แพทริค บีช (Patrick Beach) ผู้รักษาประตูกลายเป็นฮีโร่ของเกม ด้วยการเซฟสำคัญถึง 8 ครั้งเพื่อรักษาความได้เปรียบ ชัยชนะถูกตอกฝาโลงในนาทีที่ 75 เมื่อคอนเนอร์ เม็ทคาล์ฟ (Connor Metcalfe) เก็บตกกลางสนาม ลากขึ้นหน้าแล้วซัดเต็มข้อจากระยะ 23 เมตร ส่งบอลเสียบตาข่ายผ่านมืออูกูร์ชาน ชากือร์ (Ugurcan Cakir)
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ออสเตรเลียอยู่อันดับ 2 ของกลุ่ม D ตามหลังสหรัฐฯ ด้วยผลต่างประตูได้เสีย และทำให้พวกเขาอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งในการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์เป็นฟุตบอลโลกสมัยที่สองติดต่อกัน
เยอรมนีประเดิมสนามฟุตบอลโลกอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการถล่มคูราเซา ทีมน้องใหม่ 7-1 ที่สนาม NRG ในฮิวสตัน นับเป็นชัยชนะเกมเปิดสนามนัดแรกของพวกเขาตั้งแต่คว้าแชมป์โลกในปี 2014
ไค ฮาแวทซ์ (Kai Havertz) และเดนิซ อุนดาฟ (Deniz Undav) ตัวสำรองผู้ทำได้หนึ่งประตูกับอีกสองแอสซิสต์ คือดาวเด่นของเกมรุกเยอรมันที่เหนือชั้น ยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปจะเจอบททดสอบที่หนักขึ้นกับเอกวาดอร์และไอวอรีโคสต์ แต่การออกสตาร์ทที่แข็งแกร่งทำให้พวกเขามีโอกาสสูงที่จะผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี
สำหรับคูราเซา ชาติที่เล็กที่สุดเท่าที่เคยลงแข่งขันในฟุตบอลโลกชาย เกมนี้นับเป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลพวกเขา ในนาทีที่ 88 เมื่อผลการแข่งขันจบลงไปนานแล้ว ลิวาโน โคเมเนนเซีย (Livano Comenencia) ยิงประตูที่จุดประกายการฉลองอย่างบ้าคลั่ง เป็นประตูแรกในฟุตบอลโลกของประเทศนั้น แม้สกอร์จะขาดลอย แต่มันคือช่วงเวลาที่ตอกย้ำความเป็นเทพนิยายของการผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย
เกมที่น่าติดตามที่สุดของวัน และอาจจะของทัวร์นาเมนต์จนถึงตอนนี้ คือการเสมอกันสุดมัน 2-2 ระหว่างเนเธอร์แลนด์กับญี่ปุ่น ที่ AT&T Stadium ในอาร์ลิงตัน, เท็กซัส
ทั้งสองทีมแบ่งกันไปฝั่งละแต้มในเกมเปิดกลุ่ม F ที่สู้กันไปมาสมกับเป็นศึกระหว่างทีมรองแชมป์โลกสามสมัยกับหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของเอเชีย ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้ญี่ปุ่นขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มด้วยผลต่างประตูได้เสีย โดยทั้งสี่ทีมยังมีลุ้นเข้ารอบต่อไป
เกมประเดิมสนามของกลุ่ม E และ F ในวันอาทิตย์จบลงด้วยการแข่งขันอีกสองคู่ที่จะส่งผลต่อตารางคะแนนของกลุ่ม:
ผลการแข่งขันสุดท้ายจากสองคู่ดังกล่าวไม่ได้ถูกรวบรวมไว้อย่างสมบูรณ์ในรายงานสรุปหลังเกมช่วงแรก
การแข่งขันของวันดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจากวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน ซึ่งมีหลายประเด็นสำคัญ: