ก่อนหน้านี้ Epic เคยฟ้อง Brandon Lucas หรือ “Golden Modz” ยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตาม 1.7 ล้านคน จากการเผยแพร่และจำหน่ายโปรโกงในปี 2018 และยอมความกับผู้ขายโปรโกงวัย 14 ปีในปี 2019
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า Epic ต้องการส่งสัญญาณไปยังตลาดโปรโกงว่า ผู้ที่สร้าง อัปเดต จำหน่าย หรือช่วยกระจายเครื่องมือโกง อาจเผชิญความเสี่ยงทางกฎหมาย ไม่ใช่แค่การถูกปิดบัญชีเท่านั้น
ขณะที่ Epic จัดการผู้โกงในศาล ผู้เล่นก็ยังถูกโจมตีจากฟิชชิง ซึ่งเป็นการสร้างเว็บไซต์หรือข้อความปลอมเพื่อหลอกเอาข้อมูลเข้าสู่ระบบ
กลโกงที่พบได้บ่อยที่สุดคือเว็บไซต์ คลิป YouTube หรือโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าสามารถแจก V-Bucks ได้ฟรีหรือในราคาถูก ผู้ใช้มักถูกขอให้กรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ดาวน์โหลดโปรแกรม หรือทำแบบสอบถามเพื่อ “ยืนยันตัวตน” แต่ V-Bucks ไม่เคยมาถึง สิ่งที่อาจตามมาคือบัญชีถูกขโมย มัลแวร์ หรือค่าบริการ SMS พรีเมียม
เว็บไซต์เหล่านี้มักใช้แถบความคืบหน้าปลอม เช่น “กำลังสร้าง V-Bucks… เสร็จแล้ว 47%” เพื่อทำให้ข้อเสนอดูน่าเชื่อถือ ก่อนบังคับให้ผู้ใช้ทำขั้นตอนเพิ่มเติม
ในเดือนกรกฎาคม 2026 Malwarebytes พบกลโกงที่โฆษณา “ความร่วมมือกับซูเปอร์ฮีโร่มูลค่า 50 ดอลลาร์” และเครื่องมือคำนวณมูลค่าไอเทมใน Locker ของผู้เล่น ทั้งสองแบบพาผู้ใช้ไปยังหน้าเข้าสู่ระบบ Epic Games ปลอมที่สร้างขึ้นเพื่อขโมยข้อมูลบัญชี
หลักจำง่ายคือ หากเว็บไซต์สัญญาว่าจะให้ V-Bucks เงินสด หรือเครื่องมือประเมินมูลค่า Locker แล้วขอให้ล็อกอินด้วยบัญชี Epic Games ผ่านเว็บไซต์บุคคลที่สาม เว็บไซต์นั้นไม่ได้ดำเนินการโดย Epic
McAfee รายงานกลโกงที่มุ่งเป้าผู้เล่นซึ่งใช้ Facebook, Google, Microsoft, Nintendo หรือ Sony เพื่อล็อกอินบัญชี Fortnite ลิงก์อันตรายจะพาไปยังหน้าล็อกอินปลอมเพื่อเก็บข้อมูลรับรองของผู้ใช้
ขนาดของปัญหาก็ไม่เล็ก การตรวจสอบด้านความปลอดภัยในปี 2025 พบโดเมนฟิชชิงที่มุ่งเป้าผู้เล่น Fortnite มากกว่า 4,700 แห่ง ซึ่งมากกว่าวิดีโอเกมรายอื่นที่ตรวจสอบเป็นรายเกม
ผลสำรวจในสหรัฐฯ ปี 2019 ระบุว่าเด็กอายุ 10–12 ปีจำนวน 53% เล่น Fortnite เป็นประจำทุกสัปดาห์ ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นอายุ 13–17 ปีอยู่ที่ 33% เมื่อมีผู้เล่นอายุน้อยจำนวนมากอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน มิจฉาชีพก็มีโอกาสเข้าถึงผู้ที่อาจยังแยกแยะลิงก์ปลอมได้ไม่ดีนัก
V-Bucks คือสกุลเงินในเกมที่ซื้อด้วยเงินจริง และใช้แลกสกิน อีโมต และ Battle Pass ไอเทมเหล่านี้ไม่ได้เพิ่มพลังในการเล่นโดยตรง แต่ไอเทมหายากหรือเป็นที่นิยมมีสถานะทางสังคมในชุมชนผู้เล่น จึงสร้างแรงกดดันให้บางคนต้องการครอบครองหรือใช้จ่าย
บัญชีที่สะสมสกินและไอเทมจำนวนมากจึงกลายเป็นทรัพย์สินดิจิทัลที่ถูกขโมยและนำไปขายต่อได้ BBC เคยรายงานในปี 2018 ว่าแฮกเกอร์บางรายที่อายุน้อยเพียง 14 ปีสามารถทำเงินหลายพันปอนด์ต่อสัปดาห์จากการขโมยและขายบัญชี Fortnite
Fortnite เปิดให้เล่นฟรี จึงมีฐานผู้เล่นขนาดใหญ่โดยไม่มีต้นทุนการซื้อเกมมาขวางระหว่างมิจฉาชีพกับเหยื่อ ขณะเดียวกันบัญชีที่มีสกินมูลค่าสูงก็อาจนำไปขายต่อด้วยเงินจริง
ผู้หลอกลวงยังเข้าถึงกลุ่มเด็กได้ง่ายผ่าน YouTube, TikTok, Discord และแพลตฟอร์มอื่นที่มีคอนเทนต์ Fortnite อยู่เป็นจำนวนมาก ข้อเสนออย่าง “รับ V-Bucks ฟรี” หรือ “รับสกินพิเศษก่อนใคร” จึงถูกออกแบบให้ดูเหมือนโอกาสที่ไม่ควรพลาด
ผู้เล่นและผู้ปกครองควรยึดหลักพื้นฐานต่อไปนี้
Epic เคยเตือนผู้เล่นว่าให้ระวังเว็บไซต์ที่เสนอ V-Bucks ฟรีหรือราคาถูก โดยระบุว่าเว็บไซต์ทางการของ Fortnite มีเพียง fortnite.com และ epicgames.com หากเผลอกรอกข้อมูลไปแล้ว ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทันที เปิด 2FA และตรวจสอบบัญชีอีเมลรวมถึงบริการอื่นที่เชื่อมต่อกับ Epic Games