ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ‑มยอง วิจารณ์อิสราเอลอย่างรุนแรงหลังสกัดกั้นกองเรือช่วยเหลือกาซาที่มีนักเคลื่อนไหวชาวเกาหลีใต้ร่วมอยู่ด้วยในเดือนพฤษภาคม 2026 และเรียกเบนจามิน เนทันยาฮูว่า “อาชญากรสงคราม” [2][4][5] ผู้นำเกาหลีใต้สั่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาว่า หากเนทันยาฮูเดินทางเข้าเกาหลีใต้ ประเทศควรบังคับใช้หมายจับของศาลอ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What led South Korean President Lee Jae Myung to call Israeli Prime Minister Benjamin Netanyahu a “war criminal,” how is it connected to Isr. Article summary: Lee’s remarks were triggered by Israel’s interception of Gaza-bound aid boats carrying South Korean activists, which he described as inhumane and legally unjustifiable. He linked that incident to the ICC’s arrest warrant. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "South Korean President Lee Jae Myung appears to be speaking passionately or possibly accusing Israeli Prime Minister Benjamin Netanyahu during a formal meeting or press conference." Reference image 2: visual subject "A man in a dark suit and glasses stands at a podium with microphones, reading or speaking, agains
เหตุการณ์ทางทะเลในเดือนพฤษภาคม 2026 กลายเป็นชนวนให้เกิดความตึงเครียดทางการทูตระหว่างเกาหลีใต้กับอิสราเอล เมื่อประธานาธิบดี อี แจ‑มยอง (Lee Jae Myung) กล่าววิจารณ์อย่างรุนแรงต่อการที่กองทัพอิสราเอลสกัดกั้นกองเรือช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่กำลังมุ่งหน้าไปยังฉนวนกาซา และควบคุมตัวนักเคลื่อนไหวซึ่งมีชาวเกาหลีใต้อยู่ด้วย
ในการประชุมคณะรัฐมนตรี อีถึงขั้นเรียกนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ว่าเป็น “อาชญากรสงคราม” และตั้งคำถามว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ควรพิจารณาจับกุมเขาหรือไม่ หากเขาเดินทางเข้าประเทศ ตามหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 กองกำลังอิสราเอลได้สกัดกั้นกองเรือช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่กำลังพยายามเดินทางไปยังฉนวนกาซา เรือเหล่านี้บรรทุกนักเคลื่อนไหวจากหลายประเทศ รวมถึงชาวเกาหลีใต้ด้วย
หลังจากการสกัดกั้น ผู้โดยสารถูกควบคุมตัวโดยทางการอิสราเอล เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจในกรุงโซล โดยประธานาธิบดีอีระบุว่า การกระทำดังกล่าว “ไร้มนุษยธรรมและเกินขอบเขตอย่างมาก” และตั้งคำถามถึงฐานทางกฎหมายของการยึดเรือจากประเทศที่สามซึ่งกำลังขนส่งความช่วยเหลือ
เขายังถามด้วยว่าเรือดังกล่าวอยู่ในน่านน้ำของอิสราเอลจริงหรือไม่ และเหตุใดจึงต้องจับกุมผู้โดยสารที่กำลังทำภารกิจด้านมนุษยธรรม
ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี อี แจ‑มยอง ได้หยิบยกสถานะทางกฎหมายของเนทันยาฮูต่อศาลอาญาระหว่างประเทศขึ้นมาพูดถึง โดยถามเจ้าหน้าที่ว่า เนทันยาฮูถูกศาล ICC ออกหมายจับในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีอาชญากรรมสงครามหรือไม่ และควรพิจารณาความเป็นไปได้ในการจับกุมเขาหากเดินทางเข้าเกาหลีใต้
ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจสำคัญของศาล ICC เมื่อ 21 พฤศจิกายน 2024 ซึ่งได้ออกหมายจับต่อเนทันยาฮูและอดีตรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล โยอาฟ กัลแลนต์ (Yoav Gallant) จากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในสงครามกาซา
ผู้พิพากษาศาล ICC ระบุว่ามี “เหตุอันควรเชื่อได้” ว่าผู้นำทั้งสองอาจมีความรับผิดชอบต่อการกระทำ เช่น การใช้ความอดอยากเป็นวิธีการทำสงคราม และการโจมตีพลเรือน
อย่างไรก็ตาม หมายจับ ไม่ใช่คำพิพากษาว่ามีความผิด แต่เป็นขั้นตอนทางกฎหมายที่เปิดทางให้มีการดำเนินคดีในศาลเท่านั้น
รายงานระบุว่า อีได้สั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลตรวจสอบหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่
จนถึงตอนนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศนโยบายว่าจะจับกุมเนทันยาฮูจริงหรือไม่ โดยระบุเพียงว่ากำลังอยู่ในขั้นตอน “การทบทวนทางกฎหมายและการทูต”
การที่ผู้นำประเทศหนึ่งเรียกผู้นำของอีกประเทศว่า “อาชญากรสงคราม” ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยเฉพาะในกรณีของเกาหลีใต้ ซึ่งโดยปกติแล้วมักใช้ถ้อยคำระมัดระวังในการทูต
คำพูดของอีจึงถูกมองว่าเป็นการยกระดับความขัดแย้งทางวาทศิลป์ และอาจนำไปสู่ความตึงเครียดทางการทูตกับอิสราเอล รวมถึงการประท้วงทางการทูตหรือความร่วมมือที่ลดลงในบางด้าน
เกาหลีใต้พยายามรักษาสมดุลความสัมพันธ์ในตะวันออกกลางมาโดยตลอด โดยมีความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงกับอิสราเอล ขณะเดียวกันก็มีความสัมพันธ์ทางพลังงานและเศรษฐกิจกับประเทศอาหรับ
ท่าทีของอีอาจมีผลสองด้าน เช่น
แม้คำพูดของประธานาธิบดีจะสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมือง แต่ในทางปฏิบัติ เกาหลีใต้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะจับกุมเนทันยาฮูหรือไม่ หากเขาเดินทางเข้าประเทศ
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เรือช่วยเหลือเพียงครั้งเดียวได้ขยายกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ ความรับผิดชอบในช่วงสงคราม และทิศทางการทูตของเกาหลีใต้ในเวทีโลก
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ‑มยอง วิจารณ์อิสราเอลอย่างรุนแรงหลังสกัดกั้นกองเรือช่วยเหลือกาซาที่มีนักเคลื่อนไหวชาวเกาหลีใต้ร่วมอยู่ด้วยในเดือนพฤษภาคม 2026 และเรียกเบนจามิน เนทันยาฮูว่า “อาชญากรสงคราม” [2][4][5]
ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ‑มยอง วิจารณ์อิสราเอลอย่างรุนแรงหลังสกัดกั้นกองเรือช่วยเหลือกาซาที่มีนักเคลื่อนไหวชาวเกาหลีใต้ร่วมอยู่ด้วยในเดือนพฤษภาคม 2026 และเรียกเบนจามิน เนทันยาฮูว่า “อาชญากรสงคราม” [2][4][5] ผู้นำเกาหลีใต้สั่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาว่า หากเนทันยาฮูเดินทางเข้าเกาหลีใต้ ประเทศควรบังคับใช้หมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) หรือไม่ [3][9]
คำพูดดังกล่าวถือว่าไม่ปกติในทางการทูต และอาจทำให้ความสัมพันธ์เกาหลีใต้–อิสราเอลตึงเครียดมากขึ้น พร้อมกระทบสมดุลการทูตของโซลในตะวันออกกลาง