เทคโนโลยีนี้ไม่ได้ผลิตเซลล์หน่วยความจำและวงจรโดยรอบรวมกันในขั้นตอนเดียว แต่แยกผลิตออกจากกัน แล้วใช้เทคโนโลยี wafer bonding เชื่อมต่อในแนวตั้ง Samsung ระบุว่าแนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มความหนาแน่นของหน่วยความจำราว 58% เมื่อเทียบกับ V9 พร้อมมุ่งปรับปรุงประสิทธิภาพการอ่าน การเขียน และ I/O รวมถึงลดการใช้พลังงาน
การเปิดตัวครั้งนี้ยังมีนัยสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการเดินทางมาถึง V-NAND รุ่นที่ 10 หลัง Samsung เปิดตัว V-NAND ครั้งแรกในงานเดียวกันเมื่อ 13 ปีก่อน ในปี 2013
เทคโนโลยีที่ดึงความสนใจมากที่สุดคือ zHBM สถาปัตยกรรมแนวคิดที่นำหน่วยความจำ HBM มาซ้อนในแนวตั้ง เหนือ AI accelerator โดยตรง แทนการวาง HBM ไว้ด้านข้างบน silicon interposer แบบที่ใช้กันใน HBM รุ่นปัจจุบัน
Samsung ระบุว่า หากพัฒนาได้สำเร็จ zHBM อาจให้ผลลัพธ์ดังนี้:
แนวคิดนี้อาศัยเทคโนโลยี wafer bonding ขั้นสูง และอาจทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ silicon interposer ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของ HBM ทุกรุ่นจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญคือ zHBM ยังเป็นเพียงโมเดลแนวคิดหรือ mock-up ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่าย และ Samsung ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาการผลิตเชิงพาณิชย์
อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแนวคิดคือ zNAND-O ซึ่งผสาน V-NAND เข้ากับเทคโนโลยี TSV (Through-Silicon Via) เพื่อซ้อนชิป NAND จำนวน 4 หรือ 8 ชิปไว้ในแพ็กเกจเดียว
Samsung วาง zNAND-O ให้รองรับงาน Edge AI โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ ปรับปรุงความเร็ว I/O และลดเวลาแฝงในการเข้าถึงข้อมูล เช่นเดียวกับ zHBM เทคโนโลยีนี้ยังไม่มีการประกาศกำหนดเวลาวางตลาดที่ชัดเจน
ภายในบูทของ Samsung ยังมีการจัดแสดง ตัวอย่าง HBM4E ซึ่งเป็นขั้นถัดไปในแผนงาน HBM รวมถึง โมเดลแนวคิด HBM5
Samsung ระบุว่าเริ่มผลิต HBM4 จำนวนมากในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยใช้ 1c DRAM และเทคโนโลยีชิป 4 นาโนเมตร และในเดือนพฤษภาคมก็เป็นบริษัทแรกที่ส่งตัวอย่าง HBM4E ให้ลูกค้าทั่วโลก บริษัทตั้งเป้าเริ่มผลิต HBM4E จำนวนมากในปี 2027 โดยใช้กระบวนการ Hybrid Bonding รุ่นที่ 4
นอกจากนี้ Samsung ยังสาธิต LPDDR5X-PIM (Processing-in-Memory) ซึ่งบริษัทอธิบายว่าเป็น LPDDR รุ่นแรกของอุตสาหกรรมที่มีความสามารถประมวลผลภายในหน่วยความจำ
หลักการของ PIM คือให้หน่วยความจำดำเนินการกับข้อมูลบางส่วนภายในตัวเอง แทนการส่งข้อมูลทั้งหมดกลับไปกลับมาระหว่างหน่วยความจำกับ CPU หรือ GPU วิธีนี้เหมาะกับงาน AI inference บางประเภท และอาจช่วยลดการเคลื่อนย้ายข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพ และลดการใช้พลังงาน
ฝั่งระบบจัดเก็บข้อมูลระดับองค์กร Samsung ยังนำเสนอแพลตฟอร์ม SSD รุ่นใหม่ ได้แก่ PM1763 และ BM1773 ซึ่งออกแบบมาสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI
เบื้องหลังการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่คือสถานะทางตลาดที่แข็งแกร่งขึ้นของ Samsung ตามข้อมูล Counterpoint Research Samsung ครองส่วนแบ่งตลาด DRAM โลกตามรายได้ 39% ในไตรมาส 2 ปี 2026 แซง SK hynix ที่มีส่วนแบ่ง 26% ขณะที่ Micron อยู่ที่ 25%
การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับแรงหนุนจากความต้องการ DRAM ทั่วไปที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกำลังการผลิต HBM ของ Samsung ที่ขยายตัว ขณะที่ราคา HBM ของ SK hynix อยู่ในภาวะทรงตัว
แม้รายได้ DRAM ของ SK hynix จะเพิ่มขึ้นถึง 214% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 39% ในไตรมาส 2 ปี 2025 เหลือ 26% ในไตรมาส 2 ปี 2026 ตัวเลขดังกล่าวทำให้ Samsung กลับมาครองตำแหน่งผู้นำ หลัง SK hynix เคยขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในช่วงก่อนหน้า
ในแง่กลยุทธ์ธุรกิจ Samsung ประกาศระหว่างการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมว่า บริษัทมีแผนจัดสรรกำลังการผลิตหน่วยความจำทั้งหมด 60–70% ให้กับสัญญาจัดหาระยะยาว หรือ LTA (Long-Term Agreement)
โครงสร้างสัญญาที่เปิดเผยมีลักษณะสำคัญดังนี้:
รายงานบางฉบับระบุว่ากลุ่มลูกค้าที่ลงนามแล้วมี AWS, Microsoft, Google, Meta และ Oracle แต่รายละเอียดของสัญญาอยู่ภายใต้ข้อตกลงรักษาความลับ
เมื่อเทียบกันแล้ว Micron ตั้งเป้าให้ยอดขายราว 50% อยู่ภายใต้ Strategic Customer Agreements ขณะที่ผลสำรวจของ Bank of America Merrill Lynch มองว่าเงื่อนไข LTA ของ Samsung มีลักษณะเอื้อประโยชน์ต่อซัพพลายเออร์อย่างชัดเจน เพราะจำกัดการลดราคาไว้ที่ไม่เกิน 5% ต่อไตรมาส แต่ยังเปิดทางให้ราคาปรับขึ้นได้มากกว่า
สำหรับ Samsung นี่คือการแลกเปลี่ยนระหว่างความยืดหยุ่นในการขายตามตลาดกับความแน่นอนของคำสั่งซื้อ เงินล่วงหน้า และการมองเห็นรายได้ในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกค้าศูนย์ข้อมูลต้องเร่งจองหน่วยความจำเพื่อรองรับการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI
FMS 2026 ไม่ได้มีเพียง Samsung ที่นำเสนอทิศทางใหม่ของหน่วยความจำ
สารหลักจาก Samsung ในงาน FMS 2026 คือการแข่งขันหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ยุคของการ “ออกแบบใหม่ทั้งสถาปัตยกรรม” ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนชั้นหรือเร่งความเร็วของผลิตภัณฑ์เดิม
V10 BV-NAND แสดงให้เห็นความพยายามผลักขีดจำกัดของการซ้อน NAND ให้เกิน 400 ชั้น ขณะที่ zHBM และ zNAND-O เสนอแนวคิดการวางหน่วยความจำในแนวตั้งเพื่อให้เหมาะกับงาน AI มากขึ้น แม้ทั้งสองเทคโนโลยียังเป็นเพียงต้นแบบแนวคิดก็ตาม
ในเวลาเดียวกัน Samsung กำลังใช้สถานะผู้นำตลาด DRAM และความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นต่อรองสัญญาระยะยาวกับลูกค้ารายใหญ่ โดยตั้งเป้าล็อกกำลังการผลิต 60–70% ไว้ล่วงหน้า ภาพรวมจาก FMS 2026 จึงชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าอนาคตของโครงสร้างพื้นฐาน AI จะประกอบด้วยหน่วยความจำหลายระดับ ตั้งแต่ HBM, HBF ไปจนถึง SSD PCIe 6.0 และการแข่งขันเพื่อครองแต่ละชั้นกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ