คำกล่าวอ้างของริเกลเม ไม่ได้สร้างแค่กระแสฮือฮา แต่มันจุดชนวนให้เกิดการตอบโต้อย่างรุนแรงจากหลายฝ่ายทันที
ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้เลยเถิดจากข่าวลือซื้อขายนักเตะทั่วไป คือการที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตัดสินใจเดินหน้าในมิติทางกฎหมาย โดยทีมงานของสโมสรเชื่อว่า การหาเสียงเลือกตั้งของริเกลเมไม่มีสิทธิ์นำภาพลักษณ์ของนักเตะคนสำคัญของพวกเขาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต แหล่งข่าววงในของสโมสรเผยว่า การปรากฏตัวของเสื้อแข่งที่มีชื่อและเบอร์ของฮาลันด์ในรายการทีวี ถือเป็นการใช้ภาพลักษณ์ของสโมสรเพื่อประโยชน์ทางการค้าและการเมืองโดยพลการ ซึ่งสโมสรไม่สามารถยอมรับได้
นี่จึงไม่ใช่แค่การปฏิเสธข่าวลือ แต่คือการส่งสัญญาณเตือนไปยังทุกฝ่ายว่า แมนฯ ซิตี้ พร้อมที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อปกป้องนักเตะของพวกเขา
ท่ามกลางกระแสต่อต้านอย่างหนักหน่วง เอนรีเก ริเกลเม กลับไม่ได้แสดงท่าทีย่อท้อแต่อย่างใด เขาเลือกที่จะ “เดินหน้าชน” โดยออกมาให้สัมภาษณ์โต้ว่า การปฏิเสธทั้งหมดจากแมนฯ ซิตี้และแคมป์ของฮาลันด์ เป็นเพียง “ส่วนหนึ่งของเกม” และยืนยันหนักแน่นว่าเขามีแผนการที่เป็นรูปธรรมในการดึงตัวสองซูเปอร์สตาร์จากพรีเมียร์ลีกมาเสริมทัพให้ “ราชันชุดขาว” จงได้
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานสโมสร รีล มาดริด ครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อ่อนไหวอย่างยิ่งสำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้
สโมสรกำลังจะสิ้นสุดยุคสมัยของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือผู้พาทีมกวาดความสำเร็จมามากมายตลอดทศวรรษ โดยมีรายงานว่าเขาได้แจ้งกับนักเตะและสโมสรแล้วว่าจะอำลาทีมหลังจบฤดูกาล และผู้ที่จะมารับช่วงต่อในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม คือ เอ็นโซ่ มาเรสก้า อดีตกุนซือเชลซี ผู้เคยเป็นผู้ช่วยของกวาร์ดิโอล่า โดยมีรายงานว่าเขาได้เซ็นสัญญาระยะเวลา 3 ปีกับสโมสรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้ ต้องการความมั่นคงและการปกป้องทรัพยากรบุคคลของสโมสรอย่างสูงสุด การออกมาเคลื่อนไหวอย่างเด็ดขาดต่อการกระทำของริเกลเม จึงเป็นการประกาศจุดยืนว่าไม่ว่าใครจะเข้าหรือออก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะไม่ยอมให้ใครมาใช้ประโยชน์จากนักเตะของพวกเขาเด็ดขาด ดราม่าครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการเติมเชื้อไฟลงในกองเพลิงความขัดแย้งระหว่างสองสโมสร พร้อมกับสร้างสีสันให้กับศึกเลือกตั้งประธานสโมสร รีล มาดริด ที่กำลังจะมาถึง
Comments
0 comments