บินขึ้นฟ้าใน The Super Mario Galaxy Movie และกำลังจะได้ผจญภัยต่อในเกมใหม่เร็ว ๆ นี้
เกมภาคใหม่นี้จะพาทีม Star Fox กลับมาครบทีม ได้แก่
รูปแบบเกมได้รับแรงบันดาลใจจากคลาสสิกอย่าง Star Fox 64 บน Nintendo 64
ช่วงเวลาของทั้งสองเหตุการณ์ทำให้หลายคนมองว่านี่คือ กลยุทธ์แบบข้ามสื่อ (cross‑media) ของ Nintendo
เมื่อภาพยนตร์ที่กำลังทำรายได้เข้าใกล้ ระดับพันล้านดอลลาร์ทั่วโลก กลายเป็นกระแสใหญ่ การใส่ตัวละครจากแฟรนไชส์อื่นเข้าไปในเรื่องจึงเท่ากับการโปรโมตแบบมหาศาล
Nintendo จึงใช้สูตรที่ชัดเจน:
ภาพยนตร์สร้างการรับรู้ → ตัวละครกลับมาเป็นที่พูดถึง → เปิดตัวเกมใหม่ทันที
แทนที่จะพึ่งพาแค่ความทรงจำของแฟนเกมเก่า บริษัทเลือกให้ผู้ชมภาพยนตร์ทั่วโลกได้รู้จักตัวละครก่อน แล้วค่อยต่อยอดไปสู่ประสบการณ์ในเกม
เมื่อเทียบกับแฟรนไชส์ยักษ์ของบริษัทอย่าง Mario, Zelda หรือ Pokémon ซีรีส์ Star Fox มีการออกเกมใหม่ค่อนข้างห่าง
การปรากฏตัวในภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์จึงช่วยเพิ่มการมองเห็นของตัวละครอย่างมาก
ถ้ากลยุทธ์นี้ได้ผล อาจเป็นสัญญาณว่าในอนาคต Nintendo อาจใช้ภาพยนตร์เป็น แพลตฟอร์มเปิดตัวแฟรนไชส์เกมอื่น ๆ เช่นเดียวกัน — เปลี่ยนโรงภาพยนตร์ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเกมยุคถัดไป