ในงาน Capital Markets Day เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 Equinor ได้ยกเลิกเป้าหมายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่ 10 12 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 อย่างสิ้นเชิง และแทนที่ด้วย 'ภาพรวมการผลิตพลังงาน' ที่คลุมเครือ พร้อมกับประกา... การล้มเลิกเป้าหมายครั้งนี้ถือเป็นบทสรุปของการถอยหลังสามจังหวะ จากจุดสูงสุดในปี 2021 ที่เคยประกาศ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What led Equinor to drop its 2030 installed renewable energy capacity target entirely, how does this decision compare to its earlier 2021 am. Article summary: On June 16, 2026, Equinor dropped its remaining 2030 installed renewable energy capacity target (10–12 GW), scrapped its 50% green investment allocation goal, and replaced the hard capacity number with a looser "power ge. Topic tags: general, news, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Equinor ASA has cut its goal for installed renewable energy capacity to 10-12 gigawatts (GW) by 2030 and binned a plan to allot 50 percent of capital to renewables and low-carbon s" source context "Equinor to Restrain Renewables Activity in Favor of Value ..." Reference image 2: visual subject "Equinor ASA has cut its goal
Equinor ได้ดำเนินการกลับลำครั้งใหญ่จากแผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ด้วยการลบเลือนเป้าหมายเชิงตัวเลขทั้งหมดที่เคยตั้งไว้สำหรับกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนภายในปี 2030 กลยุทธ์ใหม่ที่เปิดเผยในงาน Capital Markets Day เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ได้รื้อถอนกรอบของความทะเยอทะยานสีเขียวที่เริ่มก่อร่างสร้างตัวมาตั้งแต่ปี 2021 และแทนที่ด้วยการมุ่งเน้นไปที่การเติบโตของเชื้อเพลิงฟอสซิลและการคืนผลตอบแทนมหาศาลแก่ผู้ถือหุ้น การกลับลำครั้งสุดท้ายนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นจุดสูงสุดของการล่าถอยที่ดำเนินมาหลายปี โดยได้รับแรงผลักดันจากตลาดพลังงานลมนอกชายฝั่งที่ซบเซา แนวโน้มอุปสงค์น้ำมันและก๊าซที่ 'สูงยาวนานกว่าที่คาด' และแรงกดดันที่ต้องรักษาผลตอบแทนให้แข่งขันกับคู่แข่งในยุโรปได้
เส้นทางของบริษัทจากผู้บุกเบิกพลังงานสีเขียวสู่ผู้ยืนหยัดในธุรกิจฟอสซิล เกิดขึ้นในสามช่วงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
2021 – ความทะเยอทะยานอันแรงกล้า: ในงาน Capital Markets Day เมื่อเดือนมิถุนายน 2021 Equinor ได้เร่งเครื่องการเปลี่ยนผ่าน โดยตั้งเป้าหมายที่จะมี กำลังการผลิตติดตั้งจากพลังงานหมุนเวียน 12–16 กิกะวัตต์ (GW) ภายในปี 2030 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เดิมตั้งไว้สำหรับปี 2035 บริษัทประกาศว่า มากกว่า 50% ของงบลงทุนรวมต่อปี จะทุ่มให้กับพลังงานหมุนเวียนและโซลูชั่นคาร์บอนต่ำภายในปี 2030 แผนดังกล่าวยังรวมถึงการลดความเข้มข้นของคาร์บอนสุทธิลง 40% ภายในปี 2035 และเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050
กุมภาพันธ์ 2025 – การปรับลดครั้งใหญ่ครั้งแรก: รอยร้าวขนาดใหญ่ครั้งแรกปรากฏขึ้นเมื่อต้นปี 2025 เมื่อ Equinor ปรับลดเป้าหมายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนในปี 2030 ลงเหลือ 10–12 กิกะวัตต์ และยกเลิกเป้าหมายการจัดสรรงบลงทุน 50% โดยสิ้นเชิง บริษัทปรับลดแผนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนลงครึ่งหนึ่งในช่วงเวลาสองปีเหลือประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และวางแผนที่จะเพิ่มการผลิตน้ำมันและก๊าซมากกว่า 10%
มิถุนายน 2026 – การลบล้างเป้าหมายครั้งสุดท้าย: การละทิ้งเป้าหมายโดยสมบูรณ์มาถึงในเดือนมิถุนายน 2026 เมื่อ Equinor ทิ้งเป้าหมาย 10–12 กิกะวัตต์ที่เหลืออยู่ทั้งหมด การจัดสรรงบประมาณตามแผนสำหรับธุรกิจพลังงาน ซึ่งรวมถึงพลังงานหมุนเวียน ถูกลดฮวบเหลือเพียง 10% ของงบลงทุน จากเดิม 50% เพื่อทดแทน บริษัทได้เสนอ 'ภาพรวมการผลิตพลังงานในวงกว้าง' ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่ไม่ใช่พลังงานหมุนเวียน Anders Opedal ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) อธิบายการเปลี่ยนแปลงนี้ว่าเป็นการขยายขอบเขตเชิงกลยุทธ์: "เราไม่ได้แทนที่ธุรกิจหนึ่งด้วยอีกธุรกิจหนึ่ง แต่เรากำลังพัฒนาเส้นทางหลายสายควบคู่กันไป: น้ำมันและก๊าซ พลังงานและพลังงานหมุนเวียน และโซลูชั่นคาร์บอนต่ำใหม่ๆ"
ภาษาที่ใช้ในเอกสารทางการก็เปลี่ยนไปตามลำดับ แผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานปี 2025 ได้เริ่มเปลี่ยนจากเป้าหมายเมกะวัตต์ที่เฉพาะเจาะจง มาเป็นภาษาที่เน้น 'การสร้างมูลค่า' และ 'การจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย' และแผนการเปลี่ยนผ่านในเดือนมิถุนายน 2026 ก็ได้เสร็จสิ้นการเปลี่ยนผ่านทางภาษานี้ โดยลบการอ้างอิงถึงตัวเลขกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนทิ้งทั้งหมด
ผู้นำของ Equinor อ้างถึงแรงกดดันหลายประการที่มาบรรจบกัน ซึ่งทำให้ความทะเยอทะยานสีเขียวของพวกเขาไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ บริษัทชี้ไปที่ แนวโน้มอุปสงค์น้ำมันและก๊าซที่ "สูงยาวนานกว่าที่คาด" (Higher for Longer) ซึ่งทำให้การลงทุนในเชื้อเพลิงฟอสซิลมีความน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับพลังงานหมุนเวียน ตลาดพลังงานลมนอกชายฝั่ง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ Equinor ได้ซบเซาลงเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อในห่วงโซ่อุปทาน ความท้าทายด้านใบอนุญาต และผลตอบแทนที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางช่วงปี 2025-2026 ยิ่งทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้น ทำให้การกลับไปหาเชื้อเพลิงฟอสซิลยิ่งทำกำไรได้งดงามขึ้นไปอีก ดังที่ CEO Anders Opedal ได้อธิบายไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ว่า "เรากำลังลดข้อผูกมัดทางการเงินของเราที่มีต่อพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เพราะเราไม่เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่จำเป็นในอนาคต" เอกสารกลยุทธ์ของ Equinor เองระบุว่า แผนใหม่นี้ "สะท้อนการเคลื่อนไหวที่คล้ายคลึงกันของคู่แข่ง" ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึง 'ความคิดแบบตามกัน' ในหมู่บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของยุโรป
การล่าถอยจากพลังงานหมุนเวียนถูกจับคู่กับการขยายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างก้าวร้าว สร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงที่นักวิจารณ์เรียกว่า 'การกลับด้านของการฟอกเขียว' (Greenwashing in Reverse) ในวันที่ 16 มิถุนายน 2026 Equinor ได้ประกาศว่า:
วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่าแผนนี้ "มุ่งเป้าไปที่การเติบโตของเชื้อเพลิงฟอสซิล" และให้ความสำคัญกับผลตอบแทนผู้ถือหุ้นมากกว่าการลงทุนสีเขียว บริษัทได้เน้นย้ำถึงผลตอบแทนผู้ถือหุ้นรวม (Total Shareholder Return) ที่เกือบ 1,800% ตลอด 25 ปีในฐานะบริษัทจดทะเบียน โดยเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะจ่ายเงินให้ผู้ถือหุ้นเหนือกว่าเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
Equinor ไม่ได้โดดเดี่ยว กลยุทธ์ของบริษัทสอดคล้องกับการถอยหลังในวงกว้างและเป็นไปในทิศทางเดียวกันของบรรดาบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ในยุโรป ที่กำลังจัดลำดับความสำคัญใหม่ให้กับธุรกิจน้ำมันและก๊าซหลักของตน:
Morningstar ตั้งข้อสังเกตว่าแผนของ Equinor "สะท้อนการเคลื่อนไหวที่คล้ายคลึงกันของ BP และ Shell" การกลับลำครั้งใหญ่นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตระหนักรู้ของอุตสาหกรรมว่าคำมั่นสัญญาสีเขียวที่โด่งดังในช่วงต้นทศวรรษนี้ เป็นเรื่องยากที่จะทำกำไรได้ในสภาพแวดล้อมของพลังงานหมุนเวียนที่มีต้นทุนสูงและผลกำไรต่ำ
กรณีของ Equinor ในตอนนี้คือตัวอย่างที่สุดโต่งที่สุดของแนวโน้มดังกล่าว บริษัทได้พัฒนาจากการตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานที่สุดในอุตสาหกรรมในปี 2021 มาสู่การลบล้างมันทั้งหมดในปี 2026 ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในขณะที่กำลังส่งเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์กลับคืนสู่ผู้ถือหุ้น 'ภาพรวมการผลิตพลังงาน' ที่เข้ามาแทนที่เป้าหมายกำลังการผลิตเชิงตัวเลขนั้น ตอนนี้เป็นเพียงโครงที่ว่างเปล่า: สิ่งที่ทดแทนกันเพื่อส่งสัญญาณว่าบริษัทไม่มีพันธะสัญญาที่วัดผลได้และเปิดเผยต่อสาธารณะในการสร้างพลังงานหมุนเวียนในระดับขนาดใหญ่อีกต่อไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ในงาน Capital Markets Day เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 Equinor ได้ยกเลิกเป้าหมายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่ 10 12 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 อย่างสิ้นเชิง และแทนที่ด้วย 'ภาพรวมการผลิตพลังงาน' ที่คลุมเครือ พร้อมกับประกา...
ในงาน Capital Markets Day เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 Equinor ได้ยกเลิกเป้าหมายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่ 10 12 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 อย่างสิ้นเชิง และแทนที่ด้วย 'ภาพรวมการผลิตพลังงาน' ที่คลุมเครือ พร้อมกับประกา... การล้มเลิกเป้าหมายครั้งนี้ถือเป็นบทสรุปของการถอยหลังสามจังหวะ จากจุดสูงสุดในปี 2021 ที่เคยประกาศจะทุ่มงบลงทุนกว่า 50% ให้กับพลังงานหมุนเวียน ก่อนจะปรับลดเป้าหมายลงครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เหลือ 10 12 กิกะวัตต์ แ...
การกลับลำครั้งประวัติศาสตร์ของ Equinor ซึ่งพุ่งเป้าไปที่การผลิตน้ำมันและก๊าซ 2.3 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันภายในปี 2030 สะท้อนแนวทางเดียวกับยักษ์ใหญ่รายอื่นอย่าง BP และ Shell เหมือนดั่งที่ Morningstar ระบุว่า...
Loading comments...
Comments
0 comments