คริสเตียโน อามอน ซีอีโอ Qualcomm ประกาศให้ปี 2026 เป็น 'ปีแห่ง AI Agent' ทำนายว่าระบบ AI อัจฉริยะจะเข้ามาแทนที่แอปพลิเคชันแบบเดิม และกลายเป็นศูนย์กลางประสบการณ์ดิจิทัลของผู้ใช้ Qualcomm ทุ่มเดิมพันหนักให้แว่นอัจฉริยะเป็นแพลตฟอร์มคอมพิวติ้งหลักรุ่นถัดไป พร้อมเดินหน้าโครงการพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ขับเคลื่อนด้วย AI มากกว่า...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What key predictions and strategic initiatives did Qualcomm CEO Cristiano Amon outline regarding the shift from mobile apps to AI agents, in. Article summary: Qualcomm CEO Cristiano Amon has laid out a sweeping vision for a post-smartphone era centered on AI agents, declaring 2026 the "year of agents" and positioning the company to power the next generation of wearable AI devi. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Qualcomm CEO Cristiano Amon says 2026 is the year AI agents go mainstream—and the smartphone’s reign as your primary device is ending. You may not have heard of Qualcomm, but you" source context "Qualcomm CEO Cristiano Amon says 2026 is the year AI agents go mainstream—and the smartphone's reign as your p
การปฏิวัติคอมพิวติ้งครั้งใหญ่ครั้งต่อไปจะไม่ใช่อุปกรณ์ที่คุณถืออยู่ในมืออีกต่อไป แต่มันจะเป็นสิ่งที่คุณสวมใส่ คริสเตียโน อามอน (Cristiano Amon) ประธานและซีอีโอของ Qualcomm ได้ส่งสารนี้ไปยังวงการเทคโนโลยีด้วยความเร่งด่วนมากขึ้นตลอดปี 2026 โดยเดิมพันอนาคตของยักษ์ใหญ่ชิปบนโลกที่ไร้สมาร์ทโฟนซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI Agent เขาประกาศให้ปี 2026 เป็น 'ปีแห่ง Agent' และกำลังวางรากฐานสำหรับกระบวนทัศน์การประมวลผลที่แอปพลิเคชันถูกแทนที่ด้วยผู้ช่วยอัจฉริยะ และการครองอำนาจของสมาร์ทโฟนในฐานะศูนย์กลางชีวิตดิจิทัลกำลังจะสิ้นสุดลง
แนวคิดของอามอนนั้นเรียบง่ายแต่รุนแรง ระบบนิเวศที่ศูนย์กลางอยู่ที่สมาร์ทโฟนซึ่งครองโลกมานาน 15 ปีกำลังถูกแทนที่ และ AI Agent คือสิ่งที่มาแทนที่ เขาใช้เวทีสำคัญทุกแห่ง ตั้งแต่งาน MWC Barcelona, Computex Taipei, Semafor World Economy Summit, พอดแคสต์ Titans and Disruptors ของ Fortune และพอดแคสต์ Tech Download ของ CNBC เพื่อสร้างภาพที่ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงนี้ พร้อมกับเปิดตัวผลิตภัณฑ์และความร่วมมือเฉพาะเพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ดังกล่าว
ในหลายโอกาสในปี 2026 อามอนได้กล่าวคำทำนายที่ตรงไปตรงมา: AI Agent จะเข้ามาแทนที่แอปพลิเคชัน ในลักษณะเดียวกับที่แอปเคยเข้ามาแทนที่โปรแกรมบนเดสก์ท็อป
ในการให้สัมภาษณ์พอดแคสต์ ‘The Tech Download’ ของ CNBC ในเดือนมิถุนายน 2026 อามอนกล่าวอย่างชัดเจนว่า AI Agent จะกลายเป็น 'แอปแบบใหม่' โดยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถดำเนินงานที่ซับซ้อนและหลายขั้นตอนในนามของผู้ใช้ในบริการต่างๆ เขาให้เหตุผลว่าแม้แชทบอท AI ทั่วไปจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่จุดเปลี่ยนที่แท้จริงของอุตสาหกรรมคือการนำ 'Agentic AI' มาใช้ในวงกว้าง ซึ่งเป็นระบบที่เข้าใจความตั้งใจของผู้ใช้และดำเนินงานต่างๆ โดยอัตโนมัติ โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเปิดและนำทางในแต่ละแอปพลิเคชันอีกต่อไป
อามอนมองว่าปี 2026 เป็นจุดเปลี่ยน ไม่ใช่แค่สำหรับความสามารถของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่สำหรับโครงสร้างพื้นฐานเชิงพาณิชย์ด้วย เขาทำนายว่าผู้ให้บริการระบบปฏิบัติการทุกรายจะสร้างตัวจัดการ Agent (agent orchestrator) ในซอฟต์แวร์ของตนภายในไม่กี่เดือน ซึ่งจะทำให้การเปลี่ยนแปลงนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในมุมมองของเขา Agent จะไม่ได้มีอยู่แค่ในโทรศัพท์เท่านั้น แต่จะกลายเป็นศูนย์กลางของประสบการณ์ดิจิทัลของผู้ใช้ ซึ่งสามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์ใดก็ตามที่ผู้ใช้สวมใส่หรือใช้งานอยู่
หาก Agent คือแอปแบบใหม่ การเดิมพันของอามอนคือแว่นอัจฉริยะจะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ เขามองเห็นชีวิตดิจิทัลจะเปลี่ยนจากหน้าจอที่เราจ้องมองไปเป็น 'สิ่งที่คุณสวมใส่' ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่แว่นอัจฉริยะ หูฟังพร้อมกล้อง เข็มกลัด จี้ห้อยคอ นาฬิกา และแม้แต่เครื่องประดับอัจฉริยะ
อามอนมองโลกในแง่ดีมากที่สุดเกี่ยวกับแว่นตา โดยอธิบายว่ามัน 'ใกล้ชิดกับประสาทสัมผัสของเรามาก ทั้งดวงตา ปาก และหู' ซึ่งทำให้มันเป็นรูปแบบอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับผู้ช่วย AI ที่เปิดตลอดเวลา ซึ่งมองเห็นและได้ยินโลกแบบเรียลไทม์ เขาตั้งข้อสังเกตว่าการจัดส่งแว่นอัจฉริยะนั้นอยู่ในระดับ 'หลายสิบล้านเครื่อง' ต่อปีแล้ว และเขาเชื่อว่ามันสามารถขยายเป็นหลายร้อยล้านเครื่องภายในไม่กี่ปี เพื่อเทียบชั้นขนาดตลาดสมาร์ทโฟน
Fortune รายงานว่าอามอนทำนายว่างานประมวลผลที่มีนัยสำคัญจะเริ่มย้ายจากโทรศัพท์ไปยังอุปกรณ์ที่เน้น AI เป็นอันดับแรกภายในปี 2028 และอุปกรณ์เหล่านั้นจะกลายเป็นอุปกรณ์หลักภายในห้าปี โดยให้บริการแก่ผู้คนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก วิสัยทัศน์ภายในของบริษัทมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่อามอนเรียกว่า 'ระบบนิเวศแห่งคุณ' (ecosystem of you) ซึ่งเป็นชุดอุปกรณ์สวมใส่ส่วนตัวที่รวบรวมบริบทของโลกแห่งความเป็นจริงได้มากกว่าโทรศัพท์ในกระเป๋าของคุณอย่างเทียบไม่ได้
นี่ไม่ใช่ทฤษฎีระยะยาวในสไลด์นำเสนอ ในการสัมภาษณ์ CNBC เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 อามอนเปิดเผยว่า Qualcomm กำลังทำงานเกี่ยวกับการออกแบบอุปกรณ์สวมใส่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ใหม่มากกว่า 40 รูปแบบ รูปแบบของอุปกรณ์ตามที่เขาบรรยายนั้น 'กว้างมาก มาก' และรวมถึงเครื่องประดับ หูฟังพร้อมกล้องในตัว เข็มกลัดและจี้ห้อยคอแบบสวมใส่ได้ นาฬิกา และที่โดดเด่นที่สุดคือแว่นอัจฉริยะประเภทต่างๆ
เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศนี้ Qualcomm ประกาศผลิตภัณฑ์ใหม่สองรายการในวันเดียวกัน แพลตฟอร์ม Snapdragon Reality Elite ออกแบบมาสำหรับแว่นผสมผสานความเป็นจริง (mixed-reality) เพื่อรัน AI บนอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้บริษัทยังเปิดตัว Scalable Turnkey AI-Ready Toolkit (START) ซึ่งเป็นชุดโมดูลฮาร์ดแวร์และสแต็คซอฟต์แวร์ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ผลิตนำอุปกรณ์ AI ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น
บริษัทกำลังร่วมมือกับผู้เล่น AI รายสำคัญในอุปกรณ์เหล่านี้ อามอนบอกกับ Fortune ว่า Qualcomm กำลังทำงานกับ 'เกือบทั้งหมด' ของชื่อใหญ่ในอุตสาหกรรม AI รวมถึง OpenAI และ Meta ในโครงการฮาร์ดแวร์ AI ส่วนบุคคล ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่แน่ชัดของความร่วมมือเหล่านั้นต่อสาธารณะ แต่สัญญาณนั้นชัดเจน: Qualcomm ต้องการให้ชิปของตนอยู่ภายในอุปกรณ์ AI สำหรับผู้บริโภคที่จะได้รับชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดก็ตาม
ภายใต้การมุ่งเน้นที่อุปกรณ์คือข้อโต้แย้งทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดของอามอน นั่นคือการเปลี่ยนแปลงไปสู่ AI Agent บังคับให้เกิดวงจรอัปเกรดชิปเซ็ตทั่วโลกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ชิปปัจจุบันในโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และรถยนต์ได้รับการออกแบบมาสำหรับโลกที่อามอนเรียกว่า 'application-centric' (ศูนย์กลางอยู่ที่แอปพลิเคชัน) ซึ่งปรับให้เหมาะสมสำหรับการประมวลผลแบบระเบิดเมื่อผู้ใช้เปิดแอปเฉพาะ ในทางตรงกันข้าม กระบวนทัศน์ของ Agent ต้องการ AI ที่ทำงานต่อเนื่องและเปิดตลอดเวลาในเบื้องหลัง คอยฟัง ดู และใช้เหตุผลกับบริบทอยู่เสมอ อามอนบอกกับ CNBC ว่าความสามารถในการประมวลผลที่จัดส่งในอุปกรณ์ในปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอทางสถาปัตยกรรมสำหรับปริมาณงานในอนาคตนี้ ซึ่งหมายความว่าอุปกรณ์ที่มีอยู่ทั้งหมด ซึ่งเขาประมาณว่ามีสมาร์ทโฟน 6,000 ล้านเครื่อง อุปกรณ์สวมใส่ 2,000 ล้านเครื่อง คอมพิวเตอร์ 2,000 ล้านเครื่อง และยานพาหนะ 500 ล้านคัน จะต้องได้รับการอัปเกรดในที่สุด
การเดิมพันเชิงกลยุทธ์ของ Qualcomm วางอยู่บน Neural Processing Unit (NPU) ซึ่งบริษัทกำลังวางตำแหน่งให้เป็นส่วนประกอบหลักที่ไม่สามารถต่อรองได้สำหรับอุปกรณ์ในอนาคต Qualcomm กำลังผลักดัน NPU ไม่ใช่ในฐานะฟีเจอร์สำหรับการถ่ายภาพที่ดีขึ้นหรือการเปิดแอปที่เร็วขึ้น แต่เป็นเครื่องมือสำหรับการอนุมาน AI บนอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ประสบการณ์การใช้งาน Agent เป็นไปอย่างราบรื่น อามอนอธิบายว่านี่คือ 'สมมติฐานฮาร์ดแวร์ที่เน้น Agent เป็นศูนย์กลาง' (agent-centric hardware thesis) ซึ่งปริมาณงานหลักบนอุปกรณ์คือการรัน AI Agent ไม่ใช่การเรนเดอร์อินเทอร์เฟซผู้ใช้ให้มนุษย์แตะ
อามอนใช้สมมติฐานเรื่อง Agent เพื่อโต้แย้งกระแสความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่อ่อนแอ เขากล่าวในหลายโอกาสว่าการเปลี่ยนแปลงของ AI Agent จะบังคับให้เกิดวงจรการอัปเกรดอุปกรณ์ที่สำคัญยิ่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ การตอบสนองต่อข้อกังวลของนักวิเคราะห์เกี่ยวกับอุปสงค์ปลายทางที่ซบเซา เขามองโลกในแง่ดีอย่างมากว่ายุคของ Agent จะผลักดันความต้องการชิปใหม่ในโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สวมใส่ และยานยนต์
การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานในจีนเป็นตัวอย่างหนึ่งของความอ่อนแอในปัจจุบันที่ Qualcomm คาดว่าจะพลิกกลับ อามอนตั้งข้อสังเกตว่าผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือจีนระมัดระวังเป็นพิเศษกับแผนการสร้างคลังสินค้าเนื่องจากพลวัตของอุตสาหกรรมหน่วยความจำ และการจัดส่ง Android ในจีนของ Qualcomm นั้น 'ต่ำกว่าขนาดความต้องการโทรศัพท์มือถือของผู้บริโภคปลายทางอย่างมีนัยสำคัญ' เนื่องจากผู้ผลิตกำลังลดสินค้าคงคลังในช่องทาง เขาคาดว่าการเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ที่เน้น Agent จะช่วยกระตุ้นความต้องการนั้นอีกครั้ง
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนดูสอดคล้องกับกลยุทธ์นี้ เมื่อมีการประกาศไปป์ไลน์อุปกรณ์กว่า 40 รุ่นในวันที่ 16 มิถุนายน หุ้น Qualcomm ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 3% ในวันนั้น ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเชื่อมั่นว่าบริษัทมีเรื่องราวการเติบโตที่เหนือกว่าการพึ่งพาวงจรสมาร์ทโฟนแบบดั้งเดิม
อามอนยังปรับตำแหน่งธุรกิจเครือข่ายของ Qualcomm ตามสมมติฐานเดียวกัน ที่งาน MWC Barcelona ในเดือนมีนาคม 2026 เขาเปลี่ยนเรื่องเล่าเกี่ยวกับ 6G อย่างสิ้นเชิง โดยโต้แย้งว่าไม่ควรถูกมองว่าเป็น '5G ที่เร็วขึ้น' แต่ควรเป็นเครือข่ายที่เกิดมาเพื่อ AI (AI-native network) ซึ่งสร้างขึ้นจากสามเสาหลัก ได้แก่ การเชื่อมต่อ (connectivity) การประมวลผล (computing) และการรับรู้ (sensing) ข้อโต้แย้งหลักของเขาคือ 'ภารกิจของ 6G คือการเป็นเทคโนโลยีไร้สายสำหรับยุคของ AI และสำหรับ AI ทุกที่'
Qualcomm กำหนดเป้าหมายการสาธิต 6G ก่อนเชิงพาณิชย์ในปี 2028 และคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2029 ด้วยการเชื่อมโยง 6G เข้ากับวิสัยทัศน์เรื่อง Agent โดยตรง อามอนทำให้แน่ใจว่าเครือข่ายกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในแนวดิ่งของ Qualcomm นั่นคืออุปกรณ์ทุกเครื่องที่รัน Agent จะต้องมีเครือข่ายที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะเพื่อรองรับการโต้ตอบ AI ที่มีบริบทสูงและแบนด์วิธสูง และ Qualcomm ตั้งใจที่จะจัดหาชิปทั้งสองฝั่งของการเชื่อมต่อนั้น
บรรทัดล่าง: คริสเตียโน อามอนกำลังวางเดิมพันครั้งสำคัญว่า AI Agent จะแยกการประมวลผลออกจากรูปแบบของสมาร์ทโฟน โดยแทนที่แอปในฝั่งซอฟต์แวร์ และบังคับให้ยกเครื่องสถาปัตยกรรมครั้งใหญ่ในฝั่งฮาร์ดแวร์ ด้วยการออกแบบอุปกรณ์กว่า 40 รุ่นที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ความร่วมมือเฉพาะกับห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำ แพลตฟอร์มชิปใหม่ที่จัดส่งแล้ว และกลยุทธ์ 6G ที่สร้างขึ้นมาให้สอดคล้อง Qualcomm กำลังวางตำแหน่งตัวเองไม่เพียงเพื่อความอยู่รอดในโลกหลังยุคสมาร์ทโฟน แต่เพื่อเป็นรากฐานชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่รองรับโลกใบนั้นด้วย
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
คริสเตียโน อามอน ซีอีโอ Qualcomm ประกาศให้ปี 2026 เป็น 'ปีแห่ง AI Agent' ทำนายว่าระบบ AI อัจฉริยะจะเข้ามาแทนที่แอปพลิเคชันแบบเดิม และกลายเป็นศูนย์กลางประสบการณ์ดิจิทัลของผู้ใช้
คริสเตียโน อามอน ซีอีโอ Qualcomm ประกาศให้ปี 2026 เป็น 'ปีแห่ง AI Agent' ทำนายว่าระบบ AI อัจฉริยะจะเข้ามาแทนที่แอปพลิเคชันแบบเดิม และกลายเป็นศูนย์กลางประสบการณ์ดิจิทัลของผู้ใช้ Qualcomm ทุ่มเดิมพันหนักให้แว่นอัจฉริยะเป็นแพลตฟอร์มคอมพิวติ้งหลักรุ่นถัดไป พร้อมเดินหน้าโครงการพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ขับเคลื่อนด้วย AI มากกว่า 40 รุ่น ทั้งแว่น หูฟังพร้อมกล้อง เครื่องประดับ และเข็มกลัด
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้迫使ต้องยกเครื่องสถาปัตยกรรมชิปครั้งใหญ่ อามอนย้ำว่าชิปในโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และรถยนต์ต้องถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ที่ต้องทำงานตลอดเวลาแบบไม่ขาดตอน